วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2569

Login
Login

Booking เปิดรายงานความยั่งยืน 2026 'อากาศสุดขั้ว' บีบการจองทริป คนหนีร้อน-หนีคนมากขึ้น

Booking.com ได้เปิดเผยรายงานการเดินทางและความยั่งยืน (Travel & Sustainability Report) ประจำปี 2026 ซึ่งนับเป็นการจัดทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 เพื่อติดตามทัศนคติและความเข้าใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มีต่อการเดินทางอย่างยั่งยืน รายงานฉบับนี้อ้างอิงข้อมูลจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 32,500 ราย ใน 35 ตลาดทั่วโลก ระหว่างวันที่ 3–16 กุมภาพันธ์ 2569 และเผยแพร่ในวันที่ 21 เมษายน 2569 โดยเผยให้เห็นถึงปรากฏการณ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "ความย้อนแย้งระหว่างช่วงวัย" รวมถึงการที่สภาพอากาศสุดขั้วได้กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ส่งผลต่อการวางแผนการเดินทางของคนทุกกลุ่มอายุในปัจจุบัน ทั้งนี้ 'กรุงเทพธุรกิจ' ถอดสาระสำคัญจากรายงานต้นฉบับความยาว 25 หน้า ดังนี้

ย้อนแย้งระหว่างรุ่น ความตั้งใจ-ลงมือทำสวนทางกัน

หนึ่งในข้อค้นพบที่สำคัญที่สุดของรายงานประจำปี 2026 คือสิ่งที่เรียกว่า "ความย้อนแย้งระหว่างช่วงวัย" (The Generational Paradox) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้กลุ่มคนรุ่นใหม่จะมีการแสดงออกถึงความตั้งใจในการเดินทางอย่างยั่งยืนที่เข้มแข็งกว่า แต่ในแง่ของการลงมือปฏิบัติจริง กลับเป็นกลุ่มคนรุ่นก่อนที่มีความมุ่งมั่นผ่านพฤติกรรมที่เป็นรูปธรรมมากกว่า

จากการสำรวจพบว่า นักท่องเที่ยวรุ่น Gen Z (อายุ 18-28 ปี) มีความตั้งใจที่จะเดินทางอย่างยั่งยืนมากขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้าสูงถึง 75% ตามมาด้วยกลุ่ม Millennials (อายุ 29-44 ปี) ที่ 71% ในขณะที่กลุ่ม Gen X (อายุ 45-60 ปี) อยู่ที่ 60% และกลุ่ม Boomers (อายุ 61 ปีขึ้นไป) มีความตั้งใจเพียง 47%

Booking เปิดรายงานความยั่งยืน 2026 'อากาศสุดขั้ว' บีบการจองทริป คนหนีร้อน-หนีคนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจาก "ช่องว่างระหว่างการพูดและการทำ" (Say-Do Gap) ข้อมูลกลับระบุว่าคนรุ่น Boomers มีสัดส่วนการลงมือทำจริงในหลายด้านสูงที่สุด เช่น

  • การวางแผนลดขยะทั่วไปในระหว่างทริป: กลุ่ม Boomers มีสัดส่วนสูงที่สุดคือ 67% เมื่อเทียบกับคนรุ่นอื่น (Gen X 56%, Millennials 52%, และ Gen Z 48%)
  • การวางแผนลดการใช้พลังงานระหว่างทริป: กลุ่ม Boomers นำอยู่ที่ 60% (เทียบกับ Gen Z ที่มีเพียง 42%)
  • การอุดหนุนร้านค้าท้องถิ่นที่เป็นอิสระ: กลุ่ม Boomers มีสัดส่วน 59% (เทียบกับ Gen Z ที่ 42%)
  • การวางแผนเดินทางนอกฤดูกาลท่องเที่ยว: ด้านนี้คือจุดที่เห็นความแตกต่างชัดเจนที่สุด โดยกลุ่ม Boomers มีสัดส่วนสูงถึง 63% ในขณะที่กลุ่ม Gen Z มีเพียง 36% เทียบเท่ากับครึ่งหนึ่งของกลุ่มรุ่นใหญ่เท่านั้น

ในทางกลับกัน กลุ่มคนรุ่นใหม่จะโดดเด่นกว่าในกิจกรรมเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์และการเรียนรู้ โดยพบว่าเกือบหนึ่งในสามของ Gen Z (31%) และ Millennials (29%) เคยเข้าร่วมกิจกรรมที่ได้เรียนรู้หรือปฏิสัมพันธ์กับวัฒนธรรมท้องถิ่นหรือชนเผ่าพื้นเมืองในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับ Boomers ที่มีเพียง 18% นอกจากนี้ เกือบหนึ่งในสี่ของ Gen Z (24%) ยังได้ร่วมกิจกรรมที่ส่งเสริมการอนุรักษ์ระบบนิเวศและสัตว์ป่าท้องถิ่น ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่ม Boomers ที่มีเพียง 9% อย่างเห็นได้ชัด

Booking เปิดรายงานความยั่งยืน 2026 'อากาศสุดขั้ว' บีบการจองทริป คนหนีร้อน-หนีคนมากขึ้น

สภาพอากาศสุดขั้ว เปลี่ยนพฤติกรรมการจอง

รายงานระบุว่าสภาพอากาศที่รุนแรงกำลังกลายเป็นปัจจัยหลักที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจอง และการวางแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มอายุอย่างมีนัยสำคัญ นักท่องเที่ยวเกือบสามในสี่ (74%) ยอมรับว่าพวกเขาพิจารณาความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้วเมื่อต้องเลือกทั้งจุดหมายปลายทางและช่วงเวลาในการเดินทาง

ข้อมูลเชิงลึกเผยให้เห็นว่า 68% ของนักท่องเที่ยวพยายามหลีกเลี่ยงจุดหมายปลายทางที่ขึ้นชื่อเรื่องสภาพอากาศที่รุนแรง ในขณะที่ 55% ระบุว่าจุดหมายปลายทางบางแห่งร้อนเกินไปที่จะไปเยือนในช่วงที่พวกเขาต้องการ สภาพการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ 31% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขาได้ยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทางในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาเนื่องจากภัยธรรมชาติหรืออากาศที่รุนแรง นอกจากนี้ 55% ของนักท่องเที่ยวยังรู้สึกเครียดเมื่อต้องจองทริป เนื่องจากความไม่แน่นอนของสภาพอากาศทำให้ยากต่อการตัดสินใจว่าควรเดินทางเมื่อใด

ในฝั่งผู้ให้บริการ 24% ของพันธมิตรด้านที่พักที่เข้าร่วมการสำรวจรายงานว่า พวกเขาเคยประสบกับการหยุดชะงักของการดำเนินงานอันเนื่องมาจากสภาพอากาศสุดขั้วในปี 2025 ที่ผ่านมา สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เพียงเรื่องของอนาคต แต่เป็นอุปสรรคที่เกิดขึ้นจริงในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวปัจจุบัน

Booking เปิดรายงานความยั่งยืน 2026 'อากาศสุดขั้ว' บีบการจองทริป คนหนีร้อน-หนีคนมากขึ้น

นิยามใหม่การเดินทาง ทางเลือกเงียบสงบ

การเลือกจุดหมายปลายทางและเวลาในการเดินทางได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับ "ความยั่งยืน" ในปี 2026 โดยนักท่องเที่ยวหันมาให้ความสำคัญกับทางเลือกที่เงียบสงบและหลีกเลี่ยงความหนาแน่น

นักท่องเที่ยว 43% วางแผนที่จะหลีกเลี่ยงจุดหมายปลายทางที่แออัดเกินไป ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นถึง 11% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ 42% มีแผนที่จะเดินทางนอกฤดูกาลท่องเที่ยวเพื่อลดแรงกดดันต่อจุดหมายปลายทางนั้น ๆ และ 44% พยายามหลีกเลี่ยงการมีส่วนซ้ำเติมปัญหาการท่องเที่ยวที่ล้นเกิน ที่น่าสนใจคือ มีนักท่องเที่ยว 25% ที่เริ่มมองหาจุดหมายปลายทางที่มีอุณหภูมิเย็นกว่าเดิมเพื่อหลบหนีจากคลื่นความร้อน

เมื่อพิจารณาถึง 10 อันดับแรกของแนวทางการเดินทางที่ยั่งยืนซึ่งนักเท่องเที่ยววางแผนจะทำในปี 2026 มีดังนี้

  1. ลดขยะทั่วไปในระหว่างการเดินทาง เช่น การรีไซเคิล หรือการหลีกเลี่ยงของใช้ประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง (52%)
  2. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำอันตรายต่อสัตว์ป่าในท้องถิ่น (50%)
  3. ลดการใช้พลังงาน เช่น การปิดเครื่องปรับอากาศและไฟในห้องพักเมื่อไม่อยู่ (47%)
  4. ใช้รูปแบบการขนส่งที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น เช่น การปั่นจักรยาน ใช้ขนส่งสาธารณะ รถไฟทางไกล หรือเลือกเช่ารถไฟฟ้า/แท็กซี่ไฟฟ้า (46%)
  5. เลือกซื้อของจากร้านค้าท้องถิ่นที่เป็นอิสระ (45%)
  6. หลีกเลี่ยงจุดหมายปลายทางหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่แออัดเกินไป (43%)
  7. วางแผนเดินทางนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (42%)
  8. หลีกเลี่ยงทัวร์หรือกิจกรรมที่อาจเป็นการเอาเปรียบผู้คน เช่น ชนเผ่าพื้นเมือง เด็ก หรือแรงงาน (41%)
  9. ลดการใช้น้ำ เช่น การใช้ผ้าขนหนูซ้ำ หรือการปฏิเสธการทำความสะอาดห้องพักทุกวัน (38%)
  10. เลือกเข้าพักในที่พักที่ได้รับการรับรองด้านความยั่งยืน (36%)

Booking เปิดรายงานความยั่งยืน 2026 'อากาศสุดขั้ว' บีบการจองทริป คนหนีร้อน-หนีคนมากขึ้น

อุปสรรคและแรงจูงใจในการขับเคลื่อนความยั่งยืน

แม้ความต้องการจะเพิ่มขึ้น แต่ยังมีอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางไม่ให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้ทางเลือกที่ยั่งยืน โดย 42% ระบุว่าการค้นหาตัวเลือกที่ยั่งยืนนั้น ใช้เวลาและความพยายามมากเกินไป ขณะที่ 38% มองว่าตัวเลือกเหล่านี้มีราคาแพงเกินไปสำหรับพวกเขา

นอกจากนี้ ความน่าเชื่อถือยังเป็นประเด็นสำคัญ โดย 37% ระบุว่าพวกเขาไม่ไว้วางใจว่าตัวเลือกที่ติดป้ายว่า "ยั่งยืนกว่า" นั้นมีความยั่งยืนจริงตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ และอีก 37% รู้สึกว่ามีตัวเลือกที่ยั่งยืนไม่เพียงพอสำหรับการเดินทางของพวกเขา

ในด้านแรงจูงใจ รายงานพบว่ามาตรการทางเศรษฐกิจมีผลอย่างมาก โดย 47% ของนักท่องเที่ยวระบุว่าส่วนลดและแรงจูงใจทางเศรษฐกิจจะช่วยกระตุ้นให้พวกเขาเลือกทางเลือกที่ยั่งยืนมากขึ้น นอกจากนี้ คำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทางอย่างยั่งยืนในงบประมาณที่จำกัด (45%) การสื่อสารที่ชัดเจนเมื่อบางอย่างมีความยั่งยืนมากกว่า (41%) และโปรแกรมสะสมคะแนน (loyalty programs) ที่ให้รางวัลจากการเลือกสิ่งที่ยั่งยืน (38%) ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องการ

Booking เปิดรายงานความยั่งยืน 2026 'อากาศสุดขั้ว' บีบการจองทริป คนหนีร้อน-หนีคนมากขึ้น

มุมมองจากคนพื้นที่ ผลกระทบของการท่องเที่ยวต่อชุมชน

เป็นปีที่สองที่รายงานได้สอบถามผู้ตอบแบบสอบถามในฐานะ "เจ้าบ้าน" หรือผู้อยู่อาศัยในแหล่งท่องเที่ยวด้วย ข้อมูลพบว่า 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกพบเห็นนักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่ อย่างน้อยเป็นช่วงเวลาตามฤดูกาล และโดยรวมแล้ว 60% เห็นว่าการท่องเที่ยวมีผลกระทบเชิงบวกต่อพื้นที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่

ประโยชน์ 5 อันดับแรกของการท่องเที่ยวที่ชุมชนได้รับ ได้แก่ การเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่น (59%) โอกาสในการจ้างงาน (46%) ทางเลือกด้านความบันเทิงที่มากขึ้น (41%) การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและความหลากหลาย (39%) และชื่อเสียงหรือภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นของพื้นที่ (37%)

อย่างไรก็ตาม ชุมชนยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ โดยปัญหาสูงสุดคือความแออัดของการจราจร (40%) ตามมาด้วยปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น (37%) ค่าครองชีพที่สูงขึ้น (31%) ความหนาแน่นของผู้คน (31%) และแรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐาน (28%)

ทั้งนี้ ชุมชนต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติมในด้านการปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะ (41%) การจัดการขยะที่ดีขึ้น (36%) การเพิ่มการรักษาความปลอดภัย (31%) และเงินทุนสำหรับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (30%)

บทบาทส่งเสริมความยั่งยืนของแพลตฟอร์มจองที่พัก

Booking.com ได้เปิดเผยสถิติการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา (2025) ที่สะท้อนถึงความพยายามในการส่งเสริมความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีจำนวนคืนที่นักท่องเที่ยวเข้าพักในที่พักที่ได้รับการรับรองด้านความยั่งยืนจากหน่วยงานภายนอกสูงถึง 100 ล้านคืนบนแพลตฟอร์ม ปัจจุบันมีที่พักกว่า 28,000 แห่งบน Booking.com ที่ได้รับการรับรองดังกล่าว ซึ่งเพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ บริษัทยังขยายการให้บริการการขนส่งที่ยั่งยืน โดยนักท่องเที่ยวสามารถจองแท็กซี่ไฟฟ้าได้แล้วในกว่า 1,600 เมือง และมีรถเช่าไฟฟ้าหรือไฮบริดให้บริการใน 90 ประเทศทั่วโลก ในด้านการดำเนินงานภายในองค์กร Booking Holdings สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ไฟฟ้าและก๊าซได้ถึง 94% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2019

"แดเนียล ดีซิลวา" (Danielle D’Silva) ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืนของ Booking.com กล่าวว่า แม้แต่ละช่วงวัยจะมีความเข้าใจเรื่องการเดินทางที่ยั่งยืนแตกต่างกัน แต่การปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่รุนแรงและการหลีกเลี่ยงความแออัดได้กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่สำหรับคนทุกวัยแล้ว

"เป้าหมายของ Booking.com คือการทำให้ทั้งนักท่องเที่ยวและพันธมิตรสามารถเลือกทางเลือกที่ยั่งยืนได้ง่ายขึ้น เพื่อให้ทุกคนยังคงได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว และจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ยังคงได้รับการดูแลเพื่อให้ทั้งผู้มาเยือนและผู้อยู่อาศัยสามารถเพลิดเพลินร่วมกันได้อย่างยั่งยืน"

หมายเหตุงานวิจัย

ผลการสำรวจจัดทำโดย Booking.com จากกลุ่มตัวอย่างนักเดินทาง 32,500 คน ใน 35 ประเทศและดินแดน โดยสำรวจประเทศและดินแดนละ 1,000 คน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก โคลอมเบีย บราซิล อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย อินเดีย จีน ฮ่องกง ไทย สิงคโปร์ ไต้หวัน เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม เดนมาร์ก สวีเดน โครเอเชีย และแอฟริกาใต้ ส่วนอีก 500 คนต่อประเทศ ได้แก่ นิวซีแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ กรีซ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเคนยา

ผู้ตอบแบบสอบถามทุกคนมีอายุ 18 ปีขึ้นไป เคยเดินทางอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีแผนเดินทางในปี 2569 และเป็นผู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเดินทางของตนเอง โดยเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามออนไลน์ในเดือนมกราคม 2569 และจำแนกผู้ตอบออกเป็น 4 ช่วงวัย ได้แก่ Gen Z (18–28 ปี), Millennials (29–44 ปี), Gen X (45–60 ปี) และ Baby Boomers (61 ปีขึ้นไป)

นอกจากนี้ Booking.com ยังสำรวจความคิดเห็นจากพันธมิตรด้านที่พักและการท่องเที่ยวจำนวน 3,715 ราย ใน 18 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ออสเตรีย บราซิล จีน โครเอเชีย ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี ญี่ปุ่น เม็กซิโก โปรตุเกส สเปน ไทย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา