วันอังคาร ที่ 18 สิงหาคม 2569

Login
Login

เอลนีโญจ่อซัด 'วิกฤติความมั่นคงทางอาหารโลก' ดันคนหิวโหยพุ่ง 274 ล้านราย

รายงานเตือนสภาพอากาศสุดขั้วกำลังเขย่าเสถียรภาพโลก ตั้งแต่ภัยแล้งถล่มยุโรป-คลื่นความร้อนทุบสถิติในจีน จนถึงวิกฤติแม่น้ำสายหลักแห้งขอด กระทบทั้งระบบเกษตร พลังงาน และการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

เอลนีโญภัยคุกคามใหม่ จ่อซ้ำเติมวิกฤติอาหารโลก

องค์การเสบียงอาหารโลก (WFP) ออกโรงเตือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีความรุนแรง อาจผลักดันให้ประชากรทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะความมั่นคงทางอาหารเฉียบพลันเพิ่มขึ้นเกือบ 49 ล้านคนภายในสิ้นปี พ.ศ.2570 นี้ ส่งผลให้ตัวเลขผู้เผชิญภาวะวิกฤติความหิวโหยพุ่งสูงถึง 274 ล้านคน ครอบคลุม 45 ประเทศกลุ่มเสี่ยง โดยคาดว่าภูมิภาคอเมริกากลาง และแอฟริกาใต้จะเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับความกังวลของ มาซิโม โตเรโร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ที่เตือนถึงความเสี่ยงจาก "หมัดฮุกคู่" (Double Blow) เนื่องจากผลกระทบจากเอลนีโญเกิดขึ้นไล่เลี่ยกับการขาดแคลนปุ๋ย และเมล็ดพันธุ์ลูกผสม ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาชะงักงันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

ด้าน WFP ระบุว่า ทางองค์กรได้ขยายมาตรการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าไปแล้วใน 18 ประเทศ ช่วยเหลือประชาชนกว่า 1.3 ล้านคนในปีนี้ผ่านการแจกเงินสด และความช่วยเหลือรูปแบบอื่น เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายลงไปมากกว่านี้

คลื่นความร้อน และภัยแล้งป่วนระบบเศรษฐกิจโลก

ในขณะเดียวกัน สภาพอากาศที่ร้อนและแล้งจัดกำลังกลายเป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในหลายมิติ

ยุโรปเผชิญความร้อนทำลายสถิติ ยุโรปตะวันตกบันทึกช่วงเดือนมิ.ย. - ก.ค. ที่ผ่านมาว่า ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ กระตุ้นให้เกิดไฟป่าลุกลามรุนแรง ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกในเดือนก.ค. สูงเป็นอันดับสองเท่าที่มีการบันทึกมา

แม่น้ำสายหลักแห้งขอด ปริมาณน้ำฝน และความชื้นในดินที่ต่ำมาก ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญของยุโรปอย่างแม่น้ำไรน์ และดานูบ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

ผลผลิตเกษตรดิ่ง ผลผลิตธัญพืชของสหราชอาณาจักรจ่อร่วงลงต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลเทียบเคียงในปี พ.ศ. 2527 โดยความร้อน และภัยแล้งอาจทำให้ผลผลิตธัญพืช และเมล็ดพืชน้ำมันหายไปถึง 2.5 ล้านตัน คิดเป็นความเสียหายของเกษตรกรมูลค่าสูงสุดถึง 526 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปวยร์โตรีโกประกาศปันส่วนน้ำ ทางการต้องใช้มาตรการปันส่วนน้ำแบบหมุนเวียน หลังภัยแล้งรุนแรงส่งผลให้เขื่อนการ์ไรโซ (Carraizo) มีปริมาณน้ำลดลงอยู่ในระดับวิกฤติ ขณะที่กรุงซานฮวนเผชิญเดือนก.ค. ที่แห้งแล้งที่สุด โดยพื้นที่เกือบ 68% ของเกาะกำลังเผชิญภัยแล้ง

จีนดีมานด์ไฟฟ้าพุ่งกระฉูด คลื่นความร้อนแผ่ปกคลุม ดันความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศพุ่งทำสถิติสูงสุดจากการเปิดแอร์เพื่อคลายร้อน

คลองปานามาจำกัดการรับน้ำหนัก วิกฤติระดับน้ำบังคับให้คลองปานามาต้องลดข้อจำกัดความลึกของกระดูกงูเรือ (Draft) สำหรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ ทำให้เรือบางลำต้องลดปริมาณสินค้าลงเพื่อให้สามารถแล่นผ่านได้อย่างปลอดภัย

ประเด็นสิ่งแวดล้อมรอบโลก

ศาลสหรัฐ คืนทุนสนับสนุนด้านภูมิอากาศ ศาลอุทธรณ์สหรัฐ มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับไม่ให้สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (EPA) อายัดเงินทุนสนับสนุนพลังงานสะอาดมูลค่าราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้กองทุนลดก๊าซเรือนกระจก และโมร็อกโกลุยโปรเจกต์เปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน กลุ่มบริษัทร่วมทุนเตรียมทุ่มงบ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนรมิตโรงงานแปรรูปขยะเป็นพลังงานขนาดใหญ่ในคาซาบลังกา สามารถกำจัดขยะได้ราว 1.5 ล้านตันต่อปีภายในกลางปี พ.ศ.2573 พร้อมผลิตกระแสไฟฟ้า 115 เมกะวัตต์

รวมถึงอินเดียจ่อคุมเข้มใช้อ้อยทำเอทานอล อินเดียกำลังพิจารณาจำกัดการใช้อ้อยเป็นวัตถุดิบผลิตเอทานอลตั้งแต่เดือน ต.ค. นี้เป็นต้นไป หลังฝนทิ้งช่วงในรัฐปลูกอ้อยสำคัญส่งผลกระทบต่อผลผลิตน้ำตาล และดันราคาในประเทศพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ตลอดจน ทุ่ม 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กอบกู้สปีชีส์ใกล้สูญพันธุ์ มูลนิธิ Bezos Earth Fund และองค์กร Re:wild ประกาศทุ่มงบประเดิม 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฟื้นฟูสัตว์ และพืชที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ขั้นวิกฤติ 100 ชนิด ใน 30 ประเทศทั่วโลก

 

 

 

ที่มา : Forum Stories

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์