วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'พายุเมย์แซก' พ่นพิษซัดจีนอ่วม ฝนศตวรรษทะลุ 700 มม. ทำ 2 เขื่อนใหญ่แตก

สถานการณ์ภัยพิบัติทางตอนใต้ของประเทศจีน ทวีความรุนแรงถึงขีดสุด หลังอิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อน "พายุเมย์แซก" (Maysak) ซึ่งเป็นพายุลูกที่ 10 ของปีนี้ ซัดถล่มเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักทุบสถิติ จนปริมาณน้ำมหาศาลล้นทะลัก และส่งผลให้เขื่อนขนาดใหญ่ 2 แห่งพังทลายลง(เขื่อนแตก)

ล่าสุดทางการนครหนานหนิง ต้องประกาศยกระดับมาตรการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมน้ำท่วมสู่ "ระดับ 1" (Level I) ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดของประเทศ เมื่อเวลา 11.30 น. ของวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

รายงานอย่างเป็นทางการ จากส่วนหน้าควบคุมน้ำท่วม นครหนานหนิง ระบุว่า วิกฤติครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ราย มีประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างกว่า 55,000 คน และทางการจำเป็นต้องอพยพประชากรออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างเร่งด่วนแล้วไม่ต่ำกว่า 48,000 คน

ต้นตอของมหาอุทกภัย

เกิดจากปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสมอย่างบ้าคลั่ง โดยข้อมูลนอกระบบ ระบุว่า ที่หมู่บ้านปาเฟิง เมืองลู่สวี่ ในอำเภอฝูหลี่ (ผิงหยาง) มีปริมาณน้ำฝนสะสมในช่วง 24 ชั่วโมง (ตั้งแต่เช้าวันที่ 5 ถึงเช้าวันที่ 6 ก.ค.69) สูงถึง 713.3 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นสถิติปริมาณน้ำฝนในรอบ 1 วันที่สูงที่สุดของภูมิภาคกว่างซีในรอบปีนี้

มวลน้ำมหาศาลดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่ออ่างเก็บน้ำ 3 แห่งในพื้นที่ โดยอ่างเก็บน้ำ "หลิวหวัง" (Liuwang Reservoir) เกิดน้ำล้นตลิ่ง ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลางอีก 2 แห่งในเมืองเหิงโจว ได้แก่ อ่างเก็บน้ำ "หลิ่วหลาน" (Liulan Reservoir) และอ่างเก็บน้ำ "หยุนเปียว" (Yunbiao Reservoir) เกิดรอยร้าวรุนแรงก่อนจะต้านทานแรงดันไม่ไหว และพังทลายลงในที่สุด โดยเฉพาะที่อ่างเก็บน้ำหลิ่วหลาน สันเขื่อนได้ถูกน้ำซัดขาดเสียหายเป็นช่องกว้างถึง 50 เมตร ปลดปล่อยมวลน้ำมหาศาลไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ท้ายน้ำอย่างรวดเร็ว

สำนักข่าว ไชน่า บิสิเนส เน็ตเวิร์ก (China Business Network) รายงานว่า ก่อนหน้าการพังทลายของเขื่อนหลิ่วหลานเพียงไม่กี่ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ได้เร่งอพยพประชาชนมากกว่า 300 คนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงขึ้นสู่ที่สูงทันที หลังจากตรวจพบรอยแตกขนาดใหญ่บนตัวเขื่อนอันเนื่องมาจากพายุฝนฟ้าคะนองที่ตกติดต่อกันหลายวันจนระดับน้ำเกินขีดจำกัด

ปัจจุบัน รัฐบาลท้องถิ่นได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยจัดการภาวะฉุกเฉิน กรมทรัพยากรน้ำ หน่วยดับเพลิง และกู้ภัย ตลอดจนกองกำลังท้องถิ่นกระจายลงพื้นที่เมืองเหิงโจว และอำเภอผิงหยาง เพื่อควบคุมสถานการณ์น้ำท่วม และเร่งเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยต่ำ

รวมถึงชุมชนริมฝั่งแม่น้ำอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินนครหนานหนิง คาดการณ์ว่า ปริมาณฝนในบริเวณอ่างเก็บน้ำทั้งสองแห่งจะเริ่มลดกำลังลง ซึ่งน่าจะช่วยลดแรงกดดันต่อโครงสร้างเขื่อนที่ได้รับความเสียหายได้ในระยะต่อไป

สำหรับ พายุไต้ฝุ่นเมย์แซก ได้พัดขึ้นฝั่งที่มณฑลไห่หนาน (เกาะไหหลำ) ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนตัวผ่านภูมิภาคกว่างซี มุ่งหน้าสู่ประเทศเวียดนาม ทิ้งทับรอยความเสียหายเป็นวงกว้างในพื้นที่ตอนใต้ของจีนอยู่ในขณะนี้

 

 

 

ที่มา : Watchers.news

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์