วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน 2569

Login
Login

ความสัมพันธ์ครอบครัวกับความมั่งคั่ง ต้องมีรากฐานแห่งความไว้วางใจ

ความสัมพันธ์ครอบครัวกับความมั่งคั่ง      ต้องมีรากฐานแห่งความไว้วางใจ

บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด (SCB Julius Baer) จัดงานสัมมนาปิดท้ายหลักสูตร"SCB Julius Baer Wealth Planning Series" มุ่งวางรากฐานการส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นอย่างยั่งยืน

ผ่านการถ่ายทอดมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับหนึ่งในความท้าทายสำคัญของครอบครัวผู้มั่งคั่งหลายรุ่น ภายใต้หัวข้อ “การเชื่อมความสัมพันธ์ เสริมสร้างความไว้วางใจ และสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างสมาชิกในครอบครัว” เพื่อเรียนรู้แนวทางเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัวให้แน่นแฟ้น พร้อมกลยุทธ์บริหารจัดการความขัดแย้งอย่างราบรื่น อันนำไปสู่ความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความสามัคคีในระยะยาว

“รอยร้าวที่มองไม่เห็น”

เอเดรียน เมซซินาวเออร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัดกล่าวว่า แม้ครอบครัวจะมีโครงสร้างธรรมมาภิบาลที่ชัดเจน แต่ความขัดแย้งยังอาจเกิดขึ้นได้จากความไม่สอดคล้องภายใต้โครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นบทบาทที่ไม่ชัดเจน วิสัยทัศน์ที่แตกต่าง รวมถึงประเด็นด้านการถือครองทรัพย์สินและการสืบทอดที่ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม

"Family Trust"กลไกสำคัญ

“ตัวอย่างครอบครัวหนึ่งที่สามารถคลี่คลายความตึงเครียดที่สะสมมายาวนาน ผ่านการกลับมาพูดคุยกันในบริบทที่เรียบง่ายและคุ้นเคย ซึ่งช่วยให้สมาชิกได้ทบทวนคุณค่าและเป้าหมายร่วมกันอีกครั้ง และเปิดทางสู่การสื่อสารที่สร้างสรรค์”

ในมุมมองของการจัดการทรัพย์สินคุณเลย์ บี โลห์ หัวหน้าบริษัท จูเลียส แบร์ ทรัสต์ คอมพานี (สิงคโปร์) จำกัด อธิบายว่า กองทรัสต์ครอบครัว (Family Trusts)มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความคลุมเครือ แยกอารมณ์ออกจากการตัดสินใจทางธุรกิจ ช่วยสร้างความโปร่งใสและยุติธรรมระหว่างสมาชิกที่มีบทบาทบริหารและผู้ที่ไม่ได้มีส่วนร่วม อย่างไรก็ตาม ทรัสต์ไม่ใช่ทางออกของทุกปัญหา หากขาดความโปร่งใส การสื่อสารที่ชัดเจน โดยยกกรณีศึกษาจริงของครอบครัวไทยที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศสิงคโปร์ร่วมกันจำนวนมาก ซึ่งนำไปสู่ข้อพิพาทและการฟ้องร้องยืดเยื้อ สะท้อนให้เห็นว่า โครงสร้างทางกฎหมายต้องดำเนินควบคู่กับเจตนารมณ์ที่ชัดเจน ธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง และการสื่อสารกับผู้รับผลประโยชน์อย่างต่อเนื่อง

“แนะนำให้กำหนดกลไกการแก้ไขข้อพิพาทไว้ตั้งแต่ต้น เช่น การใส่เงื่อนไขการไกล่เกลี่ยหรืออนุญาโตตุลาการในเอกสารทรัสต์ การแต่งตั้งผู้พิทักษ์ที่เป็นกลาง และการกำหนดแนวทางแก้ไขภาวะทางตัน เพื่อรักษาความสัมพันธ์และความต่อเนื่องของการบริหารทรัพย์สิน”

เปลี่ยนความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์

ด้านสุขสวัสดิ์ เวทไว ทนายความหุ้นส่วน ประจำกลุ่มงานระงับข้อพิพาท (Dispute Resolution Practice Group)บริษัทBaker McKenzie (ประเทศไทย)เน้นย้ำว่า ครอบครัวควรปรับมุมมองจาก“การเอาชนะ”ไปสู่การสร้าง “กระบวนการแก้ไขปัญหาที่ทุกฝ่ายเชื่อมั่นและรักษาความเป็นส่วนตัวของครอบครัวไว้ได้”โดยแนะนำให้ใช้การเจรจาไกล่เกลี่ย การเจรจาแบบมีผู้ช่วย และการตัดสินโดยผู้เชี่ยวชาญ ขณะที่การดำเนินคดีควรเป็นทางเลือกสุดท้าย สำหรับครอบครัวที่มีทรัสต์

3 แนวคิดเสริมความแข็งแกร่งครอบครัว

ผู้เชี่ยวชาญได้สรุปแนวทางสำคัญเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของครอบครัว โดยเน้นให้เริ่มต้นจากการสนทนาอย่างจริงใจเกี่ยวกับเป้าหมายร่วม ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้าใจและทิศทางเดียวกันของสมาชิกในครอบครัว ควบคู่กับการสื่อสารอย่างเปิดเผย และการทบทวนบทบาท สิทธิ และเจตนารมณ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและลดความคลุมเครือ ขณะเดียวกันควรให้ความสำคัญกับการสร้างความไว้วางใจ และการแก้ไขปัญหาเชิงรุก โดยดำเนินควบคู่ไปกับการวางโครงสร้างธรรมาภิบาลที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนและความต่อเนื่องของครอบครัวในระยะยาว