วิวัฒนาการเรือไฟฟ้า หรือEV Boat ส่วนใหญ่เป็นระบบลิเธียมไอออนที่คงครองตลาดเป็นหลัก แม้พัฒนายุคใหม่มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์, เซลล์เชื้อเพลิง และระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ กำลังช่วยเพิ่มระยะทางและขีดความสามารถของเรือพลังงานไฟฟ้าบริสุทธิ์ได้อย่างรวดเร็วขึ้นเท่ากับว่าโอกาสที่จะใช้เรือไฟฟ้าในชีวิตประจำวันกำลังเพิ่มขึ้น
เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ประชุมร่วมกับทางสถานทูตเนเธอร์แลนด์ และกรมเจ้าท่าเพื่อขับเคลื่อนการเดินเรือไฟฟ้า สู่การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.จิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นประธานการประชุม
การประชุมหารือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการขนส่งทางน้ำ โดยมุ่งส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจากเรือที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลไปสู่ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้เรือโดยสารขนาดเล็กและเรือท่องเที่ยวในลำคลอง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ และให้การดำเนินงานเป็นไปตามแนวทางและมาตรฐานที่กำหนดโดยองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization: IMO)
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวทางเชิงนโยบาย เพื่อผลักดันการดำเนินงานด้านการส่งเสริมการใช้เรือไฟฟ้าให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อันจะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปี ค.ศ. 2030 ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า การขับเคลื่อนการเดินเรือไฟฟ้า โดยกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ร่วมมือกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการดำเนินงานทั้งโครงการในอดีต และโครงการปัจจุบัน ได้แก่ เรือโดยสารไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยา (MINE Smart Ferry)
โดยกรมเจ้าท่าจับมือกับ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ผ่านบริษัท อี สมาร์ท ทรานสปอร์ต ผลิตเรือโดยสารไฟฟ้าฝีมือคนไทย 100% มีการเปิดตัวและเริ่มทดลองให้บริการครั้งแรกช่วงปลายปี 2563 ในเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา (ท่าน้ำนนทบุรี – วัดราชสิงขร / พระราม 5 – สาทร) พร้อมกับการยกระดับปรับปรุงท่าเรือให้เป็น Smart Pier นำร่องที่ท่าเรือสะพานพุทธ
เรือไฟฟ้าคลองผดุงกรุงเกษม (กทม.) เป็นความร่วมมือของกรุงเทพมหานครและกรมเจ้าท่าในการนำเรือไฟฟ้ามาวิ่งให้บริการตลอดสายคลองผดุงกรุงเกษม (หัวลำโพง – เทเวศร์) เพื่อเชื่อมต่อระบบ รถ-ราง-เรือ ไร้มลพิษ
การทดลองเรือไฟฟ้าขนาดเล็กในคลองต่างๆ และแหล่งท่องเที่ยว เป็นการพัฒนาร่วมกับบริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด นำเรืออลูมิเนียมขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้ามาทดลองใช้ในคลองดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี และโครงการเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเล Banpu NEXT e-Ferry ที่นำร่องบริเวณอ่าวพังงาและจังหวัดนครศรีธรรมราช
นอกจากนี้ การขยายผล 5 เส้นทางเรือไฟฟ้า (Green Logistics/Green Network) กรมเจ้าท่าและกระทรวงคมนาคมขยายกรอบการส่งเสริมเรือโดยสารและท่องเที่ยวพลังงานไฟฟ้าในหลายพื้นที่ ได้แก่ สายแม่น้ำเจ้าพระยา: ให้บริการครอบคลุมเส้นทางเรือด่วน/เรือโดยสารไฟฟ้าประจำทาง ,สายคลองแสนแสบ (ส่วนต่อขยาย): เส้นทางวัดศรีบุญเรือง – มีนบุรี (ระยะทาง 11.5 กม.) มีการนำเรือไฟฟ้าเข้ามาให้บริการเชื่อมต่อเดินทาง , สายคลองดำเนินสะดวก: ต่อยอดเรือท่องเที่ยวหางยาวไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ
ทั้งนี้ ทั่วโลก โดยเทศบาลเมืองต่าง ๆ กำลังเร่งเปลี่ยนระบบขนส่งทางน้ำสาธารณะมาใช้พลังงานไฟฟ้า เพื่อลดมลพิษทางเสียงและลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองริมฝั่งทะเลและเมืองริมแม่น้ำในยุโรปและอาเซียน



