วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน 2569

Login
Login

โปรเจกต์ 'The Next Bucket' ส่งมอบ 100,000 มื้ออาหาร สู้ภัยความมั่นคงทางอาหาร

เมื่อพูดถึง "อาหาร" คนไทยเราอาจมองว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หาได้ง่าย ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤติขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรงจากผลกระทบของสงคราม ภัยพิบัติ และสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ล่าสุด สยามพิวรรธน์  ได้ประกาศจับมือกับ โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (WFP) องค์กรด้านมนุษยธรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดตัวแคมเปญส่งต่อความสุขครั้งใหญ่ “The Next Bucket : Save Lives & Change Lives” (เฟสแรก มิ.ย. – ธ.ค. 2569) ตั้งเป้าส่งมอบอาหาร 100,000 มื้อ ให้กับชุมชนที่เปราะบางในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ผ่านไลฟ์สไตล์การกินดื่มและการบริจาคในศูนย์การค้าเครือสยามพิวรรธน์และแพลตฟอร์มเทใจ (Taejai)

 

วิกฤติเงียบในเอเชียแปซิฟิก เมื่อความอดอยากไม่ใช่แค่ตัวเลข

ซาเมียร์ วันมาลี ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ สำนักงานประจำกรุงเทพฯ ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์จริงที่กำลังเกิดขึ้นว่า ปัจจุบัน ประชากรมากกว่า 65 ล้านคนทั่วภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก กำลังเผชิญกับภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารอย่างรุนแรง ซึ่งเบื้องหลังตัวเลขมหาศาลเหล่านี้ คือครอบครัวมากมายที่ต้องได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศ แรงกดดันทางเศรษฐกิจ และการพลัดถิ่น

ทั้งนี้การรับมือกับความท้าทายระดับโลกเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งการผนึกกำลังกับสยามพิวรรธน์ในครั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า ภาคธุรกิจ ชุมชน และประชาชนทั่วไป สามารถผสานพลังกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายได้ และด้วยการเปลี่ยนความตระหนักรู้ให้เป็นการลงมือทำจริง เราจะสามารถช่วยเหลือกลุ่มคนที่ขาดโอกาส พร้อมทั้งร่วมกันสร้างอนาคตที่มีความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค 

โปรเจกต์ 'The Next Bucket' ส่งมอบ 100,000 มื้ออาหาร สู้ภัยความมั่นคงทางอาหาร

เตือนสติคนไทย ความมั่นคงทางอาหารที่ห้ามมองข้าม

ดร.วิรไท สันติประภพ รองประธานกรรมการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และประธานกรรมการกำกับดูแลกิจการ โครงการอาหารโลก ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจชวนให้คนไทยได้ฉุกคิดว่า

ปัจจัยสี่ที่คนไทยมักมองข้ามไปคือเรื่องความมั่นคงทางอาหาร เพราะเราสามารถผลิตอาหารได้เกินความต้องการของคนในประเทศ และสังคมไทยยังเอื้อเฟื้อดูแลกัน แต่ถ้ามองไปในโลกแล้ว วิกฤติการขาดแคลนอาหารกำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น จากปัญหาสงครามความขัดแย้ง วิกฤติเศรษฐกิจ และสภาวะโลกร้อน

ความร่วมมือระหว่าง WFP และสยามพิวรรธน์ในครั้งนี้ นอกจากจะจุดประกายให้เราตระหนักเกี่ยวกับวิกฤติการขาดแคลนอาหารแล้ว ยังเปิดโอกาสให้เราสามารถมีส่วนร่วมส่งต่ออาหารให้กับคนที่กำลังหิวโหย เรื่องนี้สำคัญมากครับ เพราะถ้าโลกยังเต็มไปด้วยความหิวโหย ยากที่เราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติและยั่งยืน

Co-Creation เปลี่ยนห้างสรรพสินค้าให้เป็นพื้นที่แห่งการส่งต่อ

ชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารสายงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ได้อธิบายถึงกลยุทธ์และการขับเคลื่อนโครงการนี้ผ่าน Ecosystem ของธุรกิจว่า สยามพิวรรธน์ ในฐานะผู้พัฒนาโกลบอลเดสติเนชั่น ไม่ว่าจะเป็นสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม ไอซีเอส และสยามพรีเมียม เอาท์เล็ต กรุงเทพ เชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า ความสำเร็จทางธุรกิจที่ยั่งยืนต้องเติบโตควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้คนและสังคม

จึงสร้างแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่เปิดให้ทุกภาคส่วนในอีโคซิสเต็มที่ได้มีส่วนร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม การผนึกกำลังกับ WFP ในครั้งนี้ สะท้อนพลังของแนวคิด Co-Creation และ Collaboration ที่นำศักยภาพของทั้งสององค์กรมาร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

แน่นอนว่าความสำเร็จของโครงการจะเกิดขึ้นได้จากพลังของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเครือข่ายร้านอาหารภายในโกลบอลเดสติเนชั่นของสยามพิวรรธน์ ซึ่งจะขยายการเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่องในอนาคต ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ลูกค้าและประชาชนร่วมส่งต่อความช่วยเหลือได้อย่างสะดวก ผ่านการเลือกสั่งเมนูพิเศษที่ร่วมสมทบรายได้เข้าสู่โครงการ หรือร่วมบริจาคโดยตรงผ่านแพลตฟอร์ม เทใจ (Taejai) เพื่อร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน