วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

รับวันความหลากหลายชีวภาพโลก โมเดล 'ดอยตุง' เปลี่ยนป่าเป็นทุนเศรษฐกิจยั่งยืน

เมื่อ “ความหลากหลายทางชีวภาพ” ไม่ใช่แค่เรื่องของการปลูกป่า แต่คือ “ทุนทางเศรษฐกิจ” และเครื่องมือรับมือวิกฤติภูมิอากาศโลก เจาะลึกยุทธศาสตร์ความยั่งยืนยุคใหม่ ที่เปลี่ยนผืนป่าให้กลายเป็นกลไกเศรษฐกิจชีวภาพ

KEY POINTS

  • โครงการดอยตุงเป็นต้นแบบในการเปลี่ยนความหลากหลายทางชีวภาพให้เป็น "ทุนธรรมชาติ" ซึ่งเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญในการรับมือวิกฤตโลก
  • ความสำเร็จในการฟื้นฟูป่าดอยตุงทำให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพสูง จนมีการค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลก 12 ชนิด และเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าหายาก
  • ไทยกำลังขับเคลื่อนโมเดลนี้สู่มาตรฐานสากลผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การผลักดันพื้นที่ OECM การพัฒนาเครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ และการนำเสนอในเวทีโลก
  • องค์ความรู้จากดอยตุงถูกนำไปขยายผลสู่ระบบนิเวศอื่น เช่น ป่าชายเลน และพัฒนาเป็นบริการที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับภาคธุรกิจ

เมื่อ “ความหลากหลายทางชีวภาพ” ไม่ใช่แค่เรื่องของการปลูกป่า แต่คือ “ทุนทางเศรษฐกิจ” และเครื่องมือรับมือวิกฤติภูมิอากาศโลก เจาะลึกยุทธศาสตร์ความยั่งยืนยุคใหม่ ที่เปลี่ยนผืนป่าให้กลายเป็นกลไกเศรษฐกิจชีวภาพ พร้อมผลักดันโมเดลชุมชนไทยสู่มาตรฐานสากล OECM และเครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ

ท่ามกลางวิกฤติสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังเผชิญ คำว่า "ทุนธรรมชาติ" (Natural Capital) และ "ความหลากหลายทางชีวภาพ" (Biodiversity) ได้ขยับบทบาทจากเรื่องของนักอนุรักษ์ ขึ้นมาเป็นวาระสำคัญของภาคเศรษฐกิจและธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องในวันความหลากหลายทางชีวภาพสากล 22 พ.ค. 2569 

ภายใต้แนวคิด “Acting locally for global impact” ลงมือทำในระดับท้องถิ่น สร้างผลลัพธ์ระดับโลก โมเดลการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยกำลังถูกยกระดับไปอีกขั้น เพื่อพิสูจน์ว่า "คน ป่า และธุรกิจ" สามารถเติบโตและสร้างมูลค่าร่วมกันได้จริง

รับวันความหลากหลายชีวภาพโลก โมเดล 'ดอยตุง' เปลี่ยนป่าเป็นทุนเศรษฐกิจยั่งยืน

 

จาก “ปลูกคน ปลูกป่า” สู่การค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก

สมิทธิ หาเรือนพืชน์ ประธานสายงานการแก้ไขปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐานและโครงการพิเศษ  มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า รากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนนี้ มาจากประสบการณ์กว่า 38 ปี ในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 91,779 ไร่ ซึ่งถูกใช้เป็นห้องทดลองทางธรรมชาติขนาดใหญ่ ผ่านแนวคิด Nature-based Solutions (NbS) หรือการแก้ปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน

ผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้ทางวิทยาศาสตร์จากการสำรวจล่าสุด พบว่าผืนป่าดอยตุงเป็นแหล่งรวมของ

  • พันธุ์ไม้ 1,459 ชนิด: ในจำนวนนี้มีการค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลกถึง 12 ชนิด เช่น นครินทรา เทียนดอยตุง และม่วงพายัพ
  • สัตว์ป่า 1,177 ชนิด: โดยมีสัตว์ป่าคุ้มครองและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่าง เลียงผา และ เต่าปูลู อาศัยอยู่ด้วย

ข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงแต่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ แต่ยังถูกนำมาใช้ประเมิน "ความเสี่ยงทางธรรมชาติ" (Nature-related Risks) เพื่อวางแผนรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่จะกระทบต่อภาคการเกษตรและระบบนิเวศในระยะยาว

รับวันความหลากหลายชีวภาพโลก โมเดล 'ดอยตุง' เปลี่ยนป่าเป็นทุนเศรษฐกิจยั่งยืน

3 กลไกสิ่งแวดล้อมระดับโลกที่ไทยกำลังขับเคลื่อน

ธานิษฏ์ กองแก้ว ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่าการจัดการสิ่งแวดล้อมในยุคปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในพื้นที่อีกต่อไป มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ร่วมมือกับภาครัฐอย่าง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ. หรือ ONEP) สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) และสถาบันการศึกษาระดับโลกอย่าง มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) เพื่อเดินหน้า 3 กลไกสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมการอนุรักษ์ของไทย

กลไก/เป้าหมายสากลรูปแบบการดำเนินงานและพื้นที่นำร่อง

  1. พื้นที่ OECM (เป้าหมาย 30x30) การผลักดันพื้นที่ดอยตุง และป่าชุมชน 11 แห่ง ให้เป็น "พื้นที่อนุรักษ์นอกเขตอนุรักษ์" เพื่อตอบสนองเป้าหมายโลกในการอนุรักษ์พื้นที่บกและทะเลให้ได้อย่างน้อย 30 % ภายในปี 2573 โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม High Ambition Coalition for Nature and People (HAC)
  2. เครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Credit) ร่วมกับ BEDO ศึกษากลไกการซื้อขายเครดิตฯ ภายใต้มาตรฐาน Terrasos จากประเทศโคลอมเบีย เพื่อสร้างแรงจูงใจทางการเงินให้ชุมชนที่ดูแลป่า
  3. เวทีโลก CBD COP17 เตรียมนำโมเดลความร่วมมือระหว่างชุมชนและวิทยาศาสตร์ ไปนำเสนอในการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ครั้งที่ 17 ณ กรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย ในช่วงปลายปี 2569

ขยายผลสู่นิเวศป่าชายเลน และ บริการที่ปรึกษาภาคธุรกิจ

ความรู้จากยอดดอยกำลังถูกนำมาประยุกต์ใช้กับระบบนิเวศที่แตกต่างออกไป โดยมีการริเริ่มโครงการจัดทำฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพและการประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ในป่าชายเลน พื้นที่กว่า 10,832 ไร่ ในจังหวัดตรัง (ระยะเวลาดำเนินงานปี 2568–2570) ซึ่งเป็นความร่วมมือพหุภาคีทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชนอย่าง ปตท. และ สผ.

รับวันความหลากหลายชีวภาพโลก โมเดล 'ดอยตุง' เปลี่ยนป่าเป็นทุนเศรษฐกิจยั่งยืน

นอกจากนี้ ในมุมของภาคธุรกิจที่ต้องปรับตัวตอบรับเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น องค์ความรู้เหล่านี้ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็น บริการที่ปรึกษาด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Advisory Service) เพื่อช่วยภาคเอกชนออกแบบการฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่ตั้งของธุรกิจ เช่น โครงการคืนผ่าสู่ธรรมชาติ (Rewilding) ในพื้นที่อุตสาหกรรมชลบุรี และการจัดการระบบน้ำชุมชนที่เชียงดาว ยอดดอยและผืนป่าจึงไม่ใช่แค่พื้นที่สีเขียว แต่คือต้นทุนและทางรอดของเศรษฐกิจแห่งอนาคตที่จับต้องได้จริง