เมื่อ “น้ำดิบ” จากแหล่งธรรมชาติเริ่มส่งสัญญาณไม่ปลอดภัย การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จึงไม่อาจนิ่งเฉย กางแผนแม่บทครั้งใหญ่ทุ่มงบมหาศาลกว่า 1,900 ล้านบาท พลิกโฉมการผลิตน้ำประปาจังหวัดเชียงราย ย้ายจุดสูบน้ำจากแม่น้ำกกสู่ฝายแม่ลาวแหล่งน้ำใหม่ที่สะอาดกว่าถาวร พร้อมโชว์ความล้ำของระบบบำบัดสารหนูด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ มั่นใจประชาชนได้ดื่มน้ำคุณภาพมาตรฐาน WHO ทุกหยด
วิกฤติสารปนเปื้อนข้ามแดน โจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ให้ขาด
วิธร มาเอียด รองผู้ว่าการ (วิชาการ) ผู้แทนการประปาส่วนภูมิภาค กล่าวในงานสัมมนาวิชาการ เรื่อง "Engineering Smart & Sustainable Water Systems for Future: ระบบน้ำอัจฉริยะและยั่งยืนแห่งอนาคต" ว่า จากสถานการณ์ความกังวลเรื่องการตรวจพบโลหะหนักและสารปนเปื้อนในลุ่มน้ำสายหลัก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและแถบลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งตรวจพบสารหนูในน้ำดิบในบางจุดสูงถึง 0.03 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานน้ำประปาที่กำหนดไว้ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร ทำให้ กปภ. ต้องเร่งวางมาตรการเชิงรุกเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยมีการเฝ้าระวังน้ำดิบในหลายสาขา เช่น แม่สาย เชียงราย เวียงเชียงของ ไปจนถึงสาขาในลุ่มน้ำโขงตอนล่างอย่าง หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม
ย้ายแหล่งน้ำดิบ “แม่ลาว” ทางออกที่ยั่งยืน
กปภ. ตัดสินใจดำเนินโครงการ “ย้ายแหล่งน้ำดิบ” ของ กปภ.สาขาเชียงราย จากแม่น้ำกกที่เริ่มมีความเสี่ยง ไปสู่ “ฝายแม่น้ำลาว” ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นแหล่งน้ำดิบใหม่ที่ปลอดภัยอย่างถาวร โครงการยักษ์นี้ ซึ่งไม่ใช่แค่การย้ายจุดสูบน้ำธรรมดา แต่เป็นการก่อสร้างระบบประปาแบบครบวงจร ประกอบด้วย
- สถานีผลิตน้ำแม่ลาวแห่งใหม่ ที่มีกำลังการผลิตสูงถึง 4,000 ลบ.ม./ชม
- การวางระบบท่อส่งน้ำ ความยาวรวมกว่า 200 กิโลเมตร เพื่อกระจายน้ำสะอาดให้ครอบคลุม
- สถานีจ่ายน้ำเวียงชัย พร้อมถังน้ำใสขนาดใหญ่ 12,000 ลบ.ม. เพื่อรองรับผู้ใช้น้ำกว่า 80,000 ราย, โดยโครงการนี้มีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน จะเริ่มก่อสร้างเต็มรูปแบบในปี 2570 และพร้อมเปิดให้บริการน้ำประปาโฉมใหม่ที่สะอาดใสไร้กังวลได้ในปี 2573
เปิดสูตรลับเทคโนโลยี “Multi-Barrier” กำจัดสารพิษ 100%
ในระหว่างที่รอโครงการใหญ่แล้วเสร็จ กปภ. ได้ยกระดับโรงงานผลิตน้ำปัจจุบันด้วยระบบ Multi-Barrier หรือการสร้างปราการป้องกันสารปนเปื้อนหลายชั้น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับสากล โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่
- การคุมเข้มค่า ORP และ pH: มีการใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) หรือโซดาไฟ เพื่อปรับสมดุลน้ำให้เหมาะกับการตกตะกอนสารหนู โดยในปี 2569 กปภ.สาขาเชียงราย เตรียมสำรองโซดาไฟไว้สูงถึง 180,000 กิโลกรัม เพื่อความต่อเนื่องของระบบ
- นวัตกรรมสารสร้างตะกอนกลุ่มเหล็ก (Ferric): กปภ. เลือกใช้สารกลุ่มเหล็กที่มีประสิทธิภาพในการจับยึดโมเลกุลสารหนูได้แน่นหนากว่ากลุ่มอะลูมิเนียมทั่วไป ทำให้สารพิษถูกกำจัดออกไปพร้อมกากตะกอนได้อย่างหมดจดและปลอดภัยต่อการฝังกลบ
- ระบบกรองดูดซับฐานเหล็ก (GFH): นำสารกรองพิเศษที่มีคุณสมบัติตะแกรงโมเลกุลมาใช้เพื่อตรึงสารพิษไว้อย่างถาวร ไม่ให้หลุดรอดออกมาปนเปื้อนในน้ำประปา
งบประมาณเชิงรุกและการเฝ้าระวังที่ไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย กปภ. ยังกางแผนงบประมาณปี 2570 อีกกว่า 4.76 ล้านบาท สำหรับการตรวจวิเคราะห์โลหะหนักเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงกว่า 208 ตัวอย่าง พร้อมทั้งมีระบบเซนเซอร์ออนไลน์ติดตั้ง ณ โรงผลิตน้ำ เพื่อส่งสัญญาณเตือนทันทีหากคุณภาพน้ำดิบมีการเปลี่ยนแปลง
ท้ายที่สุด กปภ. ขอยืนยันว่า น้ำประปาจาก กปภ. ยังคงสะอาดและปลอดภัย 100% เพราะแม้แหล่งน้ำดิบในธรรมชาติจะมีความท้าทาย แต่ด้วยกระบวนการผลิตที่ทันสมัยและการคุมเข้มมาตรฐานระดับโลก ประประชาชนจึงมั่นใจได้ว่าทุกหยดที่ไหลจากก๊อกคือความห่วงใยและความรับผิดชอบที่ กปภ. มีต่อพี่น้องประชาชนเสมอมา


