วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘ADB’เข็นรถเมล์ไฟฟ้า800คัน-บขส.300คัน ดันไทยบรรลุเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก

‘ADB’เข็นรถเมล์ไฟฟ้า800คัน-บขส.300คัน   ดันไทยบรรลุเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) สนับสนุนประเทศไทยในการส่งเสริมการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคการขนส่งในกรุงเทพฯ และเขตเมืองใหญ่อื่นๆ ใช้แนวทางแบบบูรณาการในการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินสำหรับโครงการยานยนต์ไฟฟ้า (e-mobility) ของภาคเอกชนและระบบขนส่งมวลชนในประเทศ

ตั้งแต่ปี 2018ADB ได้ระดมทุนจากภาคเอกชนเป็นจำนวนเงินกว่า 450 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าสำหรับระบบขนส่งสาธารณะประเภทต่างๆ รวมถึงทางรถไฟและทางถนน

สำหรับภาคทางรถไฟ ADB มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการระดมทุนเชิงพาณิชย์สำหรับรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองของกรุงเทพฯ สำหรับภาคทางถนน ADB ให้การสนับสนุนทางการเงินเพื่อจัดซื้อรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าและสถานีชาร์จที่เกี่ยวข้องมากถึง 1,500 คัน สำหรับบริการขนส่งขนาดเล็ก และรถโดยสารไฟฟ้ามากถึง 1,200 คัน สำหรับใช้ในการขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ

โซลูชันทางการเงินที่ทันสมัยและสร้างสรรค์สำหรับการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพิ่มทุนภาคเอกชนที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065

นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลัง ให้Mr. Aaron Batten, Country Director ADB เข้าพบเพื่อหารือและรายงานความคืบหน้าการดำเนินโครงการ ADB’s Sustainable Transport Bus Electrification ว่า ขอขอบคุณ ADB ที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนของประเทศไทย โดยเฉพาะด้านการพัฒนาความเชื่อมโยง ทั้งความร่วมมือด้านการเงินในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 

โดย ADB ได้ร่วมมือกับ สนข. ในการศึกษาโครงการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 เป็นต้นมา และโครงการ ADB’s Sustainable Transport Bus Electrification เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้รถโดยสารสาธารณะไฟฟ้าของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) และ บริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.) รวมถึงการยกระดับมาตรฐานการให้บริการของรถโดยสารสาธารณะอย่างยั่งยืน และสนับสนุนประเทศไทยเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการขนส่ง ในกรอบระยะเวลาดำเนินการระหว่างปี 2568 - 2570 

ครอบคลุมทั้งแนวทางการจัดหารถโดยสารไฟฟ้า รูปแบบการให้กู้ยืม และแนวทางการชำระคืนเงินกู้ เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนต.ค. 2568 ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานตามขั้นตอนของโครงการ 

นอกจากนี้ ADB ได้เสนอแนวทางความร่วมมือในอนาคตด้านการพัฒนาท่าเรือที่ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการเดินเรือ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงวิชาการและแนวทางปฏิบัติสำหรับการพัฒนาท่าเรือสีเขียวที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ด้านมาตรการ ลดมลพิษทางอากาศที่เกิดจากภาคการขนส่ง และด้านมาตรการลดความเสี่ยงจากภาวะเครียดจากความร้อน

นายปัญญา กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมจะนำข้อเสนอของ ADB ไปพิจารณาอย่างรอบคอบ พร้อมเดินหน้าสานต่อการดำเนินความร่วมมือในอนาคต โดยได้มอบหมายให้ สนข. ขสมก. และ บขส. เร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนโครงการให้บรรลุผลตามเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งรายละเอียดข้อเสนอการเงิน (Financial Options) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ สถานีอัดประจุไฟฟ้า ศูนย์ซ่อมบำรุง เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่รถโดยสารไฟฟ้าของ ขสมก. ระยะที่ 2 จำนวน 800 คัน และรถโดยสารไฟฟ้าระหว่างจังหวัดของ บขส. (สำหรับเส้นทางระยะต่ำกว่า 300 กิโลเมตร) จำนวน 200 คัน เพื่อยกระดับระบบขนส่งสาธารณะของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในการเดินทาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการต่อไป