วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘EV’ทั้งเมือง‘คมนาคม’ทรานส์ฟอร์ม ลุย‘ระบบขนส่งสาธารณะสีเขียว’

‘EV’ทั้งเมือง‘คมนาคม’ทรานส์ฟอร์ม    ลุย‘ระบบขนส่งสาธารณะสีเขียว’

สถานการณ์Energy Shock คือ แรงส่งสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านพลังงานสีเขียวหลายหน่วยงานจึงนำวิกฤติมาพลิกเป็นโอกาส การนำEV เข้ามามีบทบาทมากขึ้นภาคขนส่งก็เป็นอีกแรงรับจากแรงส่งจากวิกฤติพลังงาน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวปาฐกถาพิเศษและยุทธศาสตร์ใหม่ของกรมการขนส่งทางบกในงาน DLT Next 2026 “ให้ใจ ให้ทาง ให้ชีวิต ให้ความสุข"ว่า แผนงานสำคัญที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้ โดยเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านที่ประชาชนจะสัมผัสได้จริงผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1. การปฏิวัติสู่พลังงานสีเขียว เดินหน้าเปลี่ยนผ่านรถสาธารณะสู่ระบบ EV แบบครบวงจร ทั้งแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง และรถตุ๊กตุ๊ก โดยรัฐจะเข้าไปอุดหนุนและแก้ปัญหา ทั้งระบบ เช่น การเพิ่มสถานีชาร์จ ลดเบี้ยประกันภัย และแก้ปัญหาอะไหล่ขาดแคลน พร้อมประกาศข่าวดี “รถเมล์ร้อนจะหายไป” โดย ขสมก. จะนำรถเมล์ไฟฟ้า 1,520 คันมาให้บริการแทน รวมถึง บขส. ที่เตรียมศึกษาเปลี่ยนผ่านสู่รถ EV เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 มุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Net Zero)ในปี 2593 

2. ยกระดับความปลอดภัยเทียบเท่าการบิน โดยเตรียมปรับโครงสร้างตั้ง “ศูนย์ความปลอดภัยด้านคมนาคมขนส่ง” บูรณาการการสอบสวนอุบัติเหตุเชิงลึกทุกมิติ ทั้งทางถนน ราง น้ำ และอากาศ ด้านกรมการขนส่งทางบกจะคุมเข้มมาตรฐานวิศวกรรมยานยนต์และผู้ขับขี่ ที่สำคัญจะมีมาตราการผู้รับจ้างในโครงการก่อสร้าง ต้องมี “กองทุนเยียวยา หรือกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมจ่ายชดเชยประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยไม่ต้องรอ 

3. มาตราการตรึงค่าโดยสาร ลดค่าครองชีพ โดยเดินหน้าโครงการ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” อัดฉีดเม็ดเงินกว่า 2,060 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งทุกกลุ่ม ตั้งแต่วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ รถตู้ รถบัส ไปจนถึงรถบรรทุกโลจิสติกส์ เพื่อพยุงสภาพคล่องและ "ตรึงราคาค่าโดยสาร" ไม่ให้เป็นภาระประชาชน พร้อมเร่งผลักดัน พ.ร.บ. ตั๋วร่วม ให้รถสาธารณะเป็น Feeder เชื่อมต่อ “ล้อ - ราง - เรือ” เพื่อปรับลดภาระค่าเดินทางของผู้โดยสารลงอย่างเป็นรูปธรรม และนายพิพัฒน์ ย้ำว่า "ให้ทุกหน่วยงานคมนาคมบูรณาการการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานอื่นอย่างไร้รอยต่อ เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือความสุขของคนไทย”

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เข้ามอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ว่า ด้านการสนับสนุนพลังงานสะอาด และพลังงานทดแทน เร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นระบบ โดยศึกษาแนวทางการให้สิทธิประโยชน์เชิงรุก เช่น การยกเว้นภาษีรถประจำปีสำหรับรถ EV ใหม่สูงสุด 5 ปี การปรับลดภาษีเพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ให้บริการแท็กซี่ EV และการออกแบบแผ่นป้ายทะเบียนเฉพาะสำหรับรถ EV รวมถึงการพิจารณาครอบคลุมถึงรถยนต์ไฮบริด (HEV) เพื่อรักษาสมดุลของฐานการผลิตยานยนต์ในประเทศ
นอกจากนี้ ให้เร่งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขข้อจำกัดในการใช้รถ EV อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านเบี้ยประกันภัยที่มีราคาสูง และการซ่อมบำรุง ควบคู่กับการส่งเสริมให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP มาพัฒนาเป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้า ตลอดจนเน้นย้ำเรื่องการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของ ขบ. และสถานตรวจสภาพรถเอกชนให้มีความเชี่ยวชาญด้านระบบแบตเตอรี่ และการตรวจสภาพรถ EV เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดในทุกขั้นตอนการให้บริการ

ด้านนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ผ่าน 8 ผลงานเด่น เช่น การปรับเงินกองทุน กปถ. มาใช้อุดหนุนความปลอดภัยรถสาธารณะโดยตรง โครงการ “Taxi ดีพร้อม” ติด QR Code ตรวจสอบประวัติคนขับเรียลไทม์ ระบบต่อใบขับขี่ออนไลน์ผ่าน e-Learning และการจัดระเบียบความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียนและรถกระบะดัดแปลง นอกจากนี้ ได้เผยแผนงานสำคัญในระยะต่อไป ที่จะพลิกโฉม ขบ. สู่บริการดิจิทัลเต็มรูปแบบ ได้แก่ การดึงเทคโนโลยี AI และ CCTV คุมเข้มสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ทั่วประเทศ เพิ่มความโปร่งใสและแม่นยำ โครงการ DLT EV Roadmapเปลี่ยนผ่านรถสาธารณะและแท็กซี่เป็น EV ภายใน 5 ปีพร้อมปรับโครงสร้างภาษีรถ EV เพื่อสร้างแรงจูงใจ

การยกระดับความปลอดภัยรถโรงเรียนสู่มาตรฐานระดับสากล ระบบ GPS TWO-WAY แจ้งเตือนพฤติกรรมเสี่ยงและเส้นทางอันตรายแบบเรียลไทม์ และ เปิดตัว DLT One App ซูเปอร์แอปที่รวมทุกบริการของกรมการขนส่งทางบกไว้ในที่เดียว ทั้งต่อทะเบียน ต่อใบขับขี่ดิจิทัล และชำระภาษี จบครบในแอปเดียว