วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2569

Login
Login

โซลาร์ฟาร์ม ‘คิวบา’ โตกระโดด ‘จีน’ หนุนเต็มที่ ไม่แคร์สหรัฐ-ลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล

คิวบา” เจอวิกฤติพลังงานมาโดยตลอด หลังจากถูกสหรัฐคว่ำบาตรและปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิง ทำให้ประเทศนี้เกิดไฟดับอยู่บ่อยครั้ง แต่ปัญหาเหล่านี้กำลังจะหมดไป หลังจาก “จีน” เข้ามาให้ความช่วยเหลือ จนกลายเป็นประเทศที่พลังงานแสงอาทิตย์เติบโตอันดับต้น ๆ ของโลก

ตามข้อมูลจาก Ember สถาบันวิจัยด้านพลังงานระบุ ในปี 2023 จีนส่งออกแผงโซลาร์เซลล์ไปยังคิวบามูลค่าประมาณ 3 ล้านดอลลาร์ แต่ในปี 2025 ตัวเลขดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นเป็น 117 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งรัฐบาลคิวบายังคงทำข้อตกลงกับจีนสำหรับการเปิดโซลาร์ฟาร์ม 92 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2028 ซึ่งคาดว่าจะนำพลังงานแสงอาทิตย์รวม 2 กิกะวัตต์มาใช้งาน ซึ่งเพียงพอที่จะจ่ายไฟให้กับบ้านเรือนมากกว่า 1.5 ล้านหลัง

โซลาร์ฟาร์มแห่งแรกของประเทศ เปิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 และปัจจุบันมีโซลาร์ฟาร์มที่เปิดใช้งานแล้วประมาณ 50 แห่ง กระจายอยู่ทั่วเกาะ คิวบาได้ติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ประมาณ 1 กิกะวัตต์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ทำให้สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จาก 5.8% เป็นมากกว่า 20% 

มิเกล ดิอัซ-กาเนล ประธานาธิบดีคิวบากล่าวถึงความสำคัญของโครงการนี้โดยกล่าวว่า “แหล่งพลังงานหมุนเวียนจะช่วยเสริมสร้างอธิปไตยทางพลังงานของคิวบา พร้อมทั้งส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม”

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 คิวบาสร้างสถิติใหม่ด้วยการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ได้มากกว่า 900 เมกะวัตต์เป็นครั้งแรก ซึ่งเพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันได้อย่างมีนัยสำคัญ

หัว เซิน เอกอัครราชทูตจีนประจำคิวบากล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนและคิวบาว่าเป็น “การสนับสนุนที่มั่นคงในทุกสถานการณ์” ขณะที่ วิเซนเต เดอ ลา โอ เลวี รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของคิวบากล่าวว่าความร่วมมือนี้มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์อย่างยิ่ง ซึ่งส่งผลต่ออนาคตของชาติ

 

กระจายสู่ชุมชน

นอกเหนือจากโซลาร์เซลล์ฟาร์มแล้ว จีนยังได้บริจาคระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 2 กิโลวัตต์ จำนวน 5,000 ชุด เพื่อให้แต่ละพื้นที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เอง ไม่ต้องพึ่งพาโครงข่ายหลักเพียงอย่างเดียว

เอเลนา ไมเดลิน ออร์ติซ เฟร์นันเดซ หัวหน้าโครงการติดตั้งระบบดังกล่าว อธิบายว่ามีการจัดสรรระบบ 2,671 ชุด กระจายไปในสถานที่ต่าง ๆ ตามเทศบาล เช่น บ้านพักคนชรา ศูนย์ดูแลมารดา ห้องฉุกเฉิน และสถานีวิทยุประจำท้องถิ่น

ส่วนที่เหลืออีก 2,329 ชุด จะถูกนำไปติดตั้งในบ้านเรือนที่ห่างไกล ซึ่งรวมถึงบ้านที่ไม่เคยมีไฟฟ้าใช้มาก่อน หรือที่เรียกว่า “บ้านศูนย์โวลต์” ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถมีตู้เย็น พัดลม และโทรทัศน์ เปลี่ยนคุณภาพชีวิตของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง

“การติดตั้งระบบขนาด 2 กิโลวัตต์ในศูนย์กลางที่สำคัญของเทศบาล คือเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบช่วยให้แต่ละท้องที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยระบบเหล่านี้เป็นระบบอิสระที่ไม่เชื่อมต่อกับโครงข่ายหลัก ทำให้ทำงานได้แม้ในช่วงไฟดับ” ออร์ติซ เฟร์นันเดซเน้นย้

ขณะเดียวกัน โครงการนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้ผู้คนต้องอพยพย้ายถิ่นฐานออกจากชุมชน เนื่องจากขาดแคลนสาธารณูปโภค นอกจากนี้ ยังมีโครงการสถานีชาร์จไฟสำหรับเด็กที่ต้องใช้อุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นหลักประกันชีวิตสำหรับพวกเขา

พลังงานแสงอาทิตย์ เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของชาวคิวบามากขึ้น สถานีชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของประเทศในเมืองซานตาคลารา ช่วยให้ชาวคิวบาสามารถชาร์จได้ทุกอย่าง ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือและพาวเวอร์แบงค์ ไปจนถึงมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

 

ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน?

คิวบายังคงพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลอยู่ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่าแรงกดดันจากสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการขู่ว่าจะเข้า “ควบคุม” เกาะแห่งนี้ อาจเร่งให้คิวบาก้าวไปสู่พลังงานสะอาดได้เร็วขึ้น เควิน แคชแมน นักเศรษฐศาสตร์จาก Transition Security Project องค์กรวิจัยร่วมระหว่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร กล่าวว่า

“เมื่อพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ก็เท่ากับพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงน้อยลง ซึ่งจะช่วยให้หลุดพ้นจากการบีบบังคับทางการเมือง”

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ เตือนว่า สถานการณ์ด้านพลังงานของคิวบาเลวร้ายมาก ระบบไฟฟ้าของประเทศนี้เสียหาย และสถานการณ์ทางเศรษฐกิจย่ำแย่มาก พลังงานหมุนเวียนจึงช่วยแก้ปัญหาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลายพื้นที่ยังคงเผชิญกับไฟดับเป็นเวลานานและสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง และโซลาร์เซลล์ยังคงเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ยาก สำหรับคนส่วนใหญ่ในประเทศที่ไม่มีเงินพอแม้จะซื้ออาหาร

ริคาร์โด ตอร์เรส นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอเมริกัน เตือนว่าแม้การปฏิวัติพลังงานสะอาดจะฟังดูดี แต่คิวบาเป็นประเทศที่ยากจนและกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรง

ความท้าทายสำคัญคือระบบจัดเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่ เนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์ผลิตได้เฉพาะช่วงที่มีแดด แต่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของคิวบาอยู่ในช่วงหัวค่ำ หากไม่มีระบบจัดเก็บที่มีประสิทธิภาพในระดับสาธารณูปโภค คิวบายังคงต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลอยู่ดี

นอกจากนี้ สภาพโครงข่ายไฟฟ้าที่เก่าแก่และชำรุดทรุดโทรมยังเป็นอุปสรรคในการส่งจ่ายพลังงาน ทำให้มีประมาณ 16% ของไฟฟ้าที่ผลิตได้สูญเสียไปในระหว่างการส่งผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่ล้าสมัย ซึ่งการปรับปรุงระบบทั้งหมดต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล

บทบาทของจีนในครั้งนี้ ยังถูกมองว่าเป็นการแผ่อิทธิพลและมาตรฐานทางเทคโนโลยีในภูมิภาค แคริบเบียน คิวบาอาจกลายเป็นศูนย์กลางทางโลจิสติกส์และเทคโนโลยีของจีน สำหรับการขยายโครงสร้างพื้นฐานไปยังภูมิภาคลาตินอเมริกา

หากคิวบาสามารถรักษาความเร็วในการติดตั้งและได้รับการสนับสนุนจากจีนอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2028 ประเทศนี้อาจบรรลุอิสรภาพทางพลังงานที่ทำให้การปิดล้อมทางน้ำมันไม่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจอีกต่อไป การเดิมพันระหว่างแผงโซลาร์เซลล์ของจีนและการคว่ำบาตรของอเมริกาจะเห็นผลชัดเจนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า


ที่มา: CNNEl PaisHavana TimesHavana TimesPower MagazineSocialist China