วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘ปลาซักเกอร์’ ระบาดทั่ว ‘อาเซียน’ เอเลียนสปีชีส์ทำลายสิ่งแวดล้อม-ระบบนิเวศรุนแรง

ปลาซักเกอร์” (Suckermouth Catfish) หรือ “ปลาเทศบาล” แพร่ระบาดไปทั่วแม่น้ำในอาเซียน ทั้งในอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศอย่างหนัก เป็นเอเลียนสปีชีส์รุกรานสัตว์น้ำท้องถิ่น รัฐบาลหลายประเทศกำลังหาวิธีกำจัดอย่างเร่งด่วน

ปลาซักเกอร์ มีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกาใต้ เนื่องจากปลาชนิดนี้กินได้ทุกอย่างที่ขวางหน้า ทำให้ถูกนำมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม เพื่อช่วยทำความสะอาดตู้ปลา แต่พวกมันเติบโตจนเกินขนาดตู้ ผู้เลี้ยงบางคนที่ไม่มีความรับผิดชอบก็จะนำพวกมันไปปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ หรือบางส่วนหลุดรอดไปในช่วงน้ำท่วม

แพร่ระบาดไปทั่ว

เมื่อปลาเหล่านี้เข้าสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ พวกมันสามารถปรับตัวได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งยังมีความสามารถพิเศษในการดูดซับออกซิเจนโดยตรงจากอากาศ ทำให้พวกมันสามารถมีชีวิตรอดได้ในแหล่งน้ำที่มีมลพิษสูง และมีออกซิเจนต่ำ ซึ่งปลาท้องถิ่นอาศัยอยู่ไม่ได้ นอกจากนี้ ปลาซักเกอร์ยังมีเกราะแข็งหุ้มตัวที่ศัตรูตามธรรมชาติในท้องถิ่นแทบไม่สามารถทำอันตรายได้

กรมประมงของมาเลเซียคาดว่า ในเขตลุ่มแม่น้ำกะลังมีสัดส่วนปลาซักเกอร์สูงถึง 80-90% ของประชากรปลาทั้งหมด เช่นเดียวกับแม่น้ำจิลีวุง ในกรุงจาการ์ตาแทบไม่เหลือปลาท้องถิ่น อย่างปลาเรดเทลแคทฟิช และปลาตะเพียนจุด เหลืออยู่แล้ว มีแต่ปลาซักเกอร์ชนิดเดียว โดยชาวประมงในพื้นที่ รายงานว่าปลาที่จับได้ 9 ใน 10 ตัวมักจะเป็นปลาซักเกอร์ที่ขายไม่ได้ราคา

การยึดครองพื้นที่แม่น้ำของปลาซักเกอร์ ทำให้แม่น้ำมีความหลากหลายทางชีวภาพต่ำจนน่ากังวล อีกทั้งพฤติกรรมการกินไม่เลือกหน้า และการแย่งชิงที่อยู่อาศัยของพวกมันทำให้ห่วงโซ่อาหารในแหล่งน้ำถูกทำลาย ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงสัตว์ชนิดอื่น เช่น นกน้ำที่เริ่มหายไปเนื่องจากขาดแหล่งอาหาร

นอกจากผลกระทบต่อสัตว์น้ำแล้ว ปลาซักเกอร์ยังสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน จากการขุดรูลึกถึง 1 เมตร ตามริมฝั่งแม่น้ำเพื่อวางไข่ ส่งผลให้ตลิ่งแม่น้ำอ่อนแอ และเกิดการกัดเซาะได้ง่าย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมในเขตเมืองอย่างรุนแรงในช่วงที่ฝนตกหนัก เนื่องจากปลาซักเกอร์เป็นปลากินซากที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำเสีย ทำให้มีการสะสมโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว และสารหนูในระดับสูงมาก

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การแพร่ระบาดของปลาซักเกอร์ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกถึงความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมทางน้ำ การที่พวกมันสามารถครอบครองลำน้ำได้นั้นพิสูจน์ให้เห็นว่าแหล่งน้ำดังกล่าวมีมลพิษสูงเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติจะรับมือได้

มุฮัมหมัด อันวาร์ นายกเทศมนตรีเขตจาการ์ตาตะวันออก ออกคำเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ทำจากปลาซักเกอร์ เช่น ลูกชิ้นปลา หรือ ทอดมันปลา เนื่องจากการทดสอบทางวิทยาศาสตร์พบร่องรอยของปรอท และแบคทีเรีย เชื้ออีโคไล ในระดับที่เกินมาตรฐานความปลอดภัย

นอกจากนี้ ปลาซักเกอร์มีอัตราการขยายพันธุ์ที่รวดเร็วมากจนกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยตัวเมียหนึ่งตัวสามารถวางไข่ได้หลายพันฟองต่อปี แม้ว่ารัฐจะพยายามจับปลาออกเรื่อยๆ ก็ตาม โดย ศ.มหาวัน การุนีอาซา จากมหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย ให้ความเห็นว่าการจับปลาจำนวนมากเป็นเพียงทางออกชั่วคราวเท่านั้น

 

แนวทางป้องกัน

อินโดนีเซียบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมปัญหานี้ เช่น กฎระเบียบรัฐมนตรีเลขที่ 41 ปี 2014 (Ministerial Regulation No. 41 of 2014) ที่ห้ามนำเข้าสัตว์น้ำที่เป็นอันตราย แต่ส่วนใหญ่แล้วปลาซักเกอร์ถูกนำเข้ามา และแพร่กระจายในธรรมชาติก่อนที่กฎหมายจะถูกบังคับใช้ ทำให้การควบคุมเป็นไปได้ยาก 

ขณะที่ รัฐบาลท้องถิ่นก็ยังพยายามดำเนินมาตรการเชิงรุก เช่น ปราโมโน อานุง ผู้ว่าราชการกรุงจาการ์ตา สั่งออกล่าปลาซักเกอร์ทั่วเมือง โดยเจ้าหน้าที่สามารถกำจัดปลาเหล่านี้ได้มากกว่า 5.3 ตันจากแม่น้ำในเขตจาการ์ตาตอนใต้ ภายในช่วงเวลาเพียงสองสัปดาห์เท่านั้น

ในรัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย ออกนโยบายกระตุ้นให้ประชาชนจับปลาซักเกอร์จากแหล่งน้ำท้องถิ่นในราคา 1 ริงกิต (ประมาณ 8 บาท) ต่อกิโลกรัม มาตรการนี้ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน และช่วยลดปริมาณประชากรปลาในพื้นที่เฉพาะจุดได้

ขณะที่ ภาคประชาสังคมก็มีบทบาทสำคัญอย่างมาก เช่น กลุ่มอาสาสมัครหน่วยล่าปลาต่างถิ่นมาเลเซีย (SPIA) สามารถจับปลาซักเกอร์ได้ถึง 75 ตันในช่วงสองปีที่ผ่านมา การทำงานของอาสาสมัครเหล่านี้ช่วยอุดช่องว่างในพื้นที่ ที่การดำเนินงานของรัฐยังเข้าไม่ถึง

เวอรีล ฮาซัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จากมหาวิทยาลัยแอร์ลังกา กล่าวว่า นอกจากการจับปลาแล้ว จำเป็นต้องฟื้นฟูแม่น้ำ เพื่อให้ปลาท้องถิ่นสามารถกลับมาแพร่พันธุ์ และรักษาสมดุลของระบบนิเวศได้อีกครั้ง ควบคู่ไปกับการควบคุมมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม และขยะครัวเรือนอย่างจริงจัง

พร้อมให้ความรู้แก่ประชาชน อย่างเช่น อารีฟ กามารูดิน นักรณรงค์ชาวอินโดนีเซียที่ใช้ TikTok สอนวิธีจับ และกำจัดปลาอย่างถูกวิธี รวมถึงให้ความรู้แก่ผู้เลี้ยงปลาสวยงามเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันการปล่อยปลาลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติอีก พร้อมสร้างความเข้าใจว่าปลาชนิดนี้ไม่ได้ช่วยทำความสะอาดแม่น้ำ พวกมันแค่อาศัยอยู่กับมลพิษได้ดีเท่านั้น

“หลายคนไม่รู้ว่าปลาซักเกอร์เป็นเอเลียนสปีชีส์ และไม่รู้ว่ามันกำลังคุกคามปลาท้องถิ่น และจำเป็นต้องได้รับการกำจัดออกจากทะเลสาบและแม่น้ำในจาการ์ตา” กามารูดิน กล่าว

ขณะเดียวกัน การนำปลาที่จับได้ไปแปรรูปเป็นปุ๋ยหรืออาหารสัตว์ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการจัดการซาก แต่ต้องมีมาตรการตรวจสอบสารพิษตกค้างอย่างถี่ถ้วน เพื่อป้องกันไม่ให้สารอันตรายวนกลับเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร

 

 

ที่มา: Channel News AsiaKompasStraits TimesThe Southeast Asia DeskTempo

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์