วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'ขยะอวกาศลามถึงชั้นบรรยากาศ' ยูเอ็นเตือนมลพิษจากดาวเทียมพุ่ง

ท่ามกลางกระแสการสำรวจอวกาศที่กำลังทะยานไปข้างหน้าอย่างดุเดือด สหประชาชาติส่งเสียงเตือนรอบใหม่ว่า เบื้องหลังความสำเร็จและความฝันในการตั้งถิ่นฐานนอกโลก มนุษยชาติกำลังเผชิญ "เงา" ด้านมืดจากขยะอวกาศและมลพิษทางเคมีที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ

เจสัน แอบบูร์ เจ้าหน้าที่อาวุโสจากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) สะท้อนมุมมองที่น่าคิดว่า "หลายสิบปีที่ผ่านมาของการทำกิจกรรมนอกโลกแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ทุก ๆ การปล่อยจรวดทิ้งร่องรอยผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมไว้เบื้องหลัง และเราต้องใช้เวลานานมากกว่าจะเข้าใจผลกระทบเหล่านั้นอย่างถ่องแท้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการคิดถึงความยั่งยืนตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย"

มลพิษที่มองไม่เห็น จากเศษเหล็กสู่วัฏจักรชั้นบรรยากาศ

ปัจจุบัน ขยะอวกาศที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 มิลลิเมตร พุ่งทะยานเกินกว่า 140 ล้านชิ้นโคจรโลก แม้ส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็กเกินกว่าจะเรดาร์ทั่วไปจะแทร็กเจอ แต่พวกมันมีความเร็วสูงและทรงพลังพอที่จะทำลายดาวเทียมหรือยานอวกาศมูลค่าหลายร้อยล้านดอลล่าห์สหรัฐได้อย่างสบาย ๆ

สถานการณ์ยิ่งน่ากลัวขึ้นเมื่อกลุ่มดาวเทียมสื่อสารขนาดใหญ่ (Satellite Constellations) ทยอยหมดอายุขัยและตกลงสู่ชั้นบรรยากาศโลก เผาไหม้ปลดปล่อยโลหะหนักทั้งอะลูมิเนียม ลิเทียม และทองแดง เข้าสู่วงจรชั้นบรรยากาศ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์กำลังเร่งศึกษาว่าสารเหล่านี้จะเข้าไปทำลายชั้นโอโซน เปลี่ยนแปลงเคมีในชั้นบรรยากาศ ตลอดจนรบกวนกระบวนการเกิดเมฆมากน้อยแค่ไหน

นอกจากนี้ ชิ้นส่วนจรวดท่อนบน โบลต์ หรือแม้แต่ฝาครอบเลนส์กล้องที่หลุดรอดระหว่างภารกิจ ยังกลายเป็นฝุ่นผงไมโครสโคปิกจากการชนกันเองซ้ำ ๆ จนทำให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างผิดปกติ ขณะที่ชิ้นส่วนขนาดใหญ่ที่ทนความร้อน แม้ส่วนใหญ่จะเผาไหม้หมดไป แต่บางชิ้นก็รอดตกลงมาสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตทรัพย์สินบนพื้นโลกและระบบนิเวศทางทะเล

ดวงจันทร์ หมุดหมายใหม่และความรับผิดชอบที่ต้องแบกรับ

เมื่อช่วงวันดวงจันทร์สากลที่ผ่านมา (20 ก.ค. 2569) สหประชาชาติได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง สอดรับกับที่มนุษยชาติกำลังมุ่งหน้ากลับไปเยือนดวงจันทร์อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นโครงการอาร์ทีมิส (Artemis II) ของนาซา (NASA) ที่เพิ่งพา 4 นักบินอวกาศเดินทางรอบดวงจันทร์ รวมถึงแผนงานทะเยอทะยานจากหลายประเทศและภาคเอกชนระดับโลก

ปฏิเสธไม่ได้ว่าดวงจันทร์ที่อยู่ห่างออกไปเกือบ 400,000 กิโลเมตร มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อโลก ทั้งการสร้างกระแสน้ำขึ้นน้ำลงที่ช่วยเติมออกซิเจนให้ชายฝั่งและหล่อเลี้ยงระบบนิเวศปะการังอันยิ่งใหญ่ แต่วันนี้ การแห่แหนไปดวงจันทร์กำลังนำมาซึ่งโจทย์ใหญ่ด้านสิ่งแวดล้อม

ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ เช่น อนุสัญญาความรับผิดระหว่างประเทศ ค.ศ. 1972 ระบุชัดเจนว่า ประเทศผู้ทำการปล่อยวัตถุอวกาศต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นบนพื้นโลก ขณะที่ UNEP และสำนักงานกิจการอวกาศแห่งสหประชาชาติ (UNOOSA) ก็เร่งประสานเสียงดึงทุกประเทศมาร่วมออกกฎเกณฑ์กำกับดูแลการทิ้งขยะและปลดประจำการดาวเทียมอย่างปลอดภัย เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมโลกและอวกาศให้คงอยู่ถึงคนรุ่นหลังต่อไป

ที่มา : United Nations