วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ผ่าโมเดล GIC ชำแหละ 'ซากรถยนต์' เคมีเปลี่ยน 'ขยะ' เป็น 'ขุมทรัพย์'

ผ่าโมเดล GIC ชำแหละ 'ซากรถยนต์' เคมีเปลี่ยน 'ขยะ' เป็น 'ขุมทรัพย์'

วงการเคมีภัณฑ์โลกถึงจุดเปลี่ยน เมื่อยักษ์ใหญ่รวมตัวในนาม Global Impact Coalition (GIC) เลิกคุยแต่หลักการแล้วลงมือ "ชำแหละรถ" จริงๆ เพื่อหาทางสกัดพลาสติกคุณภาพสูงกลับมาใช้ใหม่ หลังพบรถ 1 คันพลาสติกเพียบแต่ทิ้งสูญเปล่ากว่า 80% ขณะที่อุตสาหกรรมไทยเริ่มขยับรับเทรนด์ BCG หวังแจ้งเกิดในฐานะ Hub รีไซเคิลอาเซียน

เมื่อยักษ์ใหญ่เคมีภัณฑ์ ขยับตัวหนีตาย

รู้ไหมว่าอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์คือกระดูกสันหลังของโลกเราจริงๆ ทั้งการผลิตยารักษาโรค ชิ้นส่วนรถยนต์ ไปจนถึงวัสดุก่อสร้าง คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 5.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และเลี้ยงปากท้องคนทั่วโลกกว่า 120 ล้านคน

แต่ตอนนี้ "ขาใหญ่" กำลังลำบากครับ ทั้งค่าพลังงานที่พุ่งกระฉูด สงครามการค้าที่ทำให้การส่งออกสะดุด และกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่จ่อคอหอยอยู่ คาดว่าในปี พ.ศ. 2569-2570 การเติบโตจะเหลือแค่ 1.5-2% เท่านั้น แถมตัวอุตสาหกรรมเองยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 2.5% ของโลก โจทย์ใหญ่คือ "จะรวยต่อยังไงให้โลกไม่พัง?"

GIC จาก 'โต๊ะประชุม' สู่ 'โรงชำแหละ'

กลุ่ม Global Impact Coalition (GIC) ที่รวมบริษัทรายได้รวมกันกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เขาเลยเปลี่ยนแนวครับ เลิกพูดเรื่อง "Recycle" กว้างๆ แต่เจาะลึกไปที่ "ซากรถยนต์"

เชื่อไหมว่ารถ 1 คัน มีพลาสติกอยู่ 200-250 กิโลกรัม แต่เราดันเอามาใช้ใหม่ได้ไม่ถึง 20% ที่เหลือคือทิ้ง GIC เลยจับมือค่ายรถยนต์ (OEMs) กับโรงรีไซเคิลมา "รื้อรถ" กันให้ดูเลย 8 ตัน เพื่อหาคำตอบว่าทำไมเราถึงเอามันกลับมาใช้ไม่ได้ ซึ่งสรุปบทเรียนแสบๆ คันๆ ไว้ 3 ข้อ

  • อย่าพูดกว้าง: คุยเรื่อง "กู้โลก" ไม่มีใครขยับ ต้องคุยว่า "พลาสติกชิ้นไหนในรถที่ขายได้ราคาดีที่สุด" แล้วบริษัทจะรีบตกลงทันที
  • ข้อมูลต้องแลกกัน: บริษัทไม่ได้หวงข้อมูลหรอก แค่เขาอยากรู้ว่าแชร์ไปแล้วเขาจะได้อะไรกลับมา
  • กำแพงที่สูงที่สุดคือ "ความเคยชิน": เทคโนโลยีมีอยู่จริงครับ แต่การจะสั่งให้วิศวกรออกแบบรถให้ "ถอดง่าย" หรือให้ฝ่ายจัดซื้อเปลี่ยนสเปกวัสดุเนี่ยแหละ... ยากกว่าทำเครื่องจักรเยอะ

ตัดภาพมาที่ไทยโอกาสทองในกองขยะยานยนต์

ไทยเราคือ "ดีทรอยต์แห่งเอเชีย" เราไม่ได้แค่ผลิตรถเก่ง แต่เราต้อง "ทำลายและสร้างใหม่" ให้เก่งด้วย

เมื่อ BCG คือคำตอบ รัฐบาลไทยดันนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนเต็มสูบ ข้อมูลจาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่าไทยมีขยะพลาสติกเฉลี่ยปีละ 2 ล้านตัน แต่เราเอากลับมาใช้ได้แค่ 1 ใน 4 นี่คือ "เงิน" ที่หล่นหายไปในกองขยะชัดๆ

ยักษ์ไทยขยับแล้ว อย่างกลุ่ม PTT Global Chemical (GC) ที่เปิดโรงงาน ENVICCO ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลระดับ Food Grade ส่งออกไปทั่วโลก หรือการที่ค่ายรถญี่ปุ่นในไทยเริ่มวางแผนเรื่องการจัดการแบตเตอรี่และซากรถ (ELV) เพื่อรับมือกับมาตรการ CBAM ของยุโรปที่กำลังจะบังคับใช้ในอนาคตอันใกล้

โดยรวมแล้ว GIC บอกเราชัดเจนว่า ความร่วมมือข้ามสายงานไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่คือความอยู่รอด ใครที่สามารถเปลี่ยนขยะจากซากรถยนต์ให้กลายเป็นวัตถุดิบคุณภาพสูงส่งกลับโรงงานได้ คือคนที่จะกุมอำนาจต่อรองในโลกยุคคาร์บอนต่ำ

ที่มา :  Global Impact Coalition