คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เห็นชอบในหลักการต่อร่างแถลงการณ์ร่วมเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจ ประจำปี 2569 (ร่างแถลงการณ์ฯ) (2026 APEC Women and the Economy Forum Joint Statement)
โดยหากมีความจำเป็นต้องเพิ่มเติม ปรับปรุง และแก้ไขเอกสารดังกล่าวในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ขอให้ พม. ดำเนินการได้ โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีก
โดยอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายร่วมรับรองร่างแถลงกรณ์ฯ ในการประชุมระดับสูงสำหรับผู้กำหนดนโยบายด้านสตรีและเศรษฐกิจ (High -Level Policy Dialogue on Women and the Economy: HLPDWE) ในวันที่ 15 พ.ค. 2569 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีนตามคำเชิญของ ประธานการประชุมเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจ ประจำปี 2569 (นางหวง เสี่ยวเว่ย) เข้าร่วมการประชุมเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจ ประจำปี 2569 (2026 APEC Women and the Economy Forum: WEF) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 - 16 พ.ค. 2569 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน
ภายใต้หัวข้อ “การเสริมพลังสตรีในทางเศรษฐกิจ เพื่อความรุ่งเรืองร่วมกันในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (Promoting Women's Economic Empowerment to Prosper Together in the Asia-Pacific)”
โดยในวาระการประชุม HLPDWE ในวันที่ 15 พ.ค. 2569 จะเป็นการประชุมระดับรัฐมตรี ซึ่งจะมีการรับรองร่างแถลงการณ์ฯ เพื่อเป็นเอกสารผลลัพธ์ของการประชุม โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ 1.การเสริมพลังสตรีในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อเอเชียแปซิฟิกที่มีนวัตกรรม 2.การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีในการพัฒนาสีเขียว และคาร์บอนต่ำ เพื่อเอเชียแปซิฟิกที่ยั่งยืน 3.การส่งเสริมการจ้างงานและการเป็นผู้ประกอบการของสตรี เพื่อเอเชียแปซิฟิกที่ครอบคลุมทุกภาคส่วน
“ประเทศไทย เป็นการย้ำเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและการเสริมพลังสตรีในทางเศรษฐกิจให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีแก่ประเทศในเวทีระหว่างประเทศ อันจะทำให้ได้รับการยอมรับและความเชื่อมั่นจากนานาประเทศและส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจ สังคม การค้า และการลงทุน”
นอกจากนี้ ที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เสนอ ได้แก่ หลักการต่อร่างถ้อยแถลงรัฐมนตรีการค้าเอเปคประจำปี 2569 (ร่างถ้อยแถลงฯ) และ ร่างกรอบความร่วมมือว่าด้วยการทำให้การค้าเป็นดิจิทัลของเปค (พ.ศ. 2569 - 2573) (ร่างกรอบความร่วมมือด้านการค้าดิจิทัลฯ) ซึ่งมีกำหนดรับรองเอกสารทั้ง 2 ฉบับ ดังกล่าว ในการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค (APEC Ministers Responsible for trade Meeting: MRT) ประจำปี 2569 ในวันที่ 22 – 23 พ.ค. 2569 ณ เมืองซูโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน (จีน)
สำหรับร่างถ้อยแถลงฯ มีสาระสำคัญเป็นการยกระดับความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจให้เกิดผลเป็นรูปธรรมใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1.การส่งเสริมบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่เปิดกว้างและสอดคล้องกัน เช่น สนับสนุนการหารือร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาห่วงโซ่อุปทาน 2.การสนับสนุนองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) เช่น สนับสนุนการเจรจาแบบพหุภาคีภายใต้ WTO โดยเฉพาะความร่วมมือในรูปแบบแถลงการณ์ร่วม
3.การเสริมสร้างความร่วมมือด้านดิจิทัลที่มีพลวัต เช่น ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อเศรษฐกิจดิจิทัล และ 4.การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวที่สร้างสรรค์ เช่น ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการกับความท้าทายสิ่งแวดล้อม โดยสนับสนุนให้เขตเศรษฐกิจเอเปค ผลักดันนโยบายระหว่างการค้ากับสิ่งแวดล้อม
ส่วนร่างกรอบความร่วมมือด้านดิจิทัลฯ มีสาระสำคัญเป็นการขับเคลื่อนการค้าให้เป็นดิจิทัลผ่านการขยายความร่วมมือภายใต้สาขาความร่วมมือใหม่ในภูมิภาคเอเปค จำนวน 3 เสาหลัก ได้แก่ 1.การส่งเสริมสภาพแวดล้อมเชิงนโยบายที่เอื้อต่อการทำให้การค้าเป็นดิจิทัล เช่น การยืนยันตัวตน และลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ 2.การเสริมสร้างการประสานนโยบาย เช่น ความร่วมมือด้านการจัดการข้อมูล และ 3.การใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกทางการค้า เช่น การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

