กรุงเทพมหานครเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (กนภ.) ครั้งที่ 2/2569 เพื่อหารือกรอบท่าทีการเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศของไทยสำหรับปี 2569–2570 เตรียมความพร้อมสู่การประชุมระดับโลก COP 31 และ COP 32 พร้อมผลักดันแนวทางความร่วมมือตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation) และโครงการ Thailand CCS Hub เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2593
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม และมี ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมพร้อมคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สาระสำคัญของการประชุมอยู่ที่การพิจารณา “(ร่าง) กรอบท่าทีเจรจาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย พ.ศ. 2569–2570” ซึ่งจะใช้เป็นแนวทางหลักของผู้แทนไทยในการเข้าร่วมเวทีเจรจาระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ COP 31 และ COP 32
ประเด็นสำคัญในการเจรจาครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่ แนวทางและกลไกความร่วมมือตามข้อ 6 ของความตกลงปารีส การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แนวทางด้านการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการปรับตัวในภาคเกษตรกรรมและความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งถือเป็นประเด็นที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือเกี่ยวกับ “Thailand CCS Hub” ซึ่งเป็นแนวทางนำร่องด้านเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงปรับปรุงกฎหมายและมาตรการรองรับในระยะยาว เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลดการปล่อยคาร์บอนของประเทศ
ในมิติของกรุงเทพมหานคร การเข้าร่วมกำหนดท่าทีระดับชาติครั้งนี้สะท้อนบทบาทของเมืองใหญ่ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะประเด็นการปรับตัวของเมืองต่อความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม คุณภาพอากาศ น้ำท่วม และคลื่นความร้อน ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นถี่และรุนแรงมากขึ้นในหลายพื้นที่เมือง
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างกรอบท่าทีดังกล่าว และมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อผลักดันสู่การปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในระดับประเทศ
ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญของไทย คือการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ “Net Zero Emissions 2050” หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 ซึ่งจะต้องอาศัยทั้งมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวต่อผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ และความร่วมมือระหว่างประเทศในระยะยาว

