วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม 2569

Login
Login

คุยกับ ‘อ.วิน’ เมื่อ ‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ เป็นปัญหาปากท้อง อาหารขาดแคลน-ราคาสินค้าพุ่ง

ความหลากหลายทางชีวภาพ” (Biodiversity) กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทั้งนักวิทยาศาสตร์และภาคธุรกิจให้ความสนใจอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากจำนวนชนิดพันธุ์สัตว์และพืชที่ลดลงและสูญพันธุ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอันเป็นผลจากทั้ง “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” และ “การบุกรุกหรือทำลายพื้นที่ธรรมชาติ” ของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม 

หลายคนยังไม่ตระหนักว่า หากความหลากหลายทางชีวภาพเสื่อมถอยหรือสูญหายไป จะส่งผลกระทบต่อชีวิต เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหารของเราอย่างไรบ้าง

เพื่อหาคำตอบว่าความหลากหลายทางชีวภาพมีความสำคัญอย่างไรกับมนุษย์ “กรุงเทพธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “อ.วิน - ผศ.ดร.วัชรพงษ์ หงส์จำรัสศิลป์” ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ

ในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์อย่างอ.วิน ความหลากหลายทางชีวภาพไม่ใช่เรื่องของการ “รักษ์โลก”  แต่เป็นเรื่องของ “เศรษฐกิจและปากท้อง” เพราะถ้าหากโลกขาดความหลากหลายทางชีวภาพ มนุษย์ก็จะต้องซื้อวัตถุดิบและอาหารราคาแพงขึ้น และอาจจะรุนแรงถึงขั้นขาดแคลนอาหาร ยกตัวอย่างเช่น กาแฟและโกโก้ที่ผลิตได้น้อยลง เนื่องจากอุณหภูมิสูงขึ้นและแมลงผสมเกสรน้อยลง จนทำให้ในปีที่ผ่านมาราคากาแฟพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทำให้ผู้ผลิตหลายรายต้องปรับราคา ปรับสูตร หรือใช้วัตถุดิบทดแทนบางส่วน

เอเลี่ยนสปีชีส์” หรือชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน บุกทำลายสัตว์ท้องถิ่นหรือพืชผลทางการเกษตร ก็นับเป็นการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพเช่นกัน ดังที่ กรณีปลาหมอคางดำที่เข้ามาระบาดและกินกุ้งของชาวบ้านจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง 

คุยกับ ‘อ.วิน’ เมื่อ ‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ เป็นปัญหาปากท้อง อาหารขาดแคลน-ราคาสินค้าพุ่ง

หากปัญหายืดเยื้อ ต้นทุนการผลิตอาจสูงขึ้นและอาจส่งผลให้ราคาสินค้าสัตว์น้ำบางชนิดปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดย่อมกระทบต่อผู้บริโภคและเศรษฐกิจในวงกว้าง

“ถ้าไม่มีความหลากหลายทางชีวภาพ มนุษย์จะสูญเสียทั้งแหล่งอาหาร อากาศสะอาด และทรัพยากรธรรมชาติที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต” อ.วินสรุป

องค์กรระดับโลกหลายแห่ง ก็หันมาให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพ แม้กระทั่ง “ธนาคารโลก” ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลักดัน “ตลาดคาร์บอนเครดิต” (Carbon Credit) สนับสนุนการลงทุนสีเขียว โดยทำหน้าที่ทั้งให้เงินทุน ให้คำปรึกษาเชิงนโยบาย และออกรายงานวิเคราะห์แนวโน้มตลาด เพื่อส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกและป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

“ธนาคารโลกให้ความสำคัญ เพราะมันสำคัญกับชีวิตเราในรูปแบบของการเงินและการอยู่รอด ธุรกิจจะมั่นคงได้ จะต้องทำให้กระบวนการผลิตมีความยั่งยืน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อความหลากหลายทางชีวภาพยังคงอยู่” 

คุยกับ ‘อ.วิน’ เมื่อ ‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ เป็นปัญหาปากท้อง อาหารขาดแคลน-ราคาสินค้าพุ่ง

อ.วินกล่าวต่อว่า เศรษฐกิจโลกแทบทั้งหมดล้วนพึ่งพาธรรมชาติในระดับหนึ่ง จึงมีความเชื่อมโยงกับความหลากหลายทางชีวภาพมากกว่าที่หลายคนคิด ตัวอย่างเช่น การแผ้วถางป่าเพื่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม แม้จะดูเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ในระยะยาวกลับอาจทำให้โรงงานได้รับความเสียหายจากน้ำป่าที่ไหลบ่าอย่างรุนแรง เนื่องจากการสูญเสียพื้นที่ป่าทำให้รากไม้ไม่สามารถยึดหน้าดินและช่วยชะลอการไหลของน้ำได้ ส่งผลให้น้ำไหลบ่าเร็วและรุนแรงขึ้น

ความไม่มั่นคงทางธรรมชาติ นำไปสู่ความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานและการล่มสลายของธุรกิจในที่สุด นี่จึงหลักฐานที่ชัดเจนว่าธรรมชาติและกระเป๋าเงินของมนุษย์แยกขาดจากกันไม่ได้

จุดเริ่มต้นของหายนะทางสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นมาจากการเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม ที่ต้องเร่งการผลิตสินค้าจำนวนมาก จนทำให้สิ่งมีชีวิตบางชนิดเริ่มหายไป เมื่อมองเห็นแล้วว่าการหายไปของสิ่งมีชีวิตส่งผลกระทบต่อภาพรวม จึงได้เกิดเป็นแนวคิดความหลากหลายทางชีวภาพขึ้น ทำให้ต้องรักษาสายพันธุ์ต่าง ๆ เอาไว้ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ทันแล้ว

“เราได้เงินจากอุตสาหกรรม แต่ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง ต่อให้เอาเงินไปลงทุนสร้างความหลากหลายทางชีวภาพขึ้นมาใหม่ก็ไม่ได้แล้ว”

คุยกับ ‘อ.วิน’ เมื่อ ‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ เป็นปัญหาปากท้อง อาหารขาดแคลน-ราคาสินค้าพุ่ง

การอนุรักษ์ต้องอยู่บนพื้นฐานความจริง

ประเทศไทยมีความโชคดีที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงเนื่องจากทำเลที่ตั้งในเขตร้อน แต่ในอดีตเรามักถูกมองเป็นเพียง “ฐานทรัพยากร” และ “ที่ทิ้งขยะ” ให้กับประเทศตะวันตกที่เข้ามาตักตวงผลประโยชน์แล้วทิ้งความเสื่อมโทรมไว้ 

อ.วินยืนยันว่าชาวบ้านและคนในพื้นที่รู้จักการอนุรักษ์อยู่แล้ว เพราะจากการลงพื้นที่ทำวิจัยเห็นว่า วิถีชีวิตของชาวบ้านจะไม่เก็บของป่าจนหมด จะเหลือเอาให้ได้เติบโต แต่เมื่อเข้าสู่ยุคที่สังคมถูกครอบงำโดยสื่อตะวันตก มีนักกิจกรรมด้านอนุรักษ์และนักธุรกิจที่สุดโต่ง ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ทะเลาะกันจนไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ก่อนให้เกิดการแก้ปัญหา ในทางกลับกันกลับ ทำลายความหลากหลายและความสัมพันธ์ของคนในสังคมไปพร้อมกัน

“กระแสการรักสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ในปัจจุบัน มักถูกมองว่าเป็นเรื่องของคนที่มีฐานะหรือคนเมือง แต่ในความเป็นจริง วิถีชีวิตที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์มีอยู่ในชุมชนท้องถิ่นและคนต่างจังหวัดมาอย่างยาวนาน” อ.วินกล่าว

อ.วินยอมรับว่า ลำพังแค่คนตัวเล็ก ๆ ไม่สามารถแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ แม้แต่เขาเองก็บอกไม่ได้ว่าควรจะต้องบอกให้คนอื่นทำอะไร

“ผมไม่สามารถบอกได้ว่า เขาควรจะทำอะไรหรือต้องทำอะไร แต่ผมบอกได้ว่าสิ่งที่คุณทำ มันเวิร์คหรือไม่เวิร์ค อยากให้ศึกษาดี ๆ ว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่มันคืออะไร แล้วมองให้มันครบองค์ประกอบ ไม่ใช่มองแค่อนุรักษ์กระจุก คุณต้องมองมุมเศรษฐกิจ บ้านเมือง สังคม วัฒนธรรมด้วย”

ในมุมมองของอ.วิน “การขยายตัวของเมืองและภาคอุตสาหกรรม” เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของประเทศไทย แม้ภาคอุตสาหกรรมจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่การพัฒนาไม่ควรแลกมาด้วยการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ จำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นที่มีโรงงานหลายแห่งออกแบบให้คงพื้นที่สีเขียวและสภาพภูมิประเทศเดิมไว้ให้มากที่สุด ลดการปูพื้นคอนกรีต และเพิ่มพื้นที่ต้นไม้รอบโรงงาน เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและระบบนิเวศได้อย่างกลมกลืน 

พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดแนวทางลักษณะนี้จึงยังไม่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในประเทศไทย และมีข้อจำกัดหรือปัจจัยใดที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาในลักษณะดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม อ.วินยังยืนยันว่า หากคุณได้รับผลกระทบหรือไม่รับความเป็นธรรม คุณสามารถเรียกร้องได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าบางเรื่องที่แก้ไม่ได้ เราก็ทำได้แค่ปล่อยวาง แม้ว่านี่จะเป็นแนวคิดที่เขาไม่ชอบเลยก็ตาม แต่นี่คือความจริงของชีวิต

“ความเป็นจริงของโลกไม่ได้สวยงามเสมอไป เราต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น และหาทางปรับตัว เพราะธรรมชาติก็เป็นเช่นนั้น สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมได้ ก็ต้องย้ายถิ่นฐานหรืออาจไม่สามารถอยู่รอดได้ นี่คือหลักการพื้นฐานของวิวัฒนาการที่ชาร์ลส์ ดาร์วินอธิบายไว้ ไม่ได้หมายความว่าเรายอมแพ้หรือเชื่อว่าการพัฒนาเป็นไปไม่ได้ แต่หมายความว่าเราต้องเข้าใจธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตและออกแบบการพัฒนาให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของธรรมชาติ” อ.วินกล่าว

จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา อ.วินมองว่า สาเหตุที่ทำให้การแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในไทยล้มเหลว เป็นเพราะการดำเนินนโยบายแบบสั่งการจากส่วนกลางจากภาครัฐ (Top-down) ที่ไม่ต่อเนื่องและไม่เข้าใจบริบทในพื้นที่จริง อ.วินเชื่อว่าการจะทำให้คนหันมาสนใจความหลากหลายทางชีวภาพได้นั้น ต้องทำให้เขาเห็นว่าเขาจะ “เสียผลประโยชน์” อะไร หากสิ่งเหล่านั้นหายไป เพราะธรรมชาติของมนุษย์จะตระหนักถึงปัญหาเมื่อมันกระทบกับตนเองเท่านั้น 

สุดท้ายแล้ว ความหลากหลายทางชีวภาพคือภาพสะท้อนของความจริงในธรรมชาติที่ไม่มีความเท่าเทียมและมีการแข่งขันอยู่เสมอ การยอมรับว่าโลกนี้มีทั้งความสวยงามและความโหดร้าย และการพยายามรักษาสมดุลของความหลากหลายนี้ไว้ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้มนุษย์สามารถอยู่รอดได้ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยอ.วินทิ้งท้ายไว้ว่า หากเราทำในส่วนของเราให้ดีที่สุดและมีความสุขกับมัน ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ในการรักษาโลกใบนี้แล้ว

คุยกับ ‘อ.วิน’ เมื่อ ‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ เป็นปัญหาปากท้อง อาหารขาดแคลน-ราคาสินค้าพุ่ง