วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘ญี่ปุ่น’ ให้ผู้ชายสวม ‘กางเกงขาสั้น’ มาทำงาน ลดการใช้แอร์ หลังอากาศร้อน-ราคาเชื้อเพลิงแพง

รัฐบาลกรุงโตเกียว ประกาศอนุญาตให้พนักงานชายสามารถสวม “กางเกงขาสั้น” มาทำงานได้ในช่วงฤดูร้อน มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้พนักงานรู้สึกสบายตัวมากขึ้น และช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในสำนักงานท่ามกลางสภาวะที่ราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นโยบายนี้ ได้รับแรงกระตุ้นมาจากวิกฤติพลังงานที่ตึงตัว ซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน ญี่ปุ่นซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก จึงได้รับผลกระทบโดยตรง ทำให้ภาครัฐต้องเร่งออกมาตรการลดการพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ โดย ยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าราชการกรุงโตเกียวคนปัจจุบัน ว่าในสภาวะที่ท้าทายด้านการจัดหาพลังงาน การปรับเปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้เหมาะสมกับสภาพอากาศเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ขณะเดียวกัน สภาพอากาศที่เลวร้ายลงจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศยังเป็นตัวเร่งสำคัญ โดยเมื่อปีที่ผ่านมาญี่ปุ่นเผชิญกับฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นถึงกับบัญญัติศัพท์ใหม่ว่า “โคคุโช” (Kokusho) หรือ “ความร้อนที่โหดร้าย” สำหรับเรียกวันที่อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส 

“เราต้องการให้ผู้คนมีทางเลือกมากขึ้นในช่วงอากาศร้อนรุนแรง ไม่ได้บอกให้พวกเขาสวมใส่อะไร ดังนั้นชุดที่ใส่จึงไม่ควรมีปัญหา ตราบใดที่ไม่ทำให้ใครขุ่นเคือง” โนโบรุ วาตานาเบะ เจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลกรุงโตเกียวกล่าวกับบีบีซี

โนโบรุ วาตานาเบะ เจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมวัย 53 ปี เป็นหนึ่งในพนักงานกลุ่มแรกที่ขานรับนโยบายนี้ด้วยการสวมกางเกงขาสั้นสีกากีมาทำงาน เขาเล่าว่าเพื่อนร่วมงานชมว่าเขาดูอ่อนเยาว์ขึ้น และดูเป็นกันเองมากขึ้น ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายภายในสำนักงาน

ทาคูยะ โอซาวา พนักงานรัฐบาลอีกรายหนึ่งระบุว่าการใส่กางเกงขาสั้น ช่วยให้เขารู้สึกเย็นสบายขึ้นมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาเดินทางกลับบ้านที่ต้องเผชิญกับอากาศร้อนจัด ขณะที่ ทาคายูกิ เดกุจิ พนักงานเอกชนแสดงความชื่นชมว่าเป็นแนวทางที่ยืดหยุ่นในการปรับอุณหภูมิร่างกายท่ามกลางความร้อน 34 องศาเซลเซียส

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คนงานชาวญี่ปุ่นจํานวนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทํางานที่สตาร์ตอัป และบริษัทเทคโนโลยี เริ่มสวมเสื้อผ้าลําลอง แต่ในปีนี้ คําแนะนําของรัฐบาลโตเกียวทําให้สังคมยอมรับได้มากขึ้น

การสํารวจในเดือนมิถุนายน 2026 โดย Gorilla Clinic พบว่า 53.5% คัดค้านการสวมกางเกงขาสั้นไปทํางานในช่วงฤดูร้อน ในขณะที่ 46.5% เห็นด้วยกับนโยบายนี้

 

เคน คาโตะ  เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก เป็นคนหนึ่งไม่เห็นด้วย โดยมองว่าการนุ่งขาสั้นในการประชุมธุรกิจนั้นดูไม่เป็นมืออาชีพ เขาให้ความเห็นว่าแม้แต่ในประเทศที่มีอากาศร้อนอย่างไทย หรือฟิลิปปินส์ ผู้คนก็ยังไม่สวมกางเกงขาสั้นในวาระที่สำคัญ

ทางด้าน ฮิโรโกะ นิชิเดะ ที่ปรึกษาด้านมารยาท เตือนให้พนักงานระมัดระวังเรื่องความเหมาะสม เธอระบุว่าควรพิจารณาด้วยว่าชุดนั้นเหมาะสมกับกาลเทศะหรือไม่ และอาจสร้างความไม่สบายใจให้แก่ผู้อื่นที่พบเห็นหรือไม่

หนึ่งในประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ คือ สิ่งที่เรียกว่า “สึเนะฮาระ” (Sune-hara) หรือ “การคุกคามด้วยขนหน้าแข้ง” ผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางรายมองว่าภาพของชายวัยกลางคนที่เปิดเผยขนหน้าแข้งในที่ทำงานดูไม่สะอาดตา และอาจทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกอึดอัด

นโยบายนี้ ยังจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ โดยผู้หญิงบางส่วนมองว่าเป็นมาตรฐานสองมาตรฐาน พวกเธอระบุว่าในขณะที่ผู้ชายได้รับอนุญาตให้นุ่งขาสั้นได้ แต่ผู้หญิงยังคงเผชิญกับความกดดันทางสังคมที่ต้องสวมถุงน่องหรือชุดที่เป็นทางการแม้ในวันที่อุณหภูมิสูงถึง 35 องศาเซลเซียส

ในส่วนของภาคธุรกิจ ร้านค้าปลีกเสื้อผ้าชื่อดังอย่าง Yofuku no Aoyama ได้เริ่มจำหน่ายกางเกงขาสั้นที่ออกแบบมาเพื่อสวมใส่ในสำนักงานโดยเฉพาะ ยุอิ ฮามาโนะ โฆษกบริษัทระบุว่าทางร้านให้ความสำคัญกับเนื้อผ้าที่เบาสบาย และความยาวที่เหมาะสม เพื่อให้ดูเป็นมืออาชีพแม้ในขณะนั่งทำงาน

ซูมิเอะ คาวาคามิ อาจารย์ด้านสังคมศาสตร์เชื่อว่า ในที่สุดสังคมจะยอมรับการสวมกางเกงขาสั้นทำงานได้ เช่นเดียวกับการเลิกผูกเนกไทในอดีต เธอเน้นย้ำว่าเป็นโอกาสดีที่จะทบทวนมารยาทที่ล้าสมัยจากยุคโชวะ และปรับเปลี่ยนให้เข้ากับค่านิยม และสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไปในยุคเรวะ

 

 

 

ที่มา: Euro NewsSouth China Morning PostThe GuardianThe New York Times

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์