การประหยัดพลังงาน เพื่อเป้าหมายความยั่งยืน อาจต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลายด้าน และอาจกระทบต่อความสะดวกสบายการใช้ชีวิตประจำวัน แต่หากมีข้อเสนอดีดีที่ทำให้การช่วยประหยัดพลังงานยังคงความสะดวกและประหยัดเงินในกระเป๋าได้ ก็เป็นเรื่องที่ดี
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)กระทรวงคมนาคม ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะทางราง เพื่อร่วมลดการใช้พลังงานของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงานโลก เปิดบริการจอดรถฟรี ทุกสถานีรถไฟทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการรถไฟทางไกลและสายสีแดง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 22 มิ.ย. 2569
ทั้งน่ี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย กำหนดให้สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เป็น “สถานีต้นแบบด้านการประหยัดพลังงาน” ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน รองรับสถานการณ์พลังงานโลก และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ในการสนับสนุนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะทางราง โดยให้สิทธิสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางโดยรถไฟทางไกลและสายสีแดง ดังนี้ 1. ผู้โดยสารที่ใช้บริการสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สามารถนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาจอดบริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินแล้วแสดงตั๋วโดยสารเที่ยวไปและกลับ พร้อมบัตรจอดรถ เพื่อรับสิทธิจอดรถฟรี ได้ ณ จุดประชาสัมพันธ์ 5 จุด ได้แก่ บริเวณประตู 1 4 10 13 และด้านหน้าห้องรับรองผู้โดยสารชั้น 1 (จากปัจจุบันเก็บค่าจอดรถ)
2. สำหรับสถานีรถไฟอื่น ๆ ผู้โดยสารสามารถนำรถยนต์ส่วนบุคคล ติดต่อที่สถานีรถไฟ เพื่อแจ้งรับบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
นายเมธาพัฒน์ สุนทรวราภาส ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า การรถไฟฯ ในฐานะหน่วยงานหลักด้านระบบรางของประเทศ ได้เร่งดำเนินมาตรการบริหารจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบในทุกมิติ โดยกำหนดให้สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์เป็น “สถานีต้นแบบด้านการประหยัดพลังงาน” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน รองรับสถานการณ์พลังงานโลก และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า
ในการสนับสนุนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะทางราง โดยให้สิทธิ์สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางโดยรถไฟทางไกลและสายสีแดง ดังนี้
มาตรการประหยัดพลังงานที่นำร่องภายในสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ดังนี้
1. การบริหารจัดการระบบไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณชานชาลาชั้น 2 โดยเปิดไฟก่อนขบวนรถเข้าเทียบ 10 นาที พร้อมเปิดใช้งานระบบไฟฟ้าแบบสลับจุดในบางพื้นที่ ยกเว้นพื้นที่ทางเดินหลัก
2. การปรับเปลี่ยนเวลาการเปิด–ปิด น้ำพุด้านหน้าสถานี เป็นช่วงเวลา 07.30–08.30 น. และ 17.30–18.30 น.
3. การติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างแบบ LED ครอบคลุมทั่วทั้งสถานี
4. การใช้ระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูง ควบคุมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Control) รวมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคาร ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างดำเนินการติดตั้ง
อย่างไรก็ตาม รฟท. คาดว่าการดำเนินโครงการดังกล่าวจะสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้อย่างเป็นรูปธรรม และหากผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย จะขยายแนวทางไปยังสถานีรถไฟหลักทั่วประเทศในระยะต่อไป
ทั้งนี้ โครงการสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ต้นแบบการประหยัดพลังงาน ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการรถไฟฯ ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศในอนาคต

