“Spogomi” กีฬาแข่งเก็บขยะกำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาขยะ และทำให้การจัดการขยะเป็นเรื่องที่น่าดึงดูดใจและเข้าถึงง่ายสำหรับคนทุกกลุ่มในสังคม โดยใช้โครงสร้างของการแข่งขันกีฬามาเป็นแรงจูงใจ
ชื่อของกีฬาชนิดนี้ เป็นการผสมผสานระหว่างคำภาษาอังกฤษว่า “Sport” (กีฬา) รวมกับคำภาษาญี่ปุ่นว่า “Gomi” (ขยะ) แสดงจุดประสงค์หลักของกิจกรรมที่ต้องการเปลี่ยนการเก็บขยะเป็นกีฬา โดยจุดเริ่มต้นของ Spogomi เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว นับตั้งแต่ เคนอิจิ มามิซึกะ นักวิ่งชาวญี่ปุ่นที่มักจะเก็บขยะตามท้องถนนในระหว่างการวิ่งจ็อกกิ้งยามเช้าในจังหวัดคาโกชิมะ
ในช่วงแรก ผู้คนต่างสงสัยในสิ่งที่เขาทำ แต่ต่อมามามิซึกะเริ่มพบว่ากิจกรรมนี้มีความสนุกสนาน เมื่อมองว่าขยะเหล่านั้นคือ “เป้าหมายที่ต้องพิชิต” และตระหนักว่าการเปลี่ยนให้การเก็บขยะเป็นกีฬา จะช่วยให้ผู้คนที่ไม่เคยสนใจประเด็นสิ่งแวดล้อมมาก่อนหันมามีส่วนร่วมได้มากขึ้น
มามิซึกะ ผู้ก่อตั้ง Spogomi คาดหวังว่า กีฬาขนิดนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าแข่งขันนำความกระตือรือร้นนี้กลับไปใช้ในชุมชนบ้านเกิดของตนเอง เขาเชื่อว่าปัญหาขยะเป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกคนควรมีบทบาทเป็นผู้เล่น และ Spogomi คือเครื่องมือที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมไม่ว่าจะอาศัยอยู่ที่ใดในโลก
กฎกติกาการแข่งขัน
Spogomi มีกฎกติกาการแข่งขันอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้ Spogomi แตกต่างจากการเก็บขยะทั่วไป โดยผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีมจะมีสมาชิก 3 คน ต้องเก็บขยะให้ได้มากที่สุดภายในระยะเวลาและในพื้นที่ที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น ห้ามบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคล
ทั้งนี้ขยะแต่ละชิ้นที่เก็บได้ก็จะมีคะแนนที่แตกต่างกันออกไป ขยะที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมหรือมีขนาดเล็กและเก็บยาก เช่น ก้นบุหรี่ จะถูกกำหนดให้มีค่าคะแนนที่สูงกว่าขยะประเภทอื่น แต่ห้ามเก็บขยะที่เป็นอันตราย เช่น เศษแก้วที่แตก หรือขยะที่มีขนาดใหญ่เกินไป เช่น รถเข็นเด็กหรือถังดับเพลิง ซึ่งหากฝ่าฝืนจะถูกลงโทษด้วยการตัดคะแนนหรือได้รับใบเหลืองและใบแดง
ที่สำคัญผู้แข่งขันจะต้อง “ห้ามวิ่ง” และจะต้องเคลื่อนที่ด้วยการเดินเร็วเท่านั้น กฎนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและปลอดภัย คนทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าร่วมแข่งขันและมีโอกาสชนะได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงสมรรถภาพทางกายมากนัก
นอกจากนี้ สมาชิกในทีมจะต้องรักษาระยะห่างจากกันไม่เกิน 10 เมตร โดยกติกานี้เป็นการส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและเพื่อให้กรรมการสามารถดูแลการแข่งขันได้อย่างทั่วถึง รวมถึงป้องกันไม่ให้สมาชิกในทีมแยกตัวออกไปเก็บขยะเพียงลำพัง
การแข่งขันจะใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที แต่ละทีมจะมีเวลาอีกประมาณ 20 นาทีในการคัดแยกขยะลงในถังหรือถุงให้ถูกต้องตามประเภท ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมากเพราะหากแยกขยะผิดก็จะถูกหักคะแนน ส่งผลต่ออันดับในการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบัน Spogomi อยู่ภายใต้การดูแลของ “มูลนิธินิปปอน สโปโกมิ เฟเดอเรชั่น” (Nippon Foundation SPOGOMI Federation) ซึ่งทำหน้าที่จัดระเบียบและควบคุมมาตรฐานการแข่งขันทั่วโลก จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในญี่ปุ่น กีฬานี้ได้ขยายตัวไปสู่ระดับสากลอย่างรวดเร็ว โดยมีการจัดงาน “Spogomi World Cup” ครั้งแรกในปี 2023 ที่กรุงโตเกียว มีทีมจาก 21 ประเทศเข้าร่วม
Spogomi เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในการแข่งขันเวิลด์คัพ ปี 2025 มีประเทศที่ผ่านการคัดเลือกเพิ่มขึ้นเป็น 34 ประเทศ ซึ่งประเทศไทยก็ได้ส่งตัวแทนเข้าแข่งขันด้วยเช่นกัน ในทีม “นักวิ่งสวยรักษ์โลก ESG” ประกอบด้วยธนิดา นิกรมาลากุล, แภทริเซีย ดวงฉ่ำ และ วินัย ปึงพิพัฒน์ตระกูล เป็นผู้ชนะจากการแข่งขันรอบคัดเลือกประเทศไทย SPOGOMI WORLD CUP 2025 THAILAND Qualifiers โดยสามารถคว้าอันดับที่ 5 มาครองได้สำเร็จ
ตั้งแต่ปี 2008 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม Spogomi รวมแล้วกว่า 190,000 คนทั่วโลก และสามารถจัดเก็บขยะได้มากกว่า 193,000 กิโลกรัม
ในประเทศอย่างออสเตรเลีย กีฬานี้ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดยเจสัน พาร์ทิงตัน ผู้ก่อตั้ง Spogomi ในออสเตรเลีย ให้ความเห็นว่ากีฬาชนิดนี้กำลังเติบโตและจะขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ เขามองว่าการที่ 80% ของขยะในมหาสมุทรมาจากบนบก ดังนั้นการจัดกิจกรรมที่เปลี่ยนพฤติกรรมคนจากการเดินผ่านขยะเป็น “ก้มลงเก็บ” จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
วิกฤติขยะโลก
ข้อมูลจากธนาคารโลกระบุว่า การผลิตขยะทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ในปี 2022 มีปริมาณขยะมูลฝอยในเขตเมืองถึง 2,600 ล้านตัน และหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ ปริมาณขยะจะพุ่งสูงถึง 3,860 ล้านตันภายในปี 2050
นอกจากประเด็นเรื่องปริมาณแล้ว การจัดการขยะยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาคส่วนขยะสร้างก๊าซเรือนกระจกประมาณ 1,280 ล้านตันเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ในปี 2022 และจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,840 ล้านตันในปี 2050 หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการจัดการขยะอย่างมีนัยสำคัญ
ในแต่ละปี มีพลาสติกประมาณ 8 ล้านตันไหลลงสู่มหาสมุทร พลาสติกเป็นวัสดุที่ย่อยสลายยาก โดยขวดพลาสติกเพียงใบเดียวอาจใช้เวลาถึง 450 ปีในการสลายตัว หากไม่มีการแก้ไข คาดว่าภายในปี 2050 น้ำหนักของพลาสติกในทะเลอาจจะมากกว่าน้ำหนักของปลาทั้งหมด
ซาร่าห์ แพร์รี่ สมาชิกทีมแชมป์โลกปี 2023 จากสหราชอาณาจักร กล่าวว่า Spogomi สามารถเข้าถึงกลุ่มประชากรที่ปรกติไม่เคยเก็บขยะหรือไม่เคยสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมาก่อน เธอระบุว่าการจูงใจด้วยการแข่งขันทำให้คนหันมาเริ่มลงมือทำ และตัวเธอเองก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมผ่านกีฬาชนิดนี้ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่ง
อย่างไรก็ตาม ศ.มาริแอนน์ คราสนี จาก Civic Ecology Lab มหาวิทยาลัยคอร์เนล ได้ตั้งข้อสังเกตว่าแม้การเก็บขยะจะเป็นกิจกรรมที่ดีในการทำความสะอาดพื้นที่ แต่ก็ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ หากจะต้องการสร้างผลกระทบที่ยืนยาว ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน Spogomi จะต้องนำประสบการณ์ที่ได้ไปรณรงค์ต่อ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
มามิซึกะต้องการทำให้ Spogomi พัฒนาไปสู่กีฬาที่เป็นสากลและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางเทียบเท่ากับฟุตบอลหรือเทนนิส เขาต้องการเห็นกีฬาชนิดนี้เป็นเวทีที่ผู้คนทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อแข่งขันอย่างเข้มข้น ขณะเดียวกันก็สร้างมิตรภาพและความร่วมมือข้ามพรมแดนเพื่ออนาคตที่ดีกว่า
Spogomi ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันเก็บขยะ แต่เป็นขบวนการระดับโลกที่พยายามเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ให้หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมผ่านจิตวิญญาณแห่งการกีฬา ด้วยการผสมผสานระหว่างความสนุกสนาน การทำงานเป็นทีม และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม กีฬาชนิดนี้จึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่สร้างสรรค์ที่สุดในการรับมือกับวิกฤตขยะในปัจจุบัน
ที่มา: Green Network, Happy Eco News, National Geographic, The Guardian


