รัฐบาลสหราชอาณาจักร มีแผนที่จะเปลี่ยนประเทศให้เป็น “มหาอำนาจด้านเอไอ” เตรียมสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มหลายแห่ง แต่ในตอนนี้อาจจะต้องพับโครงการ เนื่องจากประเทศกำลังเจอกับปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง และประชาชนต่างออกมาคัดค้านการก่อสร้าง เพราะการระบายความร้อนของดาต้าเซ็นเตอร์ ต้องใช้น้ำเท่ากับคนทั้งเมือง
Water UK หน่วยงานตัวแทนบริษัทน้ำในอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ ออกมาเตือนว่า การคาดการความต้องการใช้ทรัพยากรของรัฐบาล “มีข้อบกพร่องร้ายแรง” เพราะแผนงานเพื่อส่งเสริมโซนการเติบโตของเอไอและกลยุทธ์ด้านวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ กลับไม่ได้ระบุถึงความต้องการใช้น้ำของดาต้าเซ็นเตอร์เลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งที่คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงเหล่านี้ สร้างความร้อนมหาศาลและจำเป็นต้องใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่รายงานจากสภาขุนนาง ระบุว่า อังกฤษจะเผชิญกับการขาดแคลนน้ำสาธารณะถึง 5,000 ล้านลิตรต่อวันภายในปี 2055 โดยดาต้าเซ็นเตอร์มากกว่า 75% ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้และตะวันออกของอังกฤษ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ประสบวิกฤติขาดแคลนน้ำอย่างหนัก จนต้องมีการสั่งห้ามใช้สายยางรดน้ำในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อนบ่อยครั้ง
หนึ่งในโครงการที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบคือ การสร้างศูนย์กลางเอไอ ที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร ณ เกรท ทอร์ริงตัน มณฑลเดวอน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางถึง 3.4 ตร.กม. ของบริษัท Xlinks ด้วยเงินลงทุนมหาศาลกว่า 17,900 ล้านดอลลาร์ โดยเกษตรกรในพื้นที่ต่างแสดงความคัดค้านอย่างหนักเพราะกังวลเรื่องการแย่งชิงน้ำ
บาร์บารา ฟรายเออร์ เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวในเดวอนกล่าวว่า “ที่นี่ไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับโครงการนี้หรอก” เธอระบุว่าปัจจุบันระดับน้ำใต้ดินลดลงจนหญ้าแห้งตาย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตทางการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของประเทศที่กำลังถูกคุกคาม
แม้ทาง Xlinks จะยืนยันว่าจะมีการกักเก็บน้ำฝนเพื่อสำหรับการระบายความร้อนก็ตาม แต่ชุมชนยังคงไม่เชื่อถือและรวบรวมรายชื่อคัดค้านได้มากกว่า 2,000 รายชื่อเพื่อยับยั้งแผนการสร้างบนพื้นที่เกษตรกรรมอันอุดมสมบูรณ์
เช่นเดียวกับย่านบริกเลน ในลอนดอนตะวันออก ที่มีการประท้วงการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 5,200 ตร.ม. ผู้ประท้วงมองว่าพื้นที่สำคัญใจกลางชุมชน ไม่ควรถูกนำไปใช้รองรับเครื่องจักรที่มีพนักงานควบคุมเพียง 20 คน ทั้งที่คนในพื้นที่ต้องการที่อยู่อาศัยมากกว่า และดาต้าเซ็นเตอร์แห่งนี้ต้องใช้พลังงานเทียบเท่ากับการจ่ายไฟให้บ้านเรือนถึง 15,000 หลัง
ลุตฟูร์ เราะห์มาน นายกเทศมนตรีเขตทาวเวอร์ แฮมเล็ตส์ มองว่าการให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมากกว่าความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อดาต้าเซ็นเตอร์หนึ่งแห่งอาจใช้น้ำดื่มปริมาณมหาศาลเทียบเท่ากับเมืองขนาดเล็ก
อย่างไรก็ตาม ไมค์ ลีฟอร์ด จากบริษัท Arup อธิบายว่า ดาต้าเซ็นเตอร์สามารถใช้น้ำแบบระบบปิดและหมุนเวียนน้ำได้ แต่ปัญหาคือ ข้อกำหนดของหน่วยงานสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันบังคับให้ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องใช้เฉพาะ “น้ำสะอาด” ในระบบระบายความร้อนเท่านั้น ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรที่มีค่าของสาธารณะโดยไม่จำเป็น
จอน แชปเปล รองผู้อำนวยการของ Water UK เรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำลำดับความสำคัญในการใช้น้ำช่วงภัยแล้ง เพื่อให้มั่นใจว่าภาคครัวเรือนจะไม่ถูกตัดน้ำเพื่อให้ดาต้าเซ็นเตอร์สามารถทำงานต่อไปได้ ซึ่งรัฐบาลยังคงนิ่งเฉยต่อข้อเรียกร้องนี้
ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนน้ำและไฟฟ้าที่ต้องรอคิวเชื่อมต่อระบบนานถึง 7 ปีในลอนดอน อนาคตของดาต้าเซ็นเตอร์ในสหราชอาณาจักรจึงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แม้โฆษกรัฐบาล จะอ้างว่ากำลังวางแผนสร้างอ่างเก็บน้ำใหม่ 9 แห่ง แต่โครงการเหล่านี้อาจต้องใช้เวลาสร้างนานถึง 15 ปี ซึ่งอาจไม่ทันการณ์ที่จะรองรับการขยายตัวของเอไอ และอาจทำให้แผนการใหญ่ของประเทศต้องถูกยกเลิกไปในที่สุด
ที่มา: BBC, Independent, New Civil Engineer, The Guardian, The Nerve, The Telegraph


