ราคาอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยค่าเช่าห้องพักใจกลางกรุงโตเกียวพุ่งสูงขึ้นถึง 13% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งทำสถิติสูงสุดติดต่อกันนานกว่า 22 เดือน ชาวญี่ปุ่นเริ่มต่อสู้ค่าเช่าไม่ไหว จนต้องมองหาที่พักราคาถูกแม้จะมาพร้อมกับวิญญาณก็ตาม
“จิโกะบุคเคน” (事故物件 - Jiko bukken) บ้านที่มีประวัติคนตาย จึงเปลี่ยนสถานะจากสถานที่น่ากลัว ไม่มีใครอยากได้ กลายเป็นที่ต้องการของคนทั่วไป เพราะราคาต่ำกว่าที่พักทั่วไป 10-50% ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
เทรนด์นี้ กลายเป็นที่รู้จักหลังจาก “ทานิชิ มัตสึบาระ” นักแสดงตลกชาวญี่ปุ่น ตระเวนพักอาศัยในบ้านที่เคยเกิดเหตุฆาตกรรมและฆ่าตัวตายมากกว่า 10 แห่งทั่วญี่ปุ่น แล้วนำประสบการณ์เหล่านี้มาเล่าผ่านตัวอักษรในหนังสือชื่อ “Jiko Bukken: Kowai Madori” และถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ในชื่อ “Stigmatized Properties” เขายืนยันว่าเขาไม่เคยพบเห็นวิญญาณในบ้าน สถานที่แห่งนี้จะเคยเกิดเหตุฆาตกรรมและฆ่าตัวตายมาก็ตาม แต่มัตสึบาระยอมรับว่าการอาศัยในพื้นที่เช่นนี้ส่งผลกระทบทางจิตวิทยาจนทำให้เขามีนิสัยละเมอเดิน โดยเขากล่าวว่า “ผมเคยคิดว่าตัวเองอาจจะโดนคำสาป”
หลังจากมีผู้เสียชีวิตในบ้าน ที่อยู่อาศัยหลายแห่งกลายเป็นบ้านร้าง หรือที่เรียกว่า “อะกิยะ” (Akiya) ซึ่งผลสำรวจในช่วงปลายปี 2024 ระบุว่ามีบ้านว่างสูงถึง 9 ล้านหลัง หรือคิดเป็น 13.8% ของที่อยู่อาศัยทั่วประเทศญี่ปุ่น ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในชนบท แต่ยังรวมถึงในเขตเมืองใหญ่ที่บ้านหลายหลังถูกปล่อยทิ้งร้างไว้นานหลายปีเนื่องจากความเชื่อเรื่องโชคลางของผู้ซื้อที่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับสถานที่ที่มีประวัติการตาย
ขณะเดียวกัน ปรากฏการณ์ “โกโดคุชิ” (Kodokushi) หรือการตายอย่างโดดเดี่ยว เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้บ้านกลายเป็นจิโกะบุคเคนเพิ่มมากขึ้น ในปี 2025 รัฐบาลญี่ปุ่นบันทึกสถิติผู้ที่เสียชีวิตตามลำพังและไม่ถูกพบร่างนานกว่า 8 วัน สูงกว่า 20,000 ราย ซึ่งหากมีผู้เสียชีวิตในที่พัก เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต้องเปิดเผยประวัติการเสียชีวิตแก่ผู้สนใจ ซึ่งจะทำให้มูลค่าของทรัพย์สินลดฮวบลงทันที
ธุรกิจล่าท้าผี
เพื่อแก้ปัญหามูลค่าบ้านที่ตกต่ำ ธุรกิจสตาร์ทอัพอย่าง Kachimode จึงได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 เพื่อให้บริการตรวจสอบอาถรรพ์ของอสังหาริมทรัพย์ คาซึโตชิ โคดามะ ประธานบริษัท ผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากว่า 15 ปี เล็งเห็นว่าเจ้าของบ้านหลายรายต้องแบกรับภาระทางการเงินจากการที่บ้านว่างเป็นเวลานาน บางหลังว่างนานกว่า 1,000 วัน แม้จะลดราคาแล้วก็ตาม
บริษัทจะส่งเจ้าหน้าที่ไปพักค้างคืนในบ้านที่เกิดเหตุเป็นเวลา 8 ชั่วโมง ตั้งแต่ 22.00-06.00 น. โดยมีค่าบริการครั้งละ 88,000 เยน (ประมาณ 20,000 บาท) เพื่อพิสูจน์ว่าไม่มีสิ่งลี้ลับ โคดามะอธิบายว่า คนญี่ปุ่นมองว่าความตายเป็นสิ่งที่ไม่สะอาดและความโชคร้าย ดังนั้นการยืนยันว่าสถานที่นั้น “สะอาด” และ “ปลอดภัย” จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ที่สนใจและเจ้าของบ้านได้
ในระหว่างการตรวจสอบ โคดามะจะใช้อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ระดับสูง เช่น กล้องวิดีโอ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องตรวจวัดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า รวมถึงเซนเซอร์วัดอุณหภูมิ ความดัน และความชื้น พร้อมทำงานร่วมกับอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เชี่ยวชาญด้านการเฝ้าสังเกตปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติเพื่อให้รายงานมีความน่าเชื่อถื
จากการตรวจสอบที่ผ่านมา โคดามะพบว่า กรณีส่วนใหญ่ เกิดจากปัจจัยทางกายภาพ เช่น เสียงไม้ลั่นจากการเปลี่ยนอุณหภูมิ หรือเสียงท่อน้ำที่มีแรงดันสูง แม้ในบางครั้งอุปกรณ์จะขัดข้องอย่างอธิบายไม่ได้ เช่น กล้องหยุดบันทึกเอง แต่เขาก็มักจะสรุปว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวและไม่สามารถทำซ้ำได้ การได้รับใบรับรองจากบริษัทช่วยให้เจ้าของบ้านหาผู้เช่าได้ง่ายขึ้นและไม่ต้องลดราคาจนขาดทุน
อีกแง่มุมหนึ่งของธุรกิจประเภทนี้ คือการแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อผู้สูญเสีย โคดามะเคยเผชิญหน้ากับพ่อของนักศึกษาสาวที่ฆ่าตัวตาย ซึ่งในตอนแรกโกรธแค้นที่ลูกสาวถูกมองว่าเป็นผี แต่หลังจากโคดามะอธิบายเป้าหมายของการพิสูจน์ความสะอาดของห้อง พ่อของเธอก็เปลี่ยนใจและกล่าวว่า “หากมีผีลูกสาวผมจริ งๆ ผมก็อยากจะเป็นคนเช่าห้องนั้นเองเพื่อจะได้เห็นเธอ” ซึ่งสะท้อนว่าวิญญาณในมุมมองของคนที่รักอาจไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวเสมอไป
ฮิเดยูกิ โคคุโบะ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเมจิ ให้ความเห็นว่า ข้อมูลเชิงลบเกี่ยวกับบ้านที่มีคนตายมักจะติดอยู่บนโลกออนไลน์เกือบถาวร การมีบริการตรวจสอบอาถรรพ์อย่างเป็นระบบจึงเปรียบเสมือนเครื่องมือในการกอบกู้ชื่อเสียงให้กับอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้บ้านกลับมาเป็นตัวเลือกในตลาดได้อีกครั้งโดยไม่ต้องแบกรับตราบาปในอดีต
นอกจากการพิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์ แล้วบริษัท AkiyaMart ยังมีบริการด้านความเชื่อและที่พึ่งทางใจ ด้วยการนิมนต์พระในศาสนาพุทธ หรือเชิญมิโกะในนิกายชินโตมาทำพิธีชำระล้างปัดเป่าวิญญาณ โจอี สต็อกเกอร์แมน ผู้ร่วมก่อตั้ง AkiyaMart ระบุว่า ความเชื่อเรื่องวิญญาณในญี่ปุ่นนั้นฝังรากลึก แม้แต่บ้านที่อยู่ใกล้สุสานก็ยังขายยาก บริการเหล่านี้จึงช่วยคลายความกังวลใจให้แก่ผู้ซื้อที่ยังมีความลังเลอยู่
ในแง่ของการลงทุน จิโกะบุคเคน นับเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถสร้างกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ หากรู้วิธีจัดการที่ถูกต้อง เนื่องจากกฎระเบียบระบุว่าสำหรับการเช่า เจ้าของไม่จำเป็นต้องเปิดเผยประวัติการเสียชีวิตหลังจากผ่านไปแล้ว 3 ปี (ยกเว้นกรณีการเสียชีวิตที่ผิดปรกติอย่างรุนแรง) สต็อกเกอร์แมนเล่าถึงนักลงทุนที่ซื้อบ้านในชานเมืองโตเกียวได้ในราคาไม่ถึง 5,000 ดอลลาร์ หรือเพียง 5% ของมูลค่าจริง แต่ก็ต้องแลกมากับการหาผู้เช่าที่ค่อนข้างยากในช่วงแรก
ที่มา: Asahi, DW, NDTV, The Economist, The Times, The Times of India


