วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

UN เปิดรายงาน SDG 2026 โลกเหลือ 4 ปี บรรลุเป้าแค่ 15% หลายชาติหนี้พุ่ง วิกฤติรอบด้าน

องค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) ได้เปิดเผยรายงาน “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนประจำปี 2026” (The Sustainable Development Goals Report 2026) ซึ่งเป็นการประเมินสถานการณ์โลกในช่วงเวลาสำคัญที่เหลือเพียง 4 ปีจะถึงเส้นตายในปี 2030

'กรุงเทพธุรกิจ' สรุปสาระสำคัญจากรายงานฉบับล่าสุดนี้ พบว่า แม้จะมีความก้าวหน้าในบางด้าน เช่น การเข้าถึงไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต แต่ในภาพรวมความก้าวหน้ากลับไม่เท่าเทียมและไม่เพียงพอ ท่ามกลางอุปสรรคสำคัญจากความขัดแย้งที่พุ่งสูงขึ้น หนี้สินต่างประเทศที่ทับถม และวิกฤติสภาพภูมิอากาศที่ทุบสถิติความร้อนอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่ประเมินได้เพียงร้อยละ 15 เท่านั้นที่อยู่ในเกณฑ์บรรลุตามเป้าหมาย ขณะที่อีกร้อยละ 15 กำลังก้าวถอยหลังลงไปต่ำกว่าระดับฐานในปี 2015

โลกถึง “จุดเปลี่ยน” เร่งกู้วิกฤติ SDGs ก่อนปี 2030

"อันโตนิโอ กูเตอร์เรส" เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่า โลกกำลังมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะสิ่งที่ทุกประเทศเลือกทำในวันนี้ จะเป็นตัวตัดสินว่า ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะเดินหน้าต่อหรือถอยหลัง ขณะที่เหลือเวลาไม่ถึง 5 ปีในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายในปี 2030

"ในช่วงที่ผ่านมา โลกมีความก้าวหน้าในหลายด้าน ทั้งการขยายระบบช่วยเหลือและคุ้มครองประชาชน การลดการเสียชีวิตของแม่และเด็ก การรับมือกับโรคเขตร้อนที่ถูกละเลย การลดการแต่งงานในวัยเด็ก รวมถึงการทำให้คนเข้าถึงน้ำสะอาด ระบบสุขาภิบาล และไฟฟ้าได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน พลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีดิจิทัลก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้รู้ว่าแต่ละประเทศก้าวหน้าไปถึงไหน และควรเร่งแก้ปัญหาจุดใดก่อนถึงปี 2030"

5 เรื่องต้องเร่งดำเนินการ

แต่ความก้าวหน้าที่ "กูเตอร์เรส" กล่าวข้างต้นยัง ไม่มากพอและเกิดขึ้นไม่เท่าเทียมกัน โดยโลกกำลังเผชิญทั้งเงินช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาที่ลดลง หนี้ของประเทศกำลังพัฒนาที่เพิ่มขึ้น ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และวิกฤติสภาพภูมิอากาศ ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางยังส่งผลต่อเส้นทางขนส่งพลังงาน ปุ๋ย และอาหาร และเพิ่มแรงกดดันต่อราคาสินค้าและเงินเฟ้อทั่วโลก ส่งผลให้มีเป้าหมาย SDGs ที่ประเมินได้เพียง 36% ที่กำลังเดินไปถูกทาง ขณะที่ 15% กลับถอยหลัง

เพื่อให้โลกกลับมาเดินหน้า "กูเตอร์เรส" เสนอให้เร่งดำเนินการ 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่

  1. เงินทุนเพื่อการพัฒนา ปฏิบัติตามพันธสัญญาเซบียา เพื่อแก้ปัญหาการขาดเงินทุนสำหรับ SDGs ซึ่งอยู่ที่ 4 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี พร้อมเพิ่มศักยภาพการปล่อยกู้ของธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ 3 เท่า และแก้ปัญหาหนี้
  2. เทคโนโลยีและ AI นำเทคโนโลยีใหม่มาใช้เร่งการพัฒนา โดยเฉพาะช่วยคนที่เสี่ยงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
  3. พลังงานสะอาด เร่งเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างงาน โอกาสทางเศรษฐกิจ และลดผลกระทบต่อโลก
  4. ความเท่าเทียมทางเพศ เพิ่มสิทธิและโอกาสให้ผู้หญิงและเด็กผู้หญิง เพราะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการพัฒนา
  5. สันติภาพ ลดการใช้จ่ายทางทหารที่เพิ่มขึ้น และหันมาลงทุนกับสันติภาพและการพัฒนา

ข้อมูลสถิติ รากฐานแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวน

ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โลกมีการพัฒนาด้านการจัดเก็บข้อมูลอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่เคยขาดข้อมูลในตัวชี้วัด SDG ถึงครึ่งหนึ่ง ปัจจุบันฐานข้อมูลสถิติโลกมีจุดข้อมูลถึง 3.2 ล้านจุด ครอบคลุมตัวชี้วัดเกือบทั้งหมด ซึ่งความสำเร็จนี้ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้แต่ละประเทศกำหนดนโยบายได้อย่างแม่นยำ

"หลี่ จุนหัว" (Li Junhua) รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงบทบาทของสถิติทางการว่า “ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลสถิติทางการมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของโลก ตั้งแต่การตอบโต้โรคระบาด การติดตามผลกระทบทางสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงการวัดผลการลดความยากจนและการสร้างธรรมาภิบาลที่โปร่งใส”

อย่างไรก็ตาม รายงานเตือนว่าในช่วงเวลาที่โลกต้องการข้อมูลที่แม่นยำที่สุด งบประมาณสนับสนุนระบบสถิติแห่งชาติกลับกำลังหดตัวลง โดยเฉพาะในประเทศรายได้ต่ำและปานกลางที่ต้องเผชิญกับการปรับลดงบประมาณถึงร้อยละ 23.1 ในปี 2025 ซึ่งถือเป็นการลดลงรายปีที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์

ความยากจนและความอดอยาก

เป้าหมายหลักในการขจัดความยากจน (SDG 1) กำลังเผชิญกับภาวะชะงักงัน ในปี 2026 ประชากรร้อยละ 10 ของโลก หรือประมาณ 826 ล้านคน ยังคงมีชีวิตอยู่ภายใต้ความยากจนขั้นรุนแรง (รายได้ต่ำกว่าประมาณ 99 บาทต่อวัน) ซึ่งลดลงเพียงเล็กน้อยจากร้อยละ 13 ในปี 2015 โดยร้อยละ 80 ของคนกลุ่มนี้กระจุกตัวอยู่ในภูมิภาคซับสะฮาราแอฟริกาหรือพื้นที่ที่เปราะบางจากความขัดแย้ง

ทางด้านความมั่นคงทางอาหาร (SDG 2) มีสัญญาณบวกเล็กน้อยเมื่อจำนวนผู้หิวโหยเรื้อรังลดลงเหลือ 645 ล้านคน (ร้อยละ 7.8) ในปี 2025 แต่รายงานเตือนว่า วิกฤติในตะวันออกกลางและสภาพอากาศที่สุดขั้วกำลังคุกคามความก้าวหน้านี้ การหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซได้ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตที่สำคัญ เช่น ปุ๋ยและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งดันต้นทุนการผลิตอาหารให้สูงขึ้นและกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว

วิกฤติสาธารณสุขและการศึกษา

ในด้านสุขภาพ (SDG 3) โลกมีความสำเร็จที่น่าจดจำ เช่น อัตราการตายของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่ลดลงถึงร้อยละ 51 ตั้งแต่ปี 2000 และจำนวนผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่ลดลงร้อยละ 30 ตั้งแต่ปี 2015 แต่เป้าหมายด้านสุขภาพมารดายังคงห่างไกล โดยในทุก ๆ 2 นาที จะมีผู้หญิง 1 คนเสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์และการคลอดบุตร ซึ่งร้อยละ 87 ของการเสียชีวิตเหล่านี้เกิดขึ้นในซับสะฮาราแอฟริกาและเอเชียใต้

ด้านการศึกษา (SDG 4) รายงานชี้ให้เห็นถึง "วิกฤติการเรียนรู้" ที่รุนแรงขึ้น ข้อมูลจาก 57 ประเทศพบว่าความสามารถในการอ่านขั้นพื้นฐานของนักเรียนระดับประถมลดลงจากร้อยละ 59 ในปี 2012 เหลือเพียงร้อยละ 47 ในปี 2022 นอกจากนี้ยังมีเด็กและเยาวชนถึง 273 ล้านคนที่ยังไม่ได้เข้าโรงเรียน โดย 3 ใน 4 ของจำนวนนี้อยู่ในภูมิภาคซับสะฮาราแอฟริกาและเอเชียกลางและใต้

ความเสมอภาคทางเพศ ต้องรออีกกว่าครึ่งศตวรรษ

ความเท่าเทียมทางเพศ (SDG 5) ยังคงเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่เดินหน้าช้าที่สุด สัดส่วนผู้หญิงในสภาผู้แทนราษฎรทั่วโลกอยู่ที่ร้อยละ 27.4 เพิ่มขึ้นจากปี 2015 เพียงร้อยละ 5 รายงานระบุว่า หากความก้าวหน้ายังเป็นไปในอัตรานี้ โลกต้องใช้เวลาอีกกว่า 50 ปีเพื่อให้ผู้หญิงและผู้ชายมีส่วนร่วมในตำแหน่งบริหารอย่างเท่าเทียมกัน

นอกจากนี้ ความรุนแรงต่อสตรีเป็นวิกฤติที่ไม่มีความก้าวหน้ามานานถึง 20 ปี ผู้หญิงเกือบ 1 ใน 3 ทั่วโลกเคยเผชิญกับความรุนแรงทางร่างกายหรือทางเพศ และผู้หญิงมากกว่าครึ่งหนึ่งที่มีคู่ครองยังคงขาดอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของตนเองอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องการคุมกำเนิดและการมีเพศสัมพันธ์

วิกฤติสภาพภูมิอากาศ สัญญาณเตือนขั้นสูงสุด

ปี 2024 ถูกบันทึกว่าเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยอุณหภูมิโลกพุ่งสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 1.55 องศาเซลเซียส ซึ่งเกินเพดาน 1.5 องศาเซลเซียสที่ตั้งเป้าไว้เป็นครั้งแรก มหาสมุทรซึ่งดูดซับความร้อนร้อยละ 91 ของโลกก็ทำสถิติร้อนที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่ 9 ส่งผลให้เกิดปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 84 ของปะการังทั่วโลก

ทางด้านทรัพยากรบนบก (SDG 15) พื้นที่ป่าไม้ทั่วโลกยังคงหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยสูญเสียพื้นที่ป่าสุทธิไปถึง 41 ล้านเฮกตาร์ตั้งแต่ปี 2015 แม้อัตราการทำลายป่าจะชะลอตัวลงบ้างแต่ยังคงมีความเสี่ยงสูงในภูมิภาคซับสะฮาราแอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันมีสิ่งมีชีวิตมากกว่า 48,600 ชนิดที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยปะการังเป็นกลุ่มที่สถานะเสื่อมถอยเร็วที่สุด

ยุค AI ดาบสองคมของข้อมูล

หัวข้อสำคัญในรายงานปี 2026 คือการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระบบสถิติและการติดตาม SDG รายงานระบุว่า AI มีศักยภาพในการปฏิวัติการทำงานสถิติ เช่น การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อประเมินความยากจนหรือการออกแบบแบบสอบถาม แต่ในขณะเดียวกัน AI ก็มีความเสี่ยงสูงในการสร้างข้อมูลที่ผิดพลาด (Bias) หรือการสร้างข้อมูลสังเคราะห์ขึ้นมาแทนข้อมูลจริงที่ขาดหายไป ซึ่งอาจทำลายความไว้วางใจของสาธารณะ

"หลี่ จุนหัว" เตือนถึงความท้าทายนี้ว่า ในยุคที่ AI กลายเป็นแหล่งคำถามพื้นฐาน คุณค่าของสถิติทางการจึงขยายไปไกลกว่าเพียงแค่จำนวนจุดข้อมูล แต่วัตถุประสงค์สูงสุดคือการรักษาผลประโยชน์สาธารณะผ่านหลักฐานที่ยึดถือคนเป็นศูนย์กลาง น่าเชื่อถือ และมีความเป็นอธิปไตยของชาติ

นอกจากนี้ AI ยังคุกคามความเป็นส่วนตัวของข้อมูล โดยสามารถนำชุดข้อมูลสถิติที่เคยถูกทำให้เป็นนิรนามมาเชื่อมโยงกับข้อมูลเชิงพาณิชย์เพื่อระบุตัวตนบุคคลได้อีกครั้ง ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นที่ระบบสถิติใช้เวลาก่อร่างสร้างตัวมานานหลายทศวรรษ

วิกฤติการเงินและหนี้สิน คอขวดของการพัฒนา

อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการบรรลุ SDG คือช่องว่างทางการเงินที่สูงถึงประมาณ 132 ล้านล้านบาทต่อปีในประเทศกำลังพัฒนา ในขณะที่หนี้ต่างประเทศของกลุ่มประเทศเหล่านี้พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 293.7 ล้านล้านบาทในปี 2024 โดยเป็นปีที่สามติดต่อกันที่ประเทศเหล่านี้ต้องจ่ายเงินชำระหนี้มากกว่าเงินทุนสนับสนุนใหม่ที่ได้รับ

รายงานเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาปัตยกรรมทางการเงินระหว่างประเทศอย่างเร่งด่วนตาม "พันธสัญญาเซบียา" (Sevilla Commitment) เพื่อเพิ่มความช่วยเหลือและเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่ราคาถูกลงสำหรับประเทศที่เปราะบางที่สุด

จัดกลุ่มเป้าหมายตามสถานะความคืบหน้า

- บรรลุตามเป้าหมายหรือเป็นไปตามแผน

  • เป้าหมายที่ 2 ยุติความหิวโหย: 2.b เงินอุดหนุนการส่งออกสินค้าเกษตร
  • เป้าหมายที่ 3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี: 3.2 อัตราการเสียชีวิตของเด็ก
  • เป้าหมายที่ 6 การจัดการน้ำและสุขาภิบาล: 6.4 ประสิทธิภาพการใช้น้ำ
  • เป้าหมายที่ 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้: 7.a ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านพลังงาน และ 7.b การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน
  • เป้าหมายที่ 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน: 9.2 การพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและครอบคลุม และ 9.c การเข้าถึง ICT และอินเทอร์เน็ต
  • เป้าหมายที่ 10 ลดความเหลื่อมล้ำ: 10.1 การเติบโตของรายได้ของประชากรกลุ่มล่างสุด 40% และ 10.7 การย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัยและเป็นระเบียบ
  • เป้าหมายที่ 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน: 11.3 การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน, 11.a นโยบายผังเมือง และ 11.b นโยบายการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ,,
  • เป้าหมายที่ 12 แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน: 12.1 แผนงานการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน, 12.6 แนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนขององค์กร และ 12.a ขีดความสามารถด้าน R&D เพื่อความยั่งยืน
  • เป้าหมายที่ 13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: 13.2 นโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • เป้าหมายที่ 14 ทรัพยากรทางทะเล: 14.5 การอนุรักษ์พื้นที่ชายฝั่งและทะเล
  • เป้าหมายที่ 15 ระบบนิเวศบนบก: 15.8 ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน

- เป้าหมายที่ถดถอย

  • เป้าหมายที่ 2 ยุติความหิวโหย: 2.1 ความอดอยากและความมั่นคงทางอาหาร และ 2.a การลงทุนในเกษตรกรรม
  • เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ: 4.1 ผลลัพธ์การเรียนรู้ และ 4.c ครูที่มีคุณสมบัติ
  • เป้าหมายที่ 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ: 8.1 การเติบโตทางเศรษฐกิจ และ 8.4 ประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร
  • เป้าหมายที่ 10 ลดความเหลื่อมล้ำ: 10.3 ขจัดการเลือกปฏิบัติ และ 10.6 ธรรมาภิบาลโลกที่ครอบคลุม
  • เป้าหมายที่ 12 แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน: 12.b การติดตามการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และ 12.c การอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิล
  • เป้าหมายที่ 14 ทรัพยากรทางทะเล: 14.4 การประมงที่ยั่งยืน และ 14.a ขีดความสามารถด้านวิจัยและเทคโนโลยีทางทะเล
  • เป้าหมายที่ 15 ระบบนิเวศบนบก: 15.2 การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน, 15.3 การเสื่อมโทรมของที่ดิน และ 15.5 การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ,
  • เป้าหมายที่ 16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง: 16.b กฎหมายที่ไม่เลือกปฏิบัติ
  • เป้าหมายที่ 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน: 17.2 พันธกรณี ODA, 17.10 ระบบการค้าพหุภาคี และ 17.13 เสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคระดับโลก