ภาครัฐกางแผนภาษีคาร์บอน-ตั้งกองทุนอุ้มรายย่อย ขณะที่ภาคการเงินปรับเกณฑ์คุมความเสี่ยง NPL ชูโซลูชันวัดผลประคอง SME เปลี่ยนผ่าน
ทิศทางเศรษฐกิจไทย หลังภาครัฐเตรียมดันร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. จ่อบังคับใช้ปี 2570 พร้อมกลไกภาษีคาร์บอนและกองทุนเยียวยา ขณะที่ภาคเอกชนและสถาบันการเงินส่งสัญญาณเตือนโครงสร้างซัพพลายเชนไทยยังเปราะบาง เจาะลึกยุทธศาสตร์ของ ธนาคารกสิกรไทย เดินหน้าบทบาท Beyond Banking ผ่าน K-Climate Solutions โซลูชันครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อช่วยธุรกิจเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ครอบคลุมทั้งการสนับสนุนด้านการเงินและบริการที่นอกเหนือจากด้านการเงิน เพื่อช่วยผู้ประกอบการเสริมความพร้อมด้าน ESG การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และเสริมศักยภาพในการปรับตัวเพื่อรองรับกฎระเบียบและความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
SME ไทยเจอทางตัน กติกาโลกใหม่ “ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือหนทางเติบโตของธุรกิจ
กระแสการค้าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งความยั่งยืนอย่างเข้มงวด มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี เช่น CBAM (มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดนของยุโรป), ESR และ EPD (ฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์) เริ่มส่งสัญญาณกระทบตรงสู่ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ภาคธุรกิจไทยโดยเฉพาะกลุ่ม SME ตกอยู่ในภาวะเปราะบางสูงสุดจากการขาดแคลนทั้งงบประมาณ บุคลากร และองค์ความรู้ ซึ่งหากปรับตัวไม่ทัน ตัวเลขการปล่อยคาร์บอนที่สูงจะกลายเป็นต้นทุนมหาศาล และนำไปสู่สภาวะ "ผลิตได้แต่ขายของไม่ได้" ในที่สุด
ธนาคารกสิกรไทยชู Beyond Banking ปลดล็อก SME: "ไม่ปรับตัว...อาจไม่รอด"
รุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยวิสัยทัศน์ในงาน EARTH JUMP 2026 การผลักดันภาคธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ว่า ปัจจุบัน SME ไทยกำลังอยู่ในช่วงรอยต่อสำคัญระหว่างรุ่นพ่อและรุ่นลูก แม้คนรุ่นใหม่จะตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม แต่ปัญหาใหญ่คือความสับสนว่าจะเริ่มต้นอย่างไร (I don't know where to start) และกลัวว่าหากลงทุนไปแล้วนโยบายรัฐจะเปลี่ยนทิศทาง ธนาคารจึงต้องเข้ามาเป็นตัวกลางสร้างความชัดเจน
ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทย เน้นย้ำ "SME รอด ธนาคารรอด" โดยย้ำชัดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การทำ CSR แต่คือโมเดลธุรกิจเพื่อความอยู่รอด หากลูกค้า SME ยังยืนยันจะทำธุรกิจแบบเดิมโดยไม่ปรับตัวภายใน 10 ปีข้างหน้า ธนาคารจะประเมินว่าเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงและอาจ "ไม่สนับสนุนสินเชื่อ" ในทางกลับกัน ข้อมูลชี้ชัดว่าธุรกิจที่ปรับตัวสู่แนวทางสีเขียวมีแนวโน้มอัตราหนี้เสีย (NPL) ต่ำกว่าธุรกิจดั้งเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยธนาคารตั้งเป้าปรับพอร์ตโฟลิโอไปสู่ความยั่งยืนภายในปี 2025
"เรากำลังเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียง 'ผู้ให้กู้' ไปสู่การเป็น 'คู่คิดทางการค้า' และ 'ผู้ประคองธุรกิจ' ผ่านกลยุทธ์ Beyond Banking Solutions เพราะการเดินไปหา SME แล้วบอกให้เขาเปลี่ยนเครื่องจักรโดยที่เขาไม่รู้ว่าตัวเองปล่อยคาร์บอนเท่าไหร่ มันเป็นไปไม่ได้ ธนาคารจึงต้องสร้าง Ecosystem ที่จับต้องได้จริง" รุ่งเรือง กล่าว
ธนาคารกสิกรไทย เป็นสะพานเชื่อมให้ธุรกิจเข้าถึงองค์ความรู้ แหล่งเงินทุน และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน K-Climate Solutions ที่ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่
1. Knowledge & SME Readiness (สร้างความพร้อมให้ธุรกิจ): เสริมสร้างองค์ความรู้และเตรียมความพร้อมให้ผู้บริหารและภาคธุรกิจสามารถเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ได้อย่างมั่นใจ ผ่านเครื่องมือ และหลักสูตรที่ช่วยประเมินความพร้อม วางแผน และสร้างความเข้าใจด้านความยั่งยืน
- หลักสูตร Net Zero CEO และ Net Zero Leader สนับสนุนการเสริมสร้างองค์ความรู้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้บริหารและภาคธุรกิจเข้าใจแนวโน้มด้านความยั่งยืน กฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม และแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรสู่ Net Zero
- ESG Readiness Check เครื่องมือประเมินความพร้อมธุรกิจด้าน ESG
- KCLIMATE 1.5 แพลตฟอร์มที่ช่วยคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนลดการปล่อยคาร์บอน
2. Practical Transition Solutions (โซลูชันเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ): สนับสนุนให้ธุรกิจสามารถเปลี่ยนจาก "การรับรู้" ไปสู่ "การลงมือทำ" ด้วยบริการให้คำปรึกษาและการวางกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านที่เหมาะสมกับแต่ละองค์กร
- K-Climate ESG Advisory บริการให้คำปรึกษาด้านความยั่งยืน ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนและปรับตัวสู่แนวทางการดำเนินธุรกิจแบบคาร์บอนต่ำ (Net Zero) โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ
3. Green Finance (สนับสนุนเงินทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ): ช่วยให้ธุรกิจสามารถลงทุนด้านความยั่งยืนได้ง่ายขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เชื่อมโยงกับผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม
- สินเชื่อ SME ยิ่งกรีน ยิ่งได้ (Sustainability-Linked Loan for SME) ที่ให้ดอกเบี้ยพิเศษ ถ้าธุรกิจทำได้ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืน หรือมีผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่วัดได้จริง
- สินเชื่อธุรกิจเพื่อป้องกันความเสี่ยงน้ำท่วม (K-Climate Shield Loan) สนับสนุนการลงทุนในเทคโนโลยี และอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วม เพื่อลดความเสียหายต่อทรัพย์สินและรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ
4. Partners & Climate Ecosystem (เครือข่ายพันธมิตรเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ): เชื่อมโยงธุรกิจเข้ากับผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยี โซลูชัน และพันธมิตรใน Climate Ecosystem เพื่อสร้างโอกาสใหม่และเร่งให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นจริง
- EARTH JUMP: เวที และแพลตฟอร์มเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญ พันธมิตร และให้บริการ Climate Solutions เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero
- ThaiCBN: เครือข่ายความร่วมมือจากทั้ง 4 ภาคส่วน (ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคการเงินและการธนาคาร) เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ไปด้วยกัน
รัฐเร่งคลอด "พ.ร.บ.โลกร้อน" บังคับใช้ปี 70 จ่อเก็บภาษีคาร์บอน-ตั้งกองทุนอุ้มอุสาหกรรม
ด้านกลไกสนับสนุนจากภาครัฐ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ความชัดเจนและความต่อเนื่องของนโยบายเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างความเชื่อมั่น (Trust) ให้เอกชนกล้าลงทุนระยะยาว ขณะนี้ภาครัฐกำลังเร่งปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาว และเตรียมนำ "ร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยตั้งเป้าบังคับใช้ภายในปี 2570
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการเก็บ "ภาษีคาร์บอน" (Carbon Tax) ในภาคพลังงานและอุตสาหกรรม โดยเบื้องต้นคาดว่าจะจัดเก็บในอัตรา 200 บาทต่อตันคาร์บอน ซึ่งจะกระทบต่อราคาน้ำมันประมาณ 20-70 สตางค์ต่อลิตร (ขึ้นอยู่กับการแชร์ต้นทุนในซัพพลายเชน) และกระทบค่าไฟฟ้าเพียงเล็กน้อยประมาณ 4-5 สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจากสัดส่วนเชื้อเพลิงฟอสซิลในระบบลดลงแล้ว
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการอุดช่องว่างทางการเงิน (Gap) ของ SME พ.ร.บ. ฉบับนี้จะมีการจัดตั้ง "กองทุนสภาพภูมิอากาศ" ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือโดยเฉพาะ ผ่าน 3 มาตรการหลัก:
- ให้เงินทุนสนับสนุนโดยตรง (Grant) ประมาณ 10% ของเงินลงทุน
- มีกลไกค้ำประกันความเสี่ยง (First Loss Guarantee) 20% เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อสีเขียวได้ง่ายขึ้น
- สนับสนุนงบประมาณในการทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFO/CFT)
ดร.พิรุณ เผยด้วยว่า ในช่วงปี 2564-2566 ไทยสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 13.5% ซึ่งทะลุเป้า KPI ที่ตั้งไว้ที่ 12% สะท้อนความตื่นตัว แต่หลังจากนี้เราต้องเปลี่ยนมุมมองต่อซัพพลายเออร์รายย่อย จากการบังคับ (Audit) มาเป็น "หุ้นส่วนที่ดีที่สุด" (Best Partner) ในการบริหารจัดการคาร์บอนทั้ง Scope 1, 2 และ 3 เพื่อรักษาเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI)
ส.อ.ท. พลิกโฉมสถาบันน้ำฯ สู่สมรภูมิ Climate Change จี้รัฐนโยบายต้องนิ่ง
ขณะที่ภาคเอกชนกระตุ้นเตือนให้ตื่นตัวอย่างเร่งด่วน โดย ปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change เปิดเผยว่า สถาบันฯ ได้ประกาศขยายขอบเขตภารกิจครั้งใหญ่ โดยเพิ่มเรื่อง "Climate Change" เข้ามาเป็นแกนหลัก เพราะความยั่งยืนกลายเป็นกติกาการแข่งขันและเงื่อนไขทางการค้าไปแล้ว
จากการสะท้อนเสียงของสมาชิก SME กว่า 7,000 ราย สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการที่สุดจากรัฐคือ "นโยบายที่ต่อเนื่องและมั่นคง" ไม่เปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล เพื่อให้โรงงานมั่นใจที่จะลงทุนปรับปรุงเครื่องจักรในระยะยาว นอกจากนี้ยังต้องการการสนับสนุนแบบครบวงจร ตั้งแต่การประเมินช่องว่าง (Gap Analysis) ไปจนถึงการจับคู่เทคโนโลยี
ทั้งนี้ ปรีดา เสนอแนะยุทธศาสตร์ "เริ่มจากสิ่งที่ทำได้จริง" โดยก้าวแรกควรเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานสะอาด เพราะลงทุนน้อยแต่เห็นผลชัดที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรที่ต้องเร่งลดความสูญเสีย (Waste Reduction)
หอการค้าไทยย้ำบทเรียนอดีต ยุคนี้ "ไร้มาตรฐาน...ล้านชิ้นก็ขายไม่ได้"
สอดคล้องกับมุมมองของ พิชัย จิราธิวัฒน์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ที่ออกมาระบุว่า SME จำนวนมากยังติดกับดักความไม่รู้ และสับสนกับคำศัพท์เทคนิคใหม่ๆ (เช่น RAM, PS) จนไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ส่งผลให้เผชิญความเสี่ยงสูงในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการค้ากับบริษัทข้ามชาติ โดยเฉพาะตลาดยุโรป
หอการค้าไทยเสนอให้ภาครัฐปรับบทบาทจากผู้ควบคุมกฎ (Regulator) มาเป็นผู้สนับสนุน ออกนโยบายที่กินได้ มีความชัดเจนยาวนาน 5-10 ปี พร้อมจัดทำคู่มือและเช็คลิสต์ที่ใช้ได้จริง รวมถึงช่วยสร้างตลาดสำหรับสินค้าสีเขียว ขณะเดียวกันได้ส่งสัญญาณถึง "พี่ใหญ่" หรือองค์กรขนาดใหญ่ว่าต้องเลิกทำตัวเป็นเพียงผู้ตรวจสอบ (Audit) แต่ต้องลงมาเป็นพาร์ทเนอร์ช่วยแชร์เทคโนโลยีเครื่องมือวัดผล และเปิดโอกาสทางการตลาดให้รายย่อยมีเวลาปรับตัว
"เรามีบทเรียนสำคัญในอดีตจากอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ที่โรงงานขนาดเล็กไม่ยอมปรับตัวตามมาตรฐานแรงงานและสิ่งแวดล้อม จนสุดท้ายสินค้าเป็นล้านชิ้นถูกปฏิเสธและธุรกิจล้มละลาย นี่คือเครื่องเตือนใจว่า ESG ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดเดียวของเศรษฐกิจไทย" พิชัย กล่าวทิ้งท้าย
ในสภาวะที่มาตรการคาร์บอนขยับเข้าใกล้ตัวเรื่อยๆ การประสานพลังระหว่างหน่วยงานรัฐที่ออกกฎหมาย, สถาบันการเงินอย่าง ธนาคารกสิกรไทย ที่ส่งมอบ K-Climate Solutions โซลูชันครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อช่วยธุรกิจเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน และภาคธุรกิจต่างๆ จะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับศักยภาพของซัพพลายเชนของไทยให้สามารถปรับตัวต่อกฎระเบียบใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และก้าวสู่ Net Zero ได้อย่างมั่นคง โดยไม่สูญเสียโอกาสทางธุรกิจในเวทีโลก


