ภาคอาคารเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานสูงและมีบทบาทสำคัญต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติมาใช้ในการบริหารจัดการอาคารจึงได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร
ภายในงาน NOVA Expo 2026 บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอแนวทางการบริหารจัดการอาคารที่เชื่อมโยงระบบพลังงาน คุณภาพอากาศ ความปลอดภัย และการติดตามข้อมูลการดำเนินงานเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถติดตามการใช้ทรัพยากร ลดการใช้พลังงาน และสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางดังกล่าวครอบคลุมการใช้งานในกลุ่มโรงแรมและการบริการ สถานพยาบาล และอาคารพาณิชย์ โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์และระบบควบคุมอัตโนมัติ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและการบริหารจัดการอาคารในระยะยาว
ยกระดับประสิทธิภาพอาคารสู่ความยั่งยืน
"อาทิตยา สูรพันธุ์" ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เดลต้า ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันอาคารและสถานประกอบการมีระบบที่ต้องทำงานร่วมกันมากขึ้น ทั้งด้านพลังงาน ความปลอดภัย และการดูแลผู้ใช้อาคาร การเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายระบบเข้าด้วยกันจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้บริหารสามารถติดตามผลการดำเนินงาน ประเมินการใช้ทรัพยากร และวางแผนปรับปรุงประสิทธิภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม
“เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติสามารถเป็นเครื่องมือสนับสนุนการบริหารจัดการอาคารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในมิติของการใช้พลังงาน คุณภาพสภาพแวดล้อมภายในอาคาร และความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสำคัญเพิ่มขึ้นควบคู่กับเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร”
มุ่งสู่มาตรฐาน Green Building และ ESG
“นพดล สุดสวาท” ผู้จัดการฝ่ายขายระบบอาคารอัตโนมัติ บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ความต้องการพื้นที่ในอาคารที่มีความปลอดภัยและสุขอนามัยสูงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มโรงพยาบาลซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและมีการใช้พลังงานตลอด 24 ชั่วโมง
ปัจจุบันผู้ประกอบการหันมาให้ความสำคัญกับการขอใบรับรองอาคารเขียว เช่น LEED หรือ WELL Standard เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับอาคารและดึงดูดผู้เช่า ผู้ใช้หรือเจ้าของอาคารต้องการอัปเกรดอาคารเดิมให้เป็นอาคารอัจฉริยะที่ประหยัดพลังงานและมีอากาศสะอาด เพื่อให้ผู้ใช้งานอาคารมีความมั่นใจและสบายใจ
นโยบายดังกล่าวยังสอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืน (ESG) ของเดลต้า ที่ตั้งเป้าเข้าสู่มาตรฐาน RE100 หรือการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ภายในปี 2030
ทิศทางในอนาคตและโอกาสในอาเซียน
สำหรับก้าวต่อไป เดลต้าเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (big data) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานและคาดการณ์การบำรุงรักษาอุปกรณ์ โดย AI จะช่วยวิเคราะห์เงื่อนไขต่างๆ เพื่อสั่งการระบบปรับอากาศและระบบไฟฟ้าให้ทำงานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
ในส่วนของภาพรวมตลาด "นพดล" มองว่าประเทศไทยมีศักยภาพการเติบโตของตลาดอาคารอัจฉริยะสูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากมีการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางการแพทย์ โดยเดลต้ามีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างศูนย์วิจัยในไต้หวันและสำนักงานในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและตอบสนองความต้องการของตลาดในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
6 แนวทางจัดการอาคารยั่งยืน
1. การบริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์ด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์
เดลต้านำเสนอระบบติดตามอุปกรณ์และบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งบูรณาการระบบระบุตำแหน่ง การแจ้งเตือนเหตุการณ์ และการแสดงผลข้อมูลบนแพลตฟอร์มเดียว เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรภายในสถานพยาบาล โดยข้อมูลแบบเรียลไทม์สามารถช่วยลดเวลาการค้นหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพิ่มความคล่องตัวในการจัดสรรบุคลากร และสนับสนุนการตัดสินใจในสถานการณ์ฉุกเฉิน
2. การจัดการพื้นที่ส่วนกลางเพื่อสุขภาวะและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางสำหรับธุรกิจโรงแรมและการบริการ ผสานการทำงานของระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในอาคาร เทคโนโลยีฆ่าเชื้อ U+ Care222 ระบบควบคุมแสงสว่าง แผงควบคุม LPAD-7 และระบบบริหารจัดการอาคาร (BMS) เพื่อสนับสนุนการดูแลสภาพแวดล้อมภายในอาคาร ควบคู่กับการติดตามและบริหารจัดการการใช้พลังงานในพื้นที่ส่วนกลาง
3. การบูรณาการข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการอาคารและชุมชน
ระบบบริหารจัดการชุมชนอัจฉริยะ iCMS รวบรวมข้อมูลด้านพลังงาน ความปลอดภัย การเข้าออกพื้นที่ และสภาพแวดล้อมไว้บนแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ผู้ดูแลอาคารสามารถติดตามข้อมูลการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ และนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนบริหารจัดการทรัพยากร รวมถึงลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นภายในอาคารและชุมชน
4. การเชื่อมต่อระบบอาคารเพื่อการบริหารจัดการแบบบูรณาการ
ระบบบริหารจัดการอาคาร LOYTEC รองรับมาตรฐานการสื่อสารต่าง ๆ อาทิ BACnet, KNX, Modbus และ OPC ทำให้ระบบภายในอาคารสามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ โดยทำงานร่วมกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น LROC-800, LWEB-900 และ LPAD-7 เพื่อสนับสนุนการติดตามข้อมูล การควบคุมระบบอาคาร และการบริหารจัดการพลังงานจากศูนย์กลาง
5. การประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อสนับสนุนความปลอดภัยและการดำเนินงาน
ระบบนิเวศอัตโนมัติ VORTEX ของเดลต้า ผสานการทำงานของโดรน หุ่นยนต์ เทคโนโลยีวิเคราะห์ภาพด้วย AI และระบบคลาวด์ เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบพื้นที่และติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ ภายในอาคารแบบต่อเนื่อง รวมถึงการติดตามข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัย (EHS) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบริหารจัดการอาคารและสถานประกอบการอย่างยั่งยืน
6. การใช้ AI และระบบคลาวด์เพื่อการบริหารจัดการความปลอดภัย
โซลูชันกล้องวงจรปิดบนระบบคลาวด์ VORTEX นำเทคโนโลยีวิเคราะห์วิดีโอด้วย AI มาใช้ในการตรวจจับเหตุการณ์และบริหารจัดการข้อมูลจากส่วนกลาง พร้อมฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น Semantic Search, Cross-camera Investigation และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ตามมาตรฐาน ONVIF เพื่อสนับสนุนการติดตามเหตุการณ์ การวิเคราะห์ข้อมูล และการบริหารจัดการความปลอดภัยในหลายพื้นที่จากศูนย์กลาง
โดยโซลูชันเหล่านี้ได้เริ่มนำไปใช้ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมในไทยแล้ว


