รัฐบาลเปิดทาง “โซลาร์ภาคประชาชน” ใช้เอง-ขายไฟส่วนเกินได้ เตรียมพิจารณาใช้ พ.ร.ก. กู้เงินฯ อุดหนุนเงินดาวน์ค่าติดตั้ง หวังประชาชนร่วมเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้า โครงการโซลาร์ภาคประชาชน เปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านอยู่อาศัยที่มีความพร้อม ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดค่าไฟในครัวเรือน และสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบได้ เป็นอีกก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดที่ประชาชนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์โดยตรง
ล่าสุด มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กำหนดรับซื้อไฟฟ้ารวม 500 เมกะวัตต์ ประชาชนผู้เข้าร่วมสามารถขายไฟฟ้าได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ ในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นเวลา 10 ปี และต้องสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ภายในปี 2570
ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความสะดวกสูงสุด กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย ยังร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เตรียมจัดบริการแบบ One Stop Service ลดขั้นตอนการขออนุญาตและการติดตั้ง โดยจะแจ้งรายละเอียดเรื่องการยื่นคำขอ เอกสาร เงื่อนไข และขั้นตอนต่าง ๆ อย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้
นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยยังเตรียมมาตรการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป โดยมีแนวคิดช่วยค่าติดตั้งหรือค่าดาวน์ 10,000 บาทต่อหลังคาเรือน ตั้งเป้าสนับสนุน 400,000 ครัวเรือน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและทำให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้มากขึ้น โดยจะเสนอโครงการ ขอใช้งบประมาณจากพ.ร.ก.กู้เงินสี่แสนล้านบาท ที่มีวัตถุประสงค์ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
โดยการไฟฟ้าจะเป็นหน่วยงานตรวจสอบความพร้อมของผู้เข้าร่วม ทั้งด้านระบบไฟฟ้า ความปลอดภัย และความเหมาะสมของการเชื่อมต่อ เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าภาคประชาชนเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและไม่กระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า
นางสาวรัชดา กล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้ประชาชนไม่เป็นเพียงผู้ใช้ไฟฟ้า แต่เป็นผู้ร่วมผลิตพลังงานสะอาดของประเทศ บ้านที่มีความพร้อมสามารถใช้พื้นที่บนหลังคาให้เกิดประโยชน์ ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน สร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกิน และร่วมกันลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล สร้างความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับประเทศในระยะยาว
ประชาชนที่สนใจขอให้รอการประกาศเปิดรับสมัครและรายละเอียดโครงการจาก กฟน. หรือ กฟภ. ตามพื้นที่ที่ใช้ไฟฟ้า เพื่อเตรียมเอกสารและความพร้อมก่อนเข้าร่วมโครงการ
โครงการ โซลาร์ภาคประชาชน เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านอยู่อาศัยติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดภาระค่าไฟ และจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบ เป็นการเปิดทางให้ประชาชนก้าวจาก ผู้ใช้ไฟฟ้า สู่ ผู้ร่วมผลิตพลังงานสะอาดของประเทศ พร้อมมีส่วนช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในระยะยาว
ขณะนี้ประชาชนสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว โดยผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ สมัครผ่านระบบ My Energy ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่ https://myenergy.mea.or.th ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าในจังหวัดอื่น สมัครผ่านระบบ PPIM ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่ https://ppim.pea.co.th/app/v1/project/solar/detail/6a3df059ee9f0e286c0a1766
โครงการจะรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นเวลา 10 ปี โดยสามารถเสนอขายไฟฟ้าได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ ภายในระบบสมัครมีรายละเอียดคุณสมบัติผู้สมัคร เอกสารที่ต้องใช้ และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการอย่างครบถ้วน
การเข้าร่วมโครงการมีขั้นตอนที่ชัดเจน ได้แก่ ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ ตรวจสอบคุณสมบัติ ประกาศผล ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และตรวจสอบระบบก่อนเริ่มจ่ายไฟเข้าระบบ เพื่อให้การเชื่อมต่อเป็นไปตามมาตรฐานและมีความปลอดภัย
นางสาวรัชดา กล่าวว่า รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บูรณาการการให้บริการแบบ One Stop Service ลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน พร้อมผลักดันให้การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเกิดขึ้นในทุกภาคส่วน โดยเริ่มจากครัวเรือน
“โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดค่าไฟของประชาชน แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกครัวเรือนมีส่วนร่วมผลิตพลังงานสะอาด สร้างรายได้จากไฟฟ้าส่วนเกิน และร่วมกันสร้างความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนให้กับประเทศ” นางสาวรัชดา กล่าว


