กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการเร่งตรวจสอบกรณีพบ “ปลิงชมพู” จำนวนมหาศาลถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยชายหาดสวนสน ตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง จนแนวชายหาดยาวหลายร้อยเมตรปรากฏเป็นสีแดงอมชมพู สร้างความสนใจและความแตกตื่นให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ ขณะที่ผลการสำรวจเบื้องต้นชี้ว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่พบได้ไม่บ่อย และคาดว่าเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศแปรปรวนและคลื่นลมแรงในทะเล
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน รวมถึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ภายหลังได้รับคำสั่ง สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณชายหาดสวนสน โดยพบว่าสัตว์ทะเลที่ถูกซัดขึ้นฝั่งจำนวนมากดังกล่าวคือ “ปลิงทะเล” (Sea Cucumber) โดยเฉพาะกลุ่มปลิงทะเลสีชมพู หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ปลิงชมพู” หรือ “ปลิงหนามชมพู” ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cercodemas anceps
ปลิงทะเลชนิดดังกล่าวเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นท้องทะเล มีลักษณะลำตัวอ่อนนุ่ม รูปทรงกระบอกคล้ายแตงกวาหรือไส้กรอก ผิวหนังมีตุ่มหรือหนามขนาดเล็ก และมีสีตั้งแต่ชมพูสดไปจนถึงแดงส้ม จึงทำให้เมื่อถูกคลื่นซัดขึ้นมาจำนวนมากพร้อมกัน ส่งผลให้แนวชายหาดปรากฏเป็นสีแดงอมชมพูอย่างชัดเจน
ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรทางทะเลอธิบายว่า ปลิงทะเลมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเล เนื่องจากทำหน้าที่ย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตและอินทรียวัตถุต่าง ๆ ที่สะสมอยู่บนพื้นทราย ช่วยหมุนเวียนธาตุอาหารและรักษาคุณภาพของระบบนิเวศใต้ทะเล จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “แม่บ้านแห่งท้องทะเล”
จากการประเมินเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าปรากฏการณ์ครั้งนี้น่าจะเกิดจากอิทธิพลของพายุและคลื่นลมแรงในทะเลช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ปลิงทะเลที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นทะเลถูกกระแสน้ำและคลื่นซัดเข้าหาชายฝั่งเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่พบได้ยากในพื้นที่
“ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยยังไม่พบข้อมูลที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติด้านมลพิษหรือปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล” เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกล่าว
อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวและประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสปลิงทะเลโดยตรง แม้ว่าปลิงทะเลส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่บางชนิดอาจปล่อยสารเพื่อป้องกันตัวเองเมื่อเกิดความเครียดหรือถูกรบกวน ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่มีผิวบอบบางหรือแพ้ง่ายเกิดอาการระคายเคืองได้
เจ้าหน้าที่ยังแนะนำให้ประชาชนที่พบสัตว์ทะเลเกยตื้นจำนวนมากหรือพบความผิดปกติในพื้นที่ชายฝั่ง แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าตรวจสอบและประเมินสถานการณ์อย่างเหมาะสม โดยการเฝ้าระวังร่วมกันจะช่วยให้สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ เหตุการณ์ปลิงทะเลสีชมพูเกยชายหาดสวนสนในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เนื่องจากเป็นภาพที่พบเห็นได้ยาก และสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศทางทะเลไทย ขณะที่หน่วยงานภาครัฐยังคงติดตามสถานการณ์และรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อศึกษาสาเหตุและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระยะต่อไป

