วงการเคมีภัณฑ์โลกถึงจุดเปลี่ยน เมื่อยักษ์ใหญ่รวมตัวในนาม Global Impact Coalition (GIC) เลิกคุยแต่หลักการแล้วลงมือ "ชำแหละรถ" จริงๆ เพื่อหาทางสกัดพลาสติกคุณภาพสูงกลับมาใช้ใหม่ หลังพบรถ 1 คันพลาสติกเพียบแต่ทิ้งสูญเปล่ากว่า 80% ขณะที่อุตสาหกรรมไทยเริ่มขยับรับเทรนด์ BCG หวังแจ้งเกิดในฐานะ Hub รีไซเคิลอาเซียน
เมื่อยักษ์ใหญ่เคมีภัณฑ์ ขยับตัวหนีตาย
รู้ไหมว่าอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์คือกระดูกสันหลังของโลกเราจริงๆ ทั้งการผลิตยารักษาโรค ชิ้นส่วนรถยนต์ ไปจนถึงวัสดุก่อสร้าง คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 5.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และเลี้ยงปากท้องคนทั่วโลกกว่า 120 ล้านคน
แต่ตอนนี้ "ขาใหญ่" กำลังลำบากครับ ทั้งค่าพลังงานที่พุ่งกระฉูด สงครามการค้าที่ทำให้การส่งออกสะดุด และกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่จ่อคอหอยอยู่ คาดว่าในปี พ.ศ. 2569-2570 การเติบโตจะเหลือแค่ 1.5-2% เท่านั้น แถมตัวอุตสาหกรรมเองยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 2.5% ของโลก โจทย์ใหญ่คือ "จะรวยต่อยังไงให้โลกไม่พัง?"
GIC จาก 'โต๊ะประชุม' สู่ 'โรงชำแหละ'
กลุ่ม Global Impact Coalition (GIC) ที่รวมบริษัทรายได้รวมกันกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เขาเลยเปลี่ยนแนวครับ เลิกพูดเรื่อง "Recycle" กว้างๆ แต่เจาะลึกไปที่ "ซากรถยนต์"
เชื่อไหมว่ารถ 1 คัน มีพลาสติกอยู่ 200-250 กิโลกรัม แต่เราดันเอามาใช้ใหม่ได้ไม่ถึง 20% ที่เหลือคือทิ้ง GIC เลยจับมือค่ายรถยนต์ (OEMs) กับโรงรีไซเคิลมา "รื้อรถ" กันให้ดูเลย 8 ตัน เพื่อหาคำตอบว่าทำไมเราถึงเอามันกลับมาใช้ไม่ได้ ซึ่งสรุปบทเรียนแสบๆ คันๆ ไว้ 3 ข้อ
- อย่าพูดกว้าง: คุยเรื่อง "กู้โลก" ไม่มีใครขยับ ต้องคุยว่า "พลาสติกชิ้นไหนในรถที่ขายได้ราคาดีที่สุด" แล้วบริษัทจะรีบตกลงทันที
- ข้อมูลต้องแลกกัน: บริษัทไม่ได้หวงข้อมูลหรอก แค่เขาอยากรู้ว่าแชร์ไปแล้วเขาจะได้อะไรกลับมา
- กำแพงที่สูงที่สุดคือ "ความเคยชิน": เทคโนโลยีมีอยู่จริงครับ แต่การจะสั่งให้วิศวกรออกแบบรถให้ "ถอดง่าย" หรือให้ฝ่ายจัดซื้อเปลี่ยนสเปกวัสดุเนี่ยแหละ... ยากกว่าทำเครื่องจักรเยอะ
ตัดภาพมาที่ไทยโอกาสทองในกองขยะยานยนต์
ไทยเราคือ "ดีทรอยต์แห่งเอเชีย" เราไม่ได้แค่ผลิตรถเก่ง แต่เราต้อง "ทำลายและสร้างใหม่" ให้เก่งด้วย
เมื่อ BCG คือคำตอบ รัฐบาลไทยดันนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนเต็มสูบ ข้อมูลจาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่าไทยมีขยะพลาสติกเฉลี่ยปีละ 2 ล้านตัน แต่เราเอากลับมาใช้ได้แค่ 1 ใน 4 นี่คือ "เงิน" ที่หล่นหายไปในกองขยะชัดๆ
ยักษ์ไทยขยับแล้ว อย่างกลุ่ม PTT Global Chemical (GC) ที่เปิดโรงงาน ENVICCO ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลระดับ Food Grade ส่งออกไปทั่วโลก หรือการที่ค่ายรถญี่ปุ่นในไทยเริ่มวางแผนเรื่องการจัดการแบตเตอรี่และซากรถ (ELV) เพื่อรับมือกับมาตรการ CBAM ของยุโรปที่กำลังจะบังคับใช้ในอนาคตอันใกล้
โดยรวมแล้ว GIC บอกเราชัดเจนว่า ความร่วมมือข้ามสายงานไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่คือความอยู่รอด ใครที่สามารถเปลี่ยนขยะจากซากรถยนต์ให้กลายเป็นวัตถุดิบคุณภาพสูงส่งกลับโรงงานได้ คือคนที่จะกุมอำนาจต่อรองในโลกยุคคาร์บอนต่ำ
ที่มา : Global Impact Coalition

