วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

กองทุนเกษตรกรรมยั่งยืน (SDG Fund) การศึกษาสู่การเข้าถึงสินค้าอินทรีย์ที่ง่ายขึ้น

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ SDGs เป็นเป้าหมายการพัฒนาเพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล เกษตรกร ก็มีส่วนร่วมในการพัฒนาตามแนวทาง SDGs ได้เช่นกัน การทำเกษตรกรรมยั่งยืน จะเป็นแนวทางลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งยังสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นในระยะยาว

เกษตรกรรมยั่งยืน คือ ระบบเกษตรที่ครอบคลุมวิถีชีวิตเกษตรกร กระบวนการผลิต และการจัดการทุกรูปแบบเพื่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ ซึ่งนำไปสู่การพึ่งตนเองและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภค ซึ่งการเปลี่ยนจากการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวแบบเดิม ให้มีความหลากหลายมากขึ้น หรือการลดใช้สารเคมี จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการเกษตรได้ SDGs ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องของเราทุกคนที่มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงให้โลกน่าอยู่มากขึ้น

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนปุ๋ยอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 2/2569 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและการขับเคลื่อนการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และน้ำหมักชีวภาพ ในการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรกรรมระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน

โดยที่ประชุมได้มอบนโยบายเร่งด่วนในการยกระดับศักยภาพเกษตรกรและลดต้นทุนการผลิต ผ่านมาตรการปรับสมดุลดิน “70:30” คือการใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินควบคู่กับปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานวิเคราะห์ผลการทดสอบปุ๋ยอย่างตรงไปตรงมาเพื่อปรับปรุงสูตรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด มุ่งตอบโจทย์แนวคิด “ตลาดนำการผลิต” ด้วยการพัฒนาปุ๋ยสูตรเฉพาะพืช และเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบจากความผันผวนของราคาปัจจัยการผลิตในตลาดโลก

สำหรับการดำเนินงานในระดับพื้นที่ หน่วยงานในสังกัดได้เสนอนวัตกรรมและการแก้ไขปัญหาวิกฤตอย่างเป็นระบบ โดยการยางแห่งประเทศไทยได้เร่งฟื้นฟูสภาพดินและแก้ปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่ในภาคใต้ พร้อมร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดินวิจัยพัฒนา “ปุ๋ยอะมิโนนม” เพื่อช่วยระบายน้ำนมดิบล้นตลาด 

อีกทั้ง กรมพัฒนาที่ดิน ได้สนับสนุนหัวเชื้อจุลินทรีย์ พด. กว่า 2.7 ล้านซอง พร้อมเปิดตัว AI Chatbot “น้องดินดี” และระบบ e-Service เพื่ออำนวยความสะดวกด้านข้อมูลดินและปุ๋ยออนไลน์แก่เกษตรกร ทางด้านสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ขยายผลการตั้งกลุ่มเครือข่ายผลิตปุ๋ยอินทรีย์ในเขตปฏิรูปที่ดินครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อลดการเผาในพื้นที่เกษตรและนำวัสดุเหลือใช้มาแปรสภาพเป็นทุน 

ขณะเดียวกันกรมหม่อนไหม กรมปศุสัตว์ และกรมประมง ได้ร่วมส่งเสริมโมเดลสร้างรายได้ ได้แก่ โครงการไข่ไก่อินทรีย์ แปลงหญ้าออร์แกนิค การใช้จุลินทรีย์ผลิตปลานิลออร์แกนิคเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด รวมถึงแปลงทดสอบการใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากน้ำนมดิบ ณ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ สระบุรี

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้วางรากฐานระยะยาวเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับมาตรการสิ่งแวดล้อมโลก และแนวโน้มเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดินเป็นหน่วยงานหลักในการรวบรวมและเชื่อมโยงฐานข้อมูลพื้นที่และเกษตรกรอินทรีย์ทั่วประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว ควบคู่กับการส่งเสริมระบบเกษตรยั่งยืนและมาตรฐานการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS

ด้านกรมวิชาการเกษตรศึกษา ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกองทุนเกษตรกรรมยั่งยืน (SDG Fund) เพื่อสนับสนุนส่วนต่างราคาให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าอินทรีย์ได้ง่ายขึ้น 

กรมการข้าว ได้เตรียมประกาศแนวทางการรับรองมาตรฐาน “ข้าวคาร์บอนต่ำ” เพื่อสร้างแต้มต่อและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดส่งออกสำคัญ เช่น สหภาพยุโรป กรมส่งเสริมการเกษตรขอความร่วมมือให้ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนดำเนินการประชาสัมพันธ์และเป็นสถานที่วางจำหน่ายน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมแล้ว และกรมส่งเสริมสหกรณ์ส่งเสริมมีการนำน้ำนมดิบกว่า 716 ตัน ไปแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพ ได้กว่า 1,144,000 ลิตร

ทุกภาคส่วนกำลังบูรณาการแผนงานและงบประมาณร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับโครงสร้างภาคเกษตรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป