ข้อมูลจาก อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย (UNCCD) ชี้ว่า กว่า 40% ของโลกกำลังเกิดความเสื่อมโทรมของที่ดิน
ส่งผลกระทบต่อมนุษยชาติมากกว่าครึ่ง ถึงเวลาแล้วที่ต้องร่วมมือกันเพื่อพลิกฟื้นแผ่นดินและขจัดความเสื่อมโทรมของที่ดินทั่วโลกให้หมดไป เพราะในทุกวินาทีบนโลก พื้นที่ขนาดประมาณ 4 สนามฟุตบอลกำลังเกิดความเสื่อมโทรมซึ่งมีค่าเท่ากับ 100 ล้านเฮกแตร์ในทุกปี
สำหรับ ภาวะการกลายเป็นทะเลทราย (Desertification) คือภาวะที่ดินในพื้นที่แห้งแล้งหรือพื้นที่ปกติเสื่อมลงจนกลายเป็นสภาพแบบทะเลทราย เกิดจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และการกระทำของมนุษย์ ทำให้ดินขาดน้ำ สูญเสียความอุดมสมบูรณ์ และพืชไม่สามารถเติบโตได้
เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีี (ครม.) เห็นชอบตามข้อเสนอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กรอบท่าทีการเจรจาและองค์ประกอบคณะผู้แทนของประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย สมัยที่ 17
โดยมีสาระสำคัญว่าด้วย สำนักเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทรายได้แจ้งกำหนดการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาฯ สมัยที่ 17 และการประชุมคู่ขนานขององค์กรย่อยต่าง ๆ ในระหว่างวันที่ 17 - 28 ส.ค.2569 ประกอบด้วย
การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาฯ สมัยที่ 17 (the 17th session of the Conference of the Parties: COP 17),การประชุมคณะกรรมการทบทวนการดำเนินงานตามอนุสัญญาฯ สมัยที่ 24 (the 24th session of the Committee for the Review of the Implementation of the Convention: CRIC 24) ,การประชุมคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สมัยที่ 17 (the 17th session of the Committee on Science and Technology: CST 17) และการประชุมผู้นำระดับสูง (High Level Segment)
สำหรับการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาความร่วมมือและดำเนินงานตามอนุสัญญาฯ ให้มีประสิทธิภาพและมีความก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมายความสำเร็จในการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย การป้องกันความเสื่อมโทรมของที่ดิน การบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้ง และแนวทางการแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ เป็นฐาน (Nature-based solutions) ประเด็นการประชุมและเจรจาที่สําคัญ ได้แก่ การพัฒนาที่ยั่งยืนในบริบทที่เกี่ยวข้อง การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และแนวทางการดำเนินงานของอนุสัญญาฯ
“กษ. แจ้งว่า การเข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาฯ สมัยที่ 17 และการประชุมย่อยต่าง ๆ ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นกลไกหลักของการดำเนินงานอนุสัญญาฯ จะสามารถนำข้อตัดสินใจจากการประชุมดังกล่าวมาใช้ขับเคลื่อนงานอนุสัญญาฯ ภายในประเทศ เช่น การปรับปรุงรูปแบบการจัดทำรายงานแห่งชาติและแผนปฏิบัติการแห่งชาติ ในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป้าหมายความสมดุลของการจัดการทรัพยากรที่ดิน รวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของการดำเนินการร่วมกันทั้งในระดับประเทศและระดับสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรลุข้อตกลงตามพันธกรณีของไทยในฐานะประเทศซึ่งได้รับผลกระทบด้วย”
ด้านกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) มีความเห็นสอดคล้องกันว่า กรอบท่าทีการเจรจาของไทยสำหรับการประชุมดังกล่าว มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดท่าทีของไทยตามประเด็นของอนุสัญญาฯ และไม่มีการจัดทำเอกสารที่เข้าข่ายเป็นสนธิสัญญาภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ หรือหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กรณีจึงไม่มีประเด็น ที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับการเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
สำหรับสาเหตุการแปรสภาพเป็นทะเลทรายนั้น ปัจจัยหลักมาจาก ภัยธรรมชาติและภูมิอากาศ ได้แก่ ฝนตกน้อยมาก น้อยกว่า 250 มิลลิเมตรต่อปี, อุณหภูมิสูงขึ้น และภาวะโลกร้อนที่ทำให้ดินสูญเสียความชื้นเร็ว นอกจากนี้ยังมีสาเหตุจากการกระทำของมนุษย์ทั้ง การตัดไม้ทำลายป่า การทำเกษตรกรรมที่ไม่ยั่งยืน และการให้สัตว์เลี้ยงกินหญ้ามากเกินไปจนหน้าดินพังทลาย เมื่อรู้สาเหตุและผลที่เกิดขึ้นคือปัญหาต่อมนุษยชาติแล้ว จากนี้ไปคือลงมือแก้ไขร่วมกัน



