องค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) ได้เปิดเผยรายงาน “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนประจำปี 2026” (The Sustainable Development Goals Report 2026) ซึ่งเป็นการประเมินสถานการณ์โลกในช่วงเวลาสำคัญที่เหลือเพียง 4 ปีจะถึงเส้นตายในปี 2030
'กรุงเทพธุรกิจ' สรุปสาระสำคัญจากรายงานฉบับล่าสุดนี้ พบว่า แม้จะมีความก้าวหน้าในบางด้าน เช่น การเข้าถึงไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต แต่ในภาพรวมความก้าวหน้ากลับไม่เท่าเทียมและไม่เพียงพอ ท่ามกลางอุปสรรคสำคัญจากความขัดแย้งที่พุ่งสูงขึ้น หนี้สินต่างประเทศที่ทับถม และวิกฤติสภาพภูมิอากาศที่ทุบสถิติความร้อนอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่ประเมินได้เพียงร้อยละ 15 เท่านั้นที่อยู่ในเกณฑ์บรรลุตามเป้าหมาย ขณะที่อีกร้อยละ 15 กำลังก้าวถอยหลังลงไปต่ำกว่าระดับฐานในปี 2015
โลกถึง “จุดเปลี่ยน” เร่งกู้วิกฤติ SDGs ก่อนปี 2030
"อันโตนิโอ กูเตอร์เรส" เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่า โลกกำลังมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะสิ่งที่ทุกประเทศเลือกทำในวันนี้ จะเป็นตัวตัดสินว่า ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะเดินหน้าต่อหรือถอยหลัง ขณะที่เหลือเวลาไม่ถึง 5 ปีในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายในปี 2030
"ในช่วงที่ผ่านมา โลกมีความก้าวหน้าในหลายด้าน ทั้งการขยายระบบช่วยเหลือและคุ้มครองประชาชน การลดการเสียชีวิตของแม่และเด็ก การรับมือกับโรคเขตร้อนที่ถูกละเลย การลดการแต่งงานในวัยเด็ก รวมถึงการทำให้คนเข้าถึงน้ำสะอาด ระบบสุขาภิบาล และไฟฟ้าได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน พลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีดิจิทัลก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้รู้ว่าแต่ละประเทศก้าวหน้าไปถึงไหน และควรเร่งแก้ปัญหาจุดใดก่อนถึงปี 2030"
5 เรื่องต้องเร่งดำเนินการ
แต่ความก้าวหน้าที่ "กูเตอร์เรส" กล่าวข้างต้นยัง ไม่มากพอและเกิดขึ้นไม่เท่าเทียมกัน โดยโลกกำลังเผชิญทั้งเงินช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาที่ลดลง หนี้ของประเทศกำลังพัฒนาที่เพิ่มขึ้น ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และวิกฤติสภาพภูมิอากาศ ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางยังส่งผลต่อเส้นทางขนส่งพลังงาน ปุ๋ย และอาหาร และเพิ่มแรงกดดันต่อราคาสินค้าและเงินเฟ้อทั่วโลก ส่งผลให้มีเป้าหมาย SDGs ที่ประเมินได้เพียง 36% ที่กำลังเดินไปถูกทาง ขณะที่ 15% กลับถอยหลัง
เพื่อให้โลกกลับมาเดินหน้า "กูเตอร์เรส" เสนอให้เร่งดำเนินการ 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่
- เงินทุนเพื่อการพัฒนา ปฏิบัติตามพันธสัญญาเซบียา เพื่อแก้ปัญหาการขาดเงินทุนสำหรับ SDGs ซึ่งอยู่ที่ 4 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี พร้อมเพิ่มศักยภาพการปล่อยกู้ของธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ 3 เท่า และแก้ปัญหาหนี้
- เทคโนโลยีและ AI นำเทคโนโลยีใหม่มาใช้เร่งการพัฒนา โดยเฉพาะช่วยคนที่เสี่ยงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
- พลังงานสะอาด เร่งเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างงาน โอกาสทางเศรษฐกิจ และลดผลกระทบต่อโลก
- ความเท่าเทียมทางเพศ เพิ่มสิทธิและโอกาสให้ผู้หญิงและเด็กผู้หญิง เพราะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการพัฒนา
- สันติภาพ ลดการใช้จ่ายทางทหารที่เพิ่มขึ้น และหันมาลงทุนกับสันติภาพและการพัฒนา
ข้อมูลสถิติ รากฐานแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวน
ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โลกมีการพัฒนาด้านการจัดเก็บข้อมูลอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่เคยขาดข้อมูลในตัวชี้วัด SDG ถึงครึ่งหนึ่ง ปัจจุบันฐานข้อมูลสถิติโลกมีจุดข้อมูลถึง 3.2 ล้านจุด ครอบคลุมตัวชี้วัดเกือบทั้งหมด ซึ่งความสำเร็จนี้ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้แต่ละประเทศกำหนดนโยบายได้อย่างแม่นยำ
"หลี่ จุนหัว" (Li Junhua) รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงบทบาทของสถิติทางการว่า “ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลสถิติทางการมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของโลก ตั้งแต่การตอบโต้โรคระบาด การติดตามผลกระทบทางสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงการวัดผลการลดความยากจนและการสร้างธรรมาภิบาลที่โปร่งใส”
อย่างไรก็ตาม รายงานเตือนว่าในช่วงเวลาที่โลกต้องการข้อมูลที่แม่นยำที่สุด งบประมาณสนับสนุนระบบสถิติแห่งชาติกลับกำลังหดตัวลง โดยเฉพาะในประเทศรายได้ต่ำและปานกลางที่ต้องเผชิญกับการปรับลดงบประมาณถึงร้อยละ 23.1 ในปี 2025 ซึ่งถือเป็นการลดลงรายปีที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์
ความยากจนและความอดอยาก
เป้าหมายหลักในการขจัดความยากจน (SDG 1) กำลังเผชิญกับภาวะชะงักงัน ในปี 2026 ประชากรร้อยละ 10 ของโลก หรือประมาณ 826 ล้านคน ยังคงมีชีวิตอยู่ภายใต้ความยากจนขั้นรุนแรง (รายได้ต่ำกว่าประมาณ 99 บาทต่อวัน) ซึ่งลดลงเพียงเล็กน้อยจากร้อยละ 13 ในปี 2015 โดยร้อยละ 80 ของคนกลุ่มนี้กระจุกตัวอยู่ในภูมิภาคซับสะฮาราแอฟริกาหรือพื้นที่ที่เปราะบางจากความขัดแย้ง
ทางด้านความมั่นคงทางอาหาร (SDG 2) มีสัญญาณบวกเล็กน้อยเมื่อจำนวนผู้หิวโหยเรื้อรังลดลงเหลือ 645 ล้านคน (ร้อยละ 7.8) ในปี 2025 แต่รายงานเตือนว่า วิกฤติในตะวันออกกลางและสภาพอากาศที่สุดขั้วกำลังคุกคามความก้าวหน้านี้ การหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซได้ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตที่สำคัญ เช่น ปุ๋ยและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งดันต้นทุนการผลิตอาหารให้สูงขึ้นและกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว
วิกฤติสาธารณสุขและการศึกษา
ในด้านสุขภาพ (SDG 3) โลกมีความสำเร็จที่น่าจดจำ เช่น อัตราการตายของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่ลดลงถึงร้อยละ 51 ตั้งแต่ปี 2000 และจำนวนผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่ลดลงร้อยละ 30 ตั้งแต่ปี 2015 แต่เป้าหมายด้านสุขภาพมารดายังคงห่างไกล โดยในทุก ๆ 2 นาที จะมีผู้หญิง 1 คนเสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์และการคลอดบุตร ซึ่งร้อยละ 87 ของการเสียชีวิตเหล่านี้เกิดขึ้นในซับสะฮาราแอฟริกาและเอเชียใต้
ด้านการศึกษา (SDG 4) รายงานชี้ให้เห็นถึง "วิกฤติการเรียนรู้" ที่รุนแรงขึ้น ข้อมูลจาก 57 ประเทศพบว่าความสามารถในการอ่านขั้นพื้นฐานของนักเรียนระดับประถมลดลงจากร้อยละ 59 ในปี 2012 เหลือเพียงร้อยละ 47 ในปี 2022 นอกจากนี้ยังมีเด็กและเยาวชนถึง 273 ล้านคนที่ยังไม่ได้เข้าโรงเรียน โดย 3 ใน 4 ของจำนวนนี้อยู่ในภูมิภาคซับสะฮาราแอฟริกาและเอเชียกลางและใต้
ความเสมอภาคทางเพศ ต้องรออีกกว่าครึ่งศตวรรษ
ความเท่าเทียมทางเพศ (SDG 5) ยังคงเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่เดินหน้าช้าที่สุด สัดส่วนผู้หญิงในสภาผู้แทนราษฎรทั่วโลกอยู่ที่ร้อยละ 27.4 เพิ่มขึ้นจากปี 2015 เพียงร้อยละ 5 รายงานระบุว่า หากความก้าวหน้ายังเป็นไปในอัตรานี้ โลกต้องใช้เวลาอีกกว่า 50 ปีเพื่อให้ผู้หญิงและผู้ชายมีส่วนร่วมในตำแหน่งบริหารอย่างเท่าเทียมกัน
นอกจากนี้ ความรุนแรงต่อสตรีเป็นวิกฤติที่ไม่มีความก้าวหน้ามานานถึง 20 ปี ผู้หญิงเกือบ 1 ใน 3 ทั่วโลกเคยเผชิญกับความรุนแรงทางร่างกายหรือทางเพศ และผู้หญิงมากกว่าครึ่งหนึ่งที่มีคู่ครองยังคงขาดอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของตนเองอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องการคุมกำเนิดและการมีเพศสัมพันธ์
วิกฤติสภาพภูมิอากาศ สัญญาณเตือนขั้นสูงสุด
ปี 2024 ถูกบันทึกว่าเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยอุณหภูมิโลกพุ่งสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 1.55 องศาเซลเซียส ซึ่งเกินเพดาน 1.5 องศาเซลเซียสที่ตั้งเป้าไว้เป็นครั้งแรก มหาสมุทรซึ่งดูดซับความร้อนร้อยละ 91 ของโลกก็ทำสถิติร้อนที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่ 9 ส่งผลให้เกิดปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 84 ของปะการังทั่วโลก
ทางด้านทรัพยากรบนบก (SDG 15) พื้นที่ป่าไม้ทั่วโลกยังคงหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยสูญเสียพื้นที่ป่าสุทธิไปถึง 41 ล้านเฮกตาร์ตั้งแต่ปี 2015 แม้อัตราการทำลายป่าจะชะลอตัวลงบ้างแต่ยังคงมีความเสี่ยงสูงในภูมิภาคซับสะฮาราแอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันมีสิ่งมีชีวิตมากกว่า 48,600 ชนิดที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยปะการังเป็นกลุ่มที่สถานะเสื่อมถอยเร็วที่สุด
ยุค AI ดาบสองคมของข้อมูล
หัวข้อสำคัญในรายงานปี 2026 คือการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระบบสถิติและการติดตาม SDG รายงานระบุว่า AI มีศักยภาพในการปฏิวัติการทำงานสถิติ เช่น การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อประเมินความยากจนหรือการออกแบบแบบสอบถาม แต่ในขณะเดียวกัน AI ก็มีความเสี่ยงสูงในการสร้างข้อมูลที่ผิดพลาด (Bias) หรือการสร้างข้อมูลสังเคราะห์ขึ้นมาแทนข้อมูลจริงที่ขาดหายไป ซึ่งอาจทำลายความไว้วางใจของสาธารณะ
"หลี่ จุนหัว" เตือนถึงความท้าทายนี้ว่า ในยุคที่ AI กลายเป็นแหล่งคำถามพื้นฐาน คุณค่าของสถิติทางการจึงขยายไปไกลกว่าเพียงแค่จำนวนจุดข้อมูล แต่วัตถุประสงค์สูงสุดคือการรักษาผลประโยชน์สาธารณะผ่านหลักฐานที่ยึดถือคนเป็นศูนย์กลาง น่าเชื่อถือ และมีความเป็นอธิปไตยของชาติ
นอกจากนี้ AI ยังคุกคามความเป็นส่วนตัวของข้อมูล โดยสามารถนำชุดข้อมูลสถิติที่เคยถูกทำให้เป็นนิรนามมาเชื่อมโยงกับข้อมูลเชิงพาณิชย์เพื่อระบุตัวตนบุคคลได้อีกครั้ง ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นที่ระบบสถิติใช้เวลาก่อร่างสร้างตัวมานานหลายทศวรรษ
วิกฤติการเงินและหนี้สิน คอขวดของการพัฒนา
อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการบรรลุ SDG คือช่องว่างทางการเงินที่สูงถึงประมาณ 132 ล้านล้านบาทต่อปีในประเทศกำลังพัฒนา ในขณะที่หนี้ต่างประเทศของกลุ่มประเทศเหล่านี้พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 293.7 ล้านล้านบาทในปี 2024 โดยเป็นปีที่สามติดต่อกันที่ประเทศเหล่านี้ต้องจ่ายเงินชำระหนี้มากกว่าเงินทุนสนับสนุนใหม่ที่ได้รับ
รายงานเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาปัตยกรรมทางการเงินระหว่างประเทศอย่างเร่งด่วนตาม "พันธสัญญาเซบียา" (Sevilla Commitment) เพื่อเพิ่มความช่วยเหลือและเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่ราคาถูกลงสำหรับประเทศที่เปราะบางที่สุด
จัดกลุ่มเป้าหมายตามสถานะความคืบหน้า
- บรรลุตามเป้าหมายหรือเป็นไปตามแผน
- เป้าหมายที่ 2 ยุติความหิวโหย: 2.b เงินอุดหนุนการส่งออกสินค้าเกษตร
- เป้าหมายที่ 3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี: 3.2 อัตราการเสียชีวิตของเด็ก
- เป้าหมายที่ 6 การจัดการน้ำและสุขาภิบาล: 6.4 ประสิทธิภาพการใช้น้ำ
- เป้าหมายที่ 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้: 7.a ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านพลังงาน และ 7.b การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน
- เป้าหมายที่ 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน: 9.2 การพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและครอบคลุม และ 9.c การเข้าถึง ICT และอินเทอร์เน็ต
- เป้าหมายที่ 10 ลดความเหลื่อมล้ำ: 10.1 การเติบโตของรายได้ของประชากรกลุ่มล่างสุด 40% และ 10.7 การย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัยและเป็นระเบียบ
- เป้าหมายที่ 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน: 11.3 การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน, 11.a นโยบายผังเมือง และ 11.b นโยบายการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ,,
- เป้าหมายที่ 12 แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน: 12.1 แผนงานการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน, 12.6 แนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนขององค์กร และ 12.a ขีดความสามารถด้าน R&D เพื่อความยั่งยืน
- เป้าหมายที่ 13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: 13.2 นโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- เป้าหมายที่ 14 ทรัพยากรทางทะเล: 14.5 การอนุรักษ์พื้นที่ชายฝั่งและทะเล
- เป้าหมายที่ 15 ระบบนิเวศบนบก: 15.8 ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน
- เป้าหมายที่ถดถอย
- เป้าหมายที่ 2 ยุติความหิวโหย: 2.1 ความอดอยากและความมั่นคงทางอาหาร และ 2.a การลงทุนในเกษตรกรรม
- เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ: 4.1 ผลลัพธ์การเรียนรู้ และ 4.c ครูที่มีคุณสมบัติ
- เป้าหมายที่ 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ: 8.1 การเติบโตทางเศรษฐกิจ และ 8.4 ประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร
- เป้าหมายที่ 10 ลดความเหลื่อมล้ำ: 10.3 ขจัดการเลือกปฏิบัติ และ 10.6 ธรรมาภิบาลโลกที่ครอบคลุม
- เป้าหมายที่ 12 แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน: 12.b การติดตามการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และ 12.c การอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิล
- เป้าหมายที่ 14 ทรัพยากรทางทะเล: 14.4 การประมงที่ยั่งยืน และ 14.a ขีดความสามารถด้านวิจัยและเทคโนโลยีทางทะเล
- เป้าหมายที่ 15 ระบบนิเวศบนบก: 15.2 การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน, 15.3 การเสื่อมโทรมของที่ดิน และ 15.5 การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ,
- เป้าหมายที่ 16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง: 16.b กฎหมายที่ไม่เลือกปฏิบัติ
- เป้าหมายที่ 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน: 17.2 พันธกรณี ODA, 17.10 ระบบการค้าพหุภาคี และ 17.13 เสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคระดับโลก



