มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับสมาคมการผังเมืองไทย กฎบัตรไทย และภาคีเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อผลักดันภูมิภาคภาคใต้ให้ก้าวสู่การเป็นเมืองสีเขียว และศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพระดับนานาชาติ โดยเตรียมจัดงานมหกรรม Thailand Greenest Cities Forum & Expo 2026@Phuket ระหว่างวันที่ 24-26 กันยายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต เพื่อวางรากฐานการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมมุ่งสู่ปี 2040
ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในพื้นที่ภาคใต้ โดยเน้นการพัฒนาเมืองที่ให้ความสำคัญกับ "คนและโลก" (People and Planet First) ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างเทศบาลพลังงานสะอาด การลดขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรม ไปจนถึงการยกระดับนวัตกรรมการแพทย์ขั้นสูงเพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนมูลค่ามหาศาลให้กับประเทศ
ขับเคลื่อนนวัตกรรมการแพทย์และความยั่งยืน
หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนในครั้งนี้คือการจัดตั้ง สถาบันขั้นสูงเพื่อระบบสุขภาพที่ยั่งยืน (Advanced Institute for Sustainable Health Systems หรือ AISHS) ซึ่งได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์แล้ว เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการวิจัยและพัฒนาการแพทย์ขั้นสูง การผลิตบุคลากรเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อยกระดับสุขภาวะของประชาชนในเขตอันดามัน
"รศ.ดร.พันธ์ ทองชุมนุม" รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ระบุว่า มหาวิทยาลัยพร้อมทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานงานเพื่อบรรลุเป้าหมายปี 2040 ขับเคลื่อนในการเปลี่ยนภาคใต้ให้เป็นเมืองเศรษฐกิจการแพทย์และเมืองเขียว การจัดตั้งสถาบัน AISHS จะเป็นกุญแจสำคัญในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน"
ในการประชุมที่จะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2569 นี้ จะมีการลงนามเจตจำนงความร่วมมือ (MOU) ครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง ม.อ. กับหน่วยงานหลากหลายภาคส่วน อาทิ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.), เทศบาลทุกระดับ, ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุ (MTEC), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), กรมควบคุมมลพิษ และเครือข่ายภาคเอกชนชั้นนำอย่างธนาคารกสิกรไทย และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
โรดแมป 5 ฉบับ พิมพ์เขียวสู่เมืองสีเขียวและสุขภาพ
"ฐาปนา บุณยประวิตร" นายกสมาคมการผังเมืองไทย และเลขานุการกฎบัตรไทย ในฐานะผู้ประสานงานร่วม เปิดเผยถึงรายละเอียดของข้อตกลงความร่วมมือ 5 ฉบับ ที่จะเป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย
- ฉบับที่ 1 การลงนามเจตจำนงการพัฒนาเทศบาลพลังงานสะอาด
- ฉบับที่ 2 การลงนามเจตจำนงการลดขยะอาหาร การเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจชีวภาพ
- ฉบับที่ 3 การลงนามเจตจำนงสนับสนุนการพัฒนาภาคใต้เป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพ
- ฉบับที่ 4 การลงนามเจตจำนงการพัฒนาเมืองเขียว เมืองนิเวศ และเมืองยืดหยุ่น
- ฉบับที่ 5 การลงนามเจตจำนงการพัฒนา SmartBlock เพื่อนำร่องการปรับปรุงฟื้นฟูย่านการเดินและย่านสุขภาพของเทศบาลนำร่อง
ความร่วมมือนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยมี อบจ. ในภาคใต้ 8 แห่ง และเทศบาลรวมถึง อบต. อีกกว่า 45 แห่ง พร้อมด้วยผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจการแพทย์อีก 15 ราย เข้าร่วมลงนาม ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาเชิงพื้นที่ในท้องถิ่นนำร่องอย่างเป็นรูปธรรมทันทีหลังจบการประชุม
ยกระดับภูเก็ตสู่ ‘เขตนวัตกรรมการแพทย์อันดามัน’
หนึ่งในโครงการไฮไลท์ที่มีความสำคัญเชิงเศรษฐกิจอย่างสูงคือการพัฒนา "เขตนวัตกรรมการแพทย์อันดามัน" ในพื้นที่อำเภอกะทู้ และบางส่วนของเทศบาลตำบลรัษฎาและเทศบาลตำบลวิชิต จังหวัดภูเก็ต
โครงการนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์อย่างเข้มข้น โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบัน AISHS สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และ อบจ. ภูเก็ต เป้าหมายเชิงตัวเลขนั้นมีความทะเยอทะยานอย่างยิ่ง
โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ให้กับจังหวัดภูเก็ตไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาท ภายในปี 2030 และจะขยับขึ้นเป็น 75,000 ล้านบาทต่อปี ภายในปี 2040
การยกระดับพื้นที่นี้ไม่เพียงแต่เน้นเรื่องเทคโนโลยีทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการพัฒนา "อสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ" ในรูปแบบ Mixed-Use ที่ลดความจำเป็นในการใช้รถยนต์และส่งเสริมการเดิน ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อผู้อยู่อาศัย
ยุทธศาสตร์คาร์บอนต่ำ People and Planet First
การจัดงาน Thailand Greenest Cities Forum & Expo 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการประชุมทางวิชาการ แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดงานระดับประเทศ โดยปฏิบัติตามแนวทาง "การประชุมสีเขียว" ของสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (TCEB) เพื่อไม่ให้การจัดงานเป็นปัจจัยกระตุ้นภาวะโลกร้อน
ภายใต้แนวคิดนี้ บรรดาผู้ประกอบการและกิจการในเครือข่ายเศรษฐกิจเขียวที่เข้าร่วมจัดแสดง จะต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ที่รักษ์โลก สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงประโยชน์การใช้สอยได้ (Reuse/Upcycle) นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นำเสนอโครงการที่มุ่งเน้นการเป็นเมืองนิเวศ และเมืองคาร์บอนต่ำอย่างแท้จริง
"ฐาปนา" กล่าวด้วยว่า เป้าหมายสุดท้ายของยุทธศาสตร์นี้ไม่ได้หยุดเพียงแค่การสร้างรายได้ แต่คือการสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ หมุดหมายสำคัญในปี 2040 ภาคใต้จะต้องมี เทศบาลพลังงานสะอาดไม่น้อยกว่า 10 แห่ง และมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สามารถ ลดขยะอาหารได้ถึงร้อยละ 80 อย่างน้อย 20 แห่ง รวมถึงการบรรลุเป้าหมายการลดอุบัติการณ์ของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ตามแผนที่วางไว้
"เรากำลังพัฒนากลไกที่สนับสนุนทรัพยากรเพื่อสร้างประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้พลังงาน ทั้งในภาคอาคาร ภาคการขนส่ง และภาคการบริโภค"
ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Thailand Greenest Cities จะส่งผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างต่อหลายภาคส่วน
- ภาคประชาชน: จะได้รับประโยชน์จากสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น พื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการเดิน และระบบบริการสุขภาพที่ทันสมัยและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมถึงการลดความเสี่ยงจากโรค NCDs และมลพิษ
- ภาครัฐและท้องถิ่น: องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีโมเดลการบริหารจัดการพลังงานและขยะที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดงบประมาณในการจัดการปัญหาและสร้างรายได้ใหม่จากเศรษฐกิจหมุนเวียน
- ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการ: ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การแพทย์ และเทคโนโลยีสะอาด จะมีโอกาสในการขยายตลาดเข้าสู่โครงการนวัตกรรมและ Wellness Real Estate ซึ่งเป็นเทรนด์ระดับโลก
- อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว: จังหวัดภูเก็ตและภาคใต้จะได้รับการยกระดับภาพลักษณ์จากเพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพสีเขียว ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนกว่าเดิม
มหกรรม Thailand Greenest Cities Forum & Expo 2026@Phuket จึงเปรียบเสมือนเวทีใหญ่ที่จะแสดงศักยภาพของภาคใต้ในการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนของไทย การรวมตัวกันของหน่วยงานระดับประเทศและท้องถิ่นในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต แต่คือการร่วมออกแบบ "ภาคใต้สีเขียว" ที่มั่งคั่งด้วยเศรษฐกิจสุขภาพและมั่นคงด้วยสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
สำหรับธุรกิจหรือหน่วยงานที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ งาน Expo ดังกล่าวจะเปิดพื้นที่ให้นำเสนอนวัตกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐานเขียว พลังงานสะอาด และอาหารสุขภาพ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภูมิภาคนี้สู่เป้าหมาย People and Planet First ภายในปี 2040



