วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘แรด’ เดินเพ่นพล่านกลางถนน ใช้ชีวิตร่วมกับคนใน ‘เนปาล’ หลังประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์

‘แรด’ เดินเพ่นพล่านกลางถนน ใช้ชีวิตร่วมกับคนใน ‘เนปาล’ หลังประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์

กลายเป็นภาพที่เห็นจนชินตา สำหรับประชาชนในหมู่บ้านเซาราฮา ประเทศเนปาล ที่ “แรดนอเดียว” ออกมาเพ่นพ่านในเมือง เดินผ่านร้านอาหาร บาร์ และที่จอดรถจักรยานยนต์ โดยมีนักท่องเที่ยวคอยถ่ายรูปอยู่ห่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าชุมชนแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่ทับซ้อนของมนุษย์และสัตว์ป่าที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

แรดเหล่านี้เดินเข้าไปในบริเวณโรงแรม จนผู้จัดการโรงแรมต้องใช้ไฟฉายส่อง เพื่อให้แรดเดินออกไปจากพื้นที่จอดรถและเข้าสู่ทางเดินในสวน เพื่อความปลอดภัยของแขกที่มาพัก บางตัวก็เข้าไปเล็มหญ้าหรือนอนพักผ่อนในสวนหลังบ้านของประชาชน 

อย่างไรก็ตาม ความใกล้ชิดนี้มาพร้อมกับความเสี่ยง เนื่องจากแรดเป็นสัตว์ที่มีพละกำลังมหาศาลและอาจเป็นอันตรายได้หากรู้สึกถูกคุกคาม ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จึงต้องคอยเตือนนักท่องเที่ยวให้รักษาระยะห่างและไม่พยายามเข้าใกล้สัตว์เพื่อถ่ายรูปหรือวิดีโอมากจนเกินไป เพราะอาจจะถูกทำร้ายได้

‘แรด’ เดินเพ่นพล่านกลางถนน ใช้ชีวิตร่วมกับคนใน ‘เนปาล’ หลังประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์ แรดเดินอยู่กลางเมือง ท่ามกลางนักท่องเที่ยวตามถ่ายภาพ
เครดิตภาพ: Alamy Stock Photo

วิถีชีวิตคนเมืองในพื้นที่ทับซ้อนกับสัตว์ป่า

แรดที่พบในเขตเมืองมักแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือแรดที่ได้รับการช่วยเหลือและฟื้นฟูจนคุ้นเคยกับมนุษย์ เช่น แรดที่ชื่อ “เมกาลี” (Meghauli) ซึ่งมักเดินเล่นบนถนนในเมืองเป็นประจำ และเป็นที่รักของคนในชุมชน ส่วนกลุ่มที่สองคือแรดป่าที่เดินผ่านชุมชนเพื่อไปหาอาหารในพื้นที่เกษตรกรรม

ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะแยกให้ออกว่า ตัวไหนคือแรดป่า ตัวไหนคือแรดที่อยู่ในชุมชน เพราะก่อนหน้านี้เคยมีคนเข้าไปใกล้แรดป่าเพราะเข้าใจว่าเป็นเมกาลี จนถูกทำร้ายเสียชีวิต เจ้าหน้าที่สัตว์ป่าระบุว่า แม้แรดจะดูอุ้ยอ้ายเชื่องช้า แต่พวกมันสามารถพุ่งชาร์จด้วยความเร็วและใช้ฟันหน้าที่มีความยาวถึง 7 เซนติเมตรเป็นอาวุธได้

นอกจากนี้ แรดยังมักต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงอาณาเขตบนถนนสาธารณะ นักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า “ผมมาที่อุทยานจิตวันเพื่อดูสัตว์ป่า แต่ไม่คิดว่าสัตว์ป่าจะมาหาผมถึงที่และยังมาสู้กันให้เห็นบนถนน ทุกคนถึงกับพูดไม่ออก”

ด้วยเหตุนี้ เจ้าหน้าที่จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย เพราะถึงการต่อสู้กันของแรดจะหาดูได้ยาก แต่นี่ก็คือพฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกมัน เพื่อแสดงอำนาจหรือสิทธิในการผสมพันธุ์ แต่การเกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนย่อมเพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของสาธารณะ

ความสำเร็จด้านการอนุรักษ์

การเพิ่มขึ้นของจำนวนแรดในเขตเมืองเป็นผลพวงมาจากความสำเร็จในการอนุรักษ์ของเนปาล จากเดิมในช่วงปี ค.ศ. 1970 ที่มีแรดเหลืออยู่เพียงประมาณ 100 ตัว ปัจจุบันประชากรแรดนอเดียวในอุทยานแห่งชาติจิตวันและพื้นที่โดยรอบได้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 700 ตัว

โดมา เปาเดล ผู้ก่อตั้งกองทุนเหยื่อสัตว์ป่า กล่าวว่า “จำนวนสัตว์ป่ากำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้จำนวนเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย สิ่งนี้ก่อให้เกิดความโกรธ ความกลัว และความกังวลแก่ประชาชน”

เกษตรกรเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากแรดมักเข้ามากินพืชผลในไร่นา เช่น ต้นมัสตาร์ดและข้าว จนต้องสร้างหอสังเกตการณ์กลางไร่นา เพื่อเฝ้าระวังและขับไล่สัตว์ป่าที่เข้ามารบกวนในช่วงกลางคืน

นอกจากการสูญเสียผลผลิตแล้ว ยังมีการสูญเสียชีวิตเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2024 มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการเผชิญหน้ากับสัตว์ป่า 11 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ 8 รายมีสาเหตุมาจากแรด บัลกฤษณะ ภัตตาราย เกษตรกรผู้เสียลูกชายจากเหตุการณ์แรดทำร้ายกล่าวว่า “ในช่วงปีที่ผ่านมา แรดเข้ามาที่ทุ่งนาของเราบ่อยขึ้น บางครั้งพวกมันเดินผ่านหน้าบ้านเราเลยด้วยซ้ำ”

‘แรด’ เดินเพ่นพล่านกลางถนน ใช้ชีวิตร่วมกับคนใน ‘เนปาล’ หลังประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์ แรดเดินอยู่กลางเมือง ใช้ชีวิตร่วมกับชาวบ้าน
เครดิตภาพ: Alamy Stock Photo

 

การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ชุมชนรับมือกับแรด สำหรับโครงการของโดมา เปาเดล เน้นการให้ความรู้แก่กลุ่มสตรีและเด็กในโรงเรียน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากต้องเข้าป่าเพื่อหาฟืนและอาหารสัตว์

นอกจากการฝึกอบรมแล้ว ยังมีการใช้บทบาทสมมติเพื่อสอนวิธีการตอบสนองเมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์ใหญ่ เช่น แรด เสือ หรือหมี ความรู้เหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการลดความเสี่ยงจากการจู่โจมที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่กันชนรอบอุทยานซึ่งเป็นพื้นที่ที่คนและสัตว์ใช้ประโยชน์ร่วมกัน

โดมา เปาเดล ซึ่งสูญเสียแม่จากการถูกแรดทำร้ายในปี 2004 เชื่อมั่นว่าการอยู่ร่วมกันอย่างสันติเป็นไปได้หากมีความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยเธอยังเชื่อว่า “เราจำเป็นต้องแบ่งพื้นที่ให้กับสัตว์อื่น ๆ เพราะถ้าเรารักธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะรักเราตอบ”

การจัดการความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และแรดในเนปาลยังคงเป็นกระบวนการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีอันตรายและความเสียหายต่อพืชผล แต่ประชากรส่วนใหญ่รอบอุทยานจิตวันยังมีทัศนคติที่ดีต่อความพยายามในการอนุรักษ์ และมุ่งหวังที่จะหาสมดุลในการใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์เหล่านี้อย่างปลอดภัย


ที่มา: Discover WildlifeNDTVPeopleThe Guardian