วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ถอดรหัส 'เศรษฐกิจสีน้ำเงินแบบฟื้นฟู' ทางรอดวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก-ทะเลไทย

วิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมโลก และทะเลไทย เช่น ภาวะโลกร้อน และทะเลเดือด กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากแนวคิดการอนุรักษ์สู่ "เศรษฐกิจสีน้ำเงินแบบฟื้นฟู"

KEY POINTS

  • วิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมโลก และทะเลไทย เช่น ภาวะโลกร้อน และทะเลเดือด กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากแนวคิดการอนุรักษ์สู่ "เศรษฐกิจสีน้ำเงินแบบฟื้นฟู"
  • แนวคิด "เศรษฐกิจสีน้ำเงินแบบฟื้นฟู" คือ การปรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจทางทะเลให้มุ่งเน้นการ "คืนประโยชน์ให้มหาสมุทรมากกว่าที่ตักตวงไป" เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ
  • ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติปะการังฟอกขาวรุนแรง และปัญหาขยะทะเล ทำให้ต้องเร่งนำแนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงินมาปรับใช้ผ่านนโยบายระดับชาติเพื่อเป็นทางรอด

จากผลกระทบของเอลนีโญ และสภาวะโลกร้อนที่ทำให้อุณหภูมิทะเลพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ วันมหาสมุทรโลกปีนี้จึงไม่ใช่แค่การรณรงค์ทั่วไป แต่คือ สัญญาณเตือนให้ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ต้องเร่งเปลี่ยนผ่านจากแค่ ‘การอนุรักษ์’ ไปสู่ ‘เศรษฐกิจสีน้ำเงินแบบฟื้นฟู’ (Regenerative Blue Economy) ที่มุ่งคืนชีวิตให้ท้องทะเลก่อนจะสายเกินไป 

ทะเลเดือด วิกฤติร่วมที่ไม่มีใครหนีพ้น

มหาสมุทรไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวของนักเดินทาง หรือเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้ากว่า 80% ของโลกเท่านั้น แต่ยังเป็น “ตัวทวีคูณความเสี่ยง” (Risk Multiplier) ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก ปัจจุบัน ปัญหาการสะสมความเป็นกรดของน้ำทะเล ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และการละลายของธารน้ำแข็ง กำลังคุกคามความมั่นคงทางอาหาร และระบบเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

เนื่องใน วันมหาสมุทรโลก (World Ocean Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มิ.ย. ของทุกปี ทั่วโลกได้ร่วมกันผลักดันแนวคิด "Strong Marine Protected Areas for Our Blue Planet" เพื่อปกป้องพื้นที่ทางทะเลให้ได้อย่างน้อย 30% ภายในปี พ.ศ.2573 (กรอบความร่วมมือ 30x30)

"มหาสมุทรเป็นของทุกคน ไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ชายฝั่งหรือลึกเข้าไปในแผ่นดิน สุขภาพของมหาสมุทรขึ้นอยู่กับการกระทำของเราในตอนนี้"  เจเรไมอาห์ อูโกชุกวู คณะที่ปรึกษาเยาวชนแห่งสหประชาชาติ

ขยับจาก "แค่ประคอง" สู่ "การฟื้นฟู" (Regenerative Blue Economy)

รายงานล่าสุดจากสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) ระบุว่า "เศรษฐกิจสีน้ำเงิน" (Blue Economy) หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับทะเล มีแนวโน้มจะมีมูลค่าสูงกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี พ.ศ.2593

อย่างไรก็ตาม ลำพังเพียงแค่แนวคิด "ความยั่งยืน" (Sustainability) ที่เน้นการรักษาคงสภาพเดิมไว้อาจไม่เพียงพออีกต่อไป รายงาน The Regenerative Blue Economy – Pathways to Prosperity จึงได้นำเสนอแนวคิด "เศรษฐกิจสีน้ำเงินแบบฟื้นฟู" ซึ่งเป็นการปรับโมเดลธุรกิจ และกิจกรรมทางทะเลทุกรูปแบบให้ "คืนประโยชน์ให้มหาสมุทรมากกว่าที่ตักตวงไป"

ตัวอย่างความสำเร็จ เช่น กลุ่มประเทศภาคีความตกลงนาอูรู (PNA) ในมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ร่วมมือกันบริหารจัดการโควตาประมงปลาทูน่าข้ามพรมแดน จนสามารถรักษาทั้งรายได้ของชุมชน และประชากรปลาในทะเลได้อย่างสมดุล ซึ่งครอบคลุมไปถึงอุตสาหกรรมยุคใหม่ เช่น พลังงานหมุนเวียนนอกชายฝั่ง และเทคโนโลยีชีวภาพทางทะเล

หันมองไทย วิกฤติ ปะการังฟอกขาว และทางออกของทะเลไทย

สำหรับประเทศไทย วิกฤตการณ์ทางทะเลไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว ในปี พ.ศ.2569 นี้ ทะเลไทยต้องเผชิญกับปรากฏการณ์ "ปะการังฟอกขาว" ครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เนื่องมาจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์ล่าสุดในประเทศไทย

วิกฤติปะการัง จากข้อมูลของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พบว่ามีปะการังฟอกขาวในขั้นวิกฤติ (ฟอกขาวมากกว่า 50%) ในหลายพื้นที่ ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เช่น เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ส่งผลให้ภาครัฐต้องประกาศปิดจุดท่องเที่ยวทางทะเลชั่วคราวเพื่อลดผลกระทบจากมนุษย์

ขยะทะเล ประเทศไทยยังคงติดอันดับประเทศที่ปล่อยขยะพลาสติกลงสู่ทะเลมากที่สุดในโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสัตว์ทะเลหายาก และห่วงโซ่อาหาร

ก้าวต่อไปของไทยสู่ความยั่งยืน

ประเทศไทยเริ่มนำแนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงินมาปรับใช้ผ่านนโยบายระดับชาติ โดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้ผลักดันแผนงานวิจัย และนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) มุ่งเน้นการทำประมงพื้นบ้านอย่างรับผิดชอบ การท่องเที่ยวทางทะเลเชิงนิเวศ และการพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลชายฝั่งเพื่อลดการจับจากธรรมชาติ

เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ปีจะถึงกำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDG 14: Life Below Water) ในปี พ.ศ.2573 วิกฤติทะเลไทย และทะเลโลกในวันนี้ จึงเป็นเครื่องเตือนใจว่า การปกป้องมหาสมุทรไม่ใช่เรื่องของ "ทางเลือก" แต่เป็น "ทางรอด" เดียวของมนุษยชาติ

 

 

 

ที่มา : World Economic Forum

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์