วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

วิกฤติแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา 'UNFPA วอนระดมทุน 10 ล้านดอลลาร์' ช่วยผู้หญิง-เด็ก

ยอดผู้เสียชีวิต จาก"แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา" ทะลุ 5,000 ราย พร้อมชูพลัง "แนวหน้า" ของผู้หญิงที่ลุกขึ้นมาจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย สะท้อนความเปราะบางที่ต้องได้รับการเยียวยาอย่างยั่งยืน ขณะที่ UNFPA วอนประชาคมโลกระดมทุนเพิ่มเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้ทันท่วงที

สถานการณ์หลังภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่

เวเนซุเอลา ยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุด พอลา นาร์บาเอซ ผู้อำนวยการองค์การกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ประจำภูมิภาคละตินอเมริกาและแคริบเบียน ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่นครนิวยอร์ก หลังเดินทางลงพื้นที่จริงเพื่อประเมินสถานการณ์ความเสียหายและความต้องการเร่งด่วน

นาร์บาเอซ ซึ่งต่อมาได้กล่าวผ่านระบบทางไกลจากประเทศชิลี เปิดเผยว่า "แผ่นดินไหว"ครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 5,000 ราย และทำให้มีผู้พลัดถิ่นอีกกว่า 23,000 คน พร้อมเน้นย้ำว่าตัวเลขทางสถิติเหล่านี้ไม่สามารถสะท้อนความสูญเสียอันมหาศาลและผลกระทบทางจิตใจที่แท้จริงของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ได้ทั้งหมด

พลังของผู้หญิงในแนวหน้าท่ามกลางซากปรักหักพัง

ระหว่างการลงพื้นที่ในจุดที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดอย่างรัฐลาไกวาเราะ (La Guaira) นาร์บาเอซ ได้มีโอกาสพบปะกับครอบครัวที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ยังคงมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะลุกขึ้นมาสร้างชีวิตใหม่

“ฉันได้เห็นภาพที่มักเกิดขึ้นซ้ำๆ ในทุกยามวิกฤติ นั่นคือผู้หญิงที่ลุกขึ้นมาจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยให้กับครอบครัวและคอยดูแลผู้อื่น รวมถึงเจ้าหน้าที่แนวหน้าที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แม้ว่าตัวพวกเขาเองจะได้รับผลกระทบส่วนตัวเช่นกัน” นาร์บาเอซ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเข้มแข็งดังกล่าว ความต้องการด้านมนุษยธรรมยังคงอยู่ในระดับสูงมาก ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสถานพยาบาล การขาดแคลนยารักษาโรคและอุปกรณ์ทางการแพทย์ การขาดแคลนบุคลากร ตลอดจนการหยุดชะงักของบริการขั้นพื้นฐาน กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะบริการด้านอนามัยเจริญพันธุ์และการดูแลสูติกรรมฉุกเฉิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความยั่งยืนด้านสุขภาวะในยามวิกฤติ

 

ที่มา : United Nations

แผ่นดินไหวตีแผ่ความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากลึก

นาร์บาเอซชี้ว่า ภัยพิบัติครั้งนี้ไม่ได้สร้างแค่ความเสียหายทางกายภาพ แต่ยังเข้ามาซ้ำเติมและขยายความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่เดิมให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของการเข้าถึงบริการสาธารณสุขและความปลอดภัย

“เราทราบดีว่าผู้หญิงไม่ได้หยุดตั้งครรภ์เพียงเพราะเกิดภาวะฉุกเฉิน แต่ผู้หญิงกลุ่มเปราะบางและเด็กสาววัยรุ่นกลับเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดที่จะถูกตัดขาดจากบริการช่วยชีวิตที่พวกเธอจำเป็นต้องได้รับ” เธอกล่าวเสริม

นับตั้งแต่เกิดวิกฤติ UNFPA ได้เร่งขยายขอบเขตการดำเนินงานเพื่อให้บริการอนามัยเจริญพันธุ์ที่ช่วยชีวิตผู้คน พร้อมทั้งเสริม ความแข็งแกร่งให้กับการป้องกันและรับมือกับความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ (GBV) ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานและภาคีเครือข่ายได้เข้าถึงประชาชนหลายพันคนแล้ว ผ่านการแจกจ่ายชุดอุปกรณ์อนามัยเจริญพันธุ์ และการสนับสนุนเวชภัณฑ์ให้กับสถานพยาบาล 16 แห่ง รวมถึงการร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ของ UN เพื่อทำให้ศูนย์พักพิงชั่วคราวมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้หญิงและเด็กหญิง

เสียงสะท้อนถึงความสามัคคีระดับสากล

แม้การทำงานของ UNFPA จะยังต้องดำเนินต่อไปอีกยาวไกล แต่ปัจจุบันองค์กรเพิ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนเพียง 40% เท่านั้น จากเป้าหมายระดมทุนทั้งหมด 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมประชาชน 121,000 คน

“ชุมชนชาวเวเนซุเอลาได้แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความยืดหยุ่นที่น่าทึ่ง” นาร์บาเอซกล่าวทิ้งท้าย “ความกล้าหาญของพวกเขาในยามวิกฤตินี้ สมควรที่จะได้รับการสนับสนุนและความเป็นน้ำใจอันแน่วแน่จากประชาคมโลกอย่างยั่งยืน”