วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘มาเลเซีย’ พัฒนาสารหล่อเย็นจาก ‘น้ำมันปาล์ม’ ใช้ใน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ ลดใช้น้ำ-ประหยัดพลังงาน

“มาเลเซีย” ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเอไอของ “อาเซียน” จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ “ดาต้าเซ็นเตอร์” และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ จนกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทว่าความสำเร็จนี้มาพร้อมกับความท้าทายครั้งใหญ่ด้านทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่เกษตรกรรม

ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มาเลเซียได้รับอานิสงส์จากการที่บริษัทต่าง ๆ ย้ายฐานการผลิตออกจากจีน เพื่อป้องกันตนเองจากผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ อีกทั้งยังได้ผลพลอยได้จากความตึงเครียดหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ในปี 2025 มียอดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) พุ่งสูงขึ้นถึง 41% คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 16,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่โครงการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเอไอ

โดยเฉพาะรัฐยะโฮร์ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปัจจุบันมีโครงการที่ดำเนินงานและอยู่ระหว่างวางแผนถึง 76 แห่ง จากทั้งหมด 187 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งความเจริญนี้ได้รับแรงหนุนจากทั้งยุทธศาสตร์ทำเลที่ตั้งและความร่วมมือกับสิงคโปร์

 

หล่อเย็นด้วยน้ำมันปาล์ม

ปัญหาหลักอยู่ที่การใช้ทรัพยากรน้ำ สำหรับหล่อเลี้ยงระบบทำความเย็นของดาต้าเซ็นเตอร์ คาดว่ามาเลเซียจะต้องใช้น้ำมากถึง 876 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคของประชากรเกือบ 4 ล้านคน ซึ่งสร้างความกดดันอย่างยิ่งต่อความมั่นคงด้านแหล่งน้ำของประเทศในระยะยาว

เพื่อตอบโจทย์นี้ คณะกรรมการน้ำมันปาล์มแห่งมาเลเซีย (MPOB) ได้เปิดตัวนวัตกรรม “Sawit EcoTherm” (ซาวิท อีโคเทิร์ม) ซึ่งเป็นของเหลวหล่อเย็นจาก “น้ำมันปาล์ม” ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนผ่านระบบทำความเย็นในดาต้าเซ็นเตอร์จากการใช้น้ำในปริมาณมาก ไปสู่การแก้ปัญหาแบบไม่ใช้น้ำเลย

ดร.นูร์ ไคริน โมฮัมหมัดเจ้าหน้าที่วิจัยอาวุโสของ MPOB ระบุว่า เทคโนโลยีนี้ใช้ระบบการระบายความร้อนแบบจุ่ม (Immersion Cooling) โดยส่วนประกอบของเซิร์ฟเวอร์จะถูกแช่ลงในของเหลวไดอิเล็กตริก (Dielectric Fluid) ที่ไม่นำไฟฟ้า ซึ่งช่วยดึงความร้อนออกจากอุปกรณ์ได้โดยตรงในระบบปิด

“Sawit EcoTherm จะช่วยเปลี่ยนระบบการทำความเย็นของดาต้าเซ็นเตอร์จากที่ใช้น้ำอย่างมาก ไปสู่กระบวนการใหม่ที่ไม่ใช้น้ำ เพื่อปกป้องทรัพยากรน้ำของมาเลเซียในขณะที่ยังส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล” ดร.นูร์ ไครินกล่าว

น้ำมันปาล์มหล่อเย็น สามารถลดการใช้พลังงานได้ถึง 30-50% เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้พัดลมระบายความร้อนในตัวเซิร์ฟเวอร์ ส่งผลให้ค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (PUE) ดีขึ้น และช่วยให้ผู้ประกอบการบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ได้ง่ายขึ้น

Sawit EcoTherm ผลิตจากวัสดุฐานชีวภาพจากปาล์มในท้องถิ่นถึง 95% ทั้งยังปราศจากสารเคมีตลอดกาล (PFAS) และสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อระบบนิเวศหากเกิดการรั่วไหลเมื่อเทียบกับของเหลวสังเคราะห์แบบเดิม

 

กันพื้นที่ให้เกษตรกรรม

ท่ามกลางความตื่นตัวด้านเทคโนโลยี ทำให้เกิดการแย่งชิงที่ดินระหว่างอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม โดยชัน ฟง ฮิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของมาเลเซียระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่ดินเกษตรกรรมผืนใหญ่ถูกขายและเปลี่ยนเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมเพื่อรองรับดาต้าเซ็นเตอร์และโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่ w.media รายงานว่าบริษัทน้ำมันปาล์มยักษ์ใหญ่ในมาเลเซียกำลังใช้โอกาสนี้สร้างกำไร ด้วยการเปลี่ยนสภาพที่ดินสวนปาล์มเดิมให้กลายเป็นโครงการดาต้าเซ็นเตอร์

เพื่อรักษาความสมดุล รัฐบาลจึงประกาศแผนการปกป้องพื้นที่เกษตรกรรมจากการบุกรุกของอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันมาเลเซียได้จัดสรรที่ดินประมาณ 156,250 ไร่ ไว้ในเขตผลิตอาหารถาวร (Permanent Food Production Zones) เพื่อเป็นหลักประกันทางอาหารของชาติ

ชัน ฟง ฮิน กล่าวเสริมว่า “มีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการแข่งขันระหว่างอุตสาหกรรมและกิจกรรมทางการเกษตร เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์ถูกมองว่าสร้างกำไรได้มากกว่าการทำฟาร์ม รัฐบาลกลางจึงพยายามประสานนโยบายกับรัฐบาลระดับรัฐ เพื่อควบคุมการเปลี่ยนสภาพที่ดินให้มีความยั่งยืนมากขึ้น”

โรเบิร์ต วอล์กเกอร์ นักวิจัยจาก Lowy Institute ให้ความเห็นว่า “มาเลเซียเป็นกรณีตัวอย่างในการแสวงหาโอกาสจากความหลากหลายของห่วงโซ่อุปทานเอไอ” ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระบุว่า มาเลเซียโชคดีที่มีสินค้าที่ตลาดโลกต้องการสูงอย่างเซมิคอนดักเตอร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ทว่าความพยายามในการใช้ทางออก “สีเขียว” อย่างน้ำมันปาล์มก็ยังถูกตั้งคำถามจากนักอนุรักษ์ โดยมีความกังวลว่าหากความต้องการใช้น้ำมันปาล์มเพื่อระบายความร้อนเพิ่มสูงขึ้น อาจนำไปสู่การขยายพื้นที่ปลูกปาล์มใหม่และการทำลายป่าไม้เพิ่มเติม ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าต้องมีการตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเข้มงวด

ดังนั้น รัฐบาลมาเลเซียจึงจำเป็นต้องสร้างสมดุล เพราะมาเลเซียไม่สามารถพึ่งพาอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องรักษารากฐานเกษตรกรรมและความมั่นคงทางอาหารเอาไว้ด้วย นวัตกรรม Sawit EcoTherm และนโยบายควบคุมที่ดินที่รัดกุม จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะตัดสินว่ามาเลเซียจะสามารถเติบโตไปพร้อมกับความยั่งยืนได้หรือไม่


ที่มา: Financial TimesSouth China Morning PostThe Malaysia Reservew.media