วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน 2569

Login
Login

'ความยั่งยืน' ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอดเดียวของเศรษฐกิจไทยในเวทีโลก

'ความยั่งยืน' ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอดเดียวของเศรษฐกิจไทยในเวทีโลก

เมื่อโลกไม่ได้แค่ "เสี่ยง" แต่กำลังล่มสลาย ซึ่งคาร์บอนพุ่งสูงสุดในรอบ 2 ล้านปี มหาสมุทรเดือดจัดจนระดับน้ำทะเลพุ่งสูง พร้อมคำเตือนถึงภาคธุรกิจไทย หากไม่ปรับกลยุทธ์จาก CSR สู่ Core Business วันนี้ เตรียมรับมือวิกฤติเศรษฐกิจมูลค่า 44 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐที่อาจพังครืนได้ทุกเมื่อ

เจาะลึกวิกฤติ เมื่อสถิติโลกถูกทำลายอย่างน่าสะพรึง

ปรีญาพร สุวรรณเกษ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวในงานสัมมนา “Triple Planetary Crisis”  เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสสร้างแนวทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน ว่า ข้อมูลจากรายงาน State of the Global Climate 2025 ระบุชัดเจนว่า ปี 2567 เป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยอุณหภูมิเฉลี่ยโลกพุ่งเกินเกณฑ์ 1.5 องศาไปเรียบร้อยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศยังพุ่งสูงที่สุดในรอบ 2 ล้านปี ขณะที่ไนตรัสออกไซด์พุ่งสูงสุดในรอบ 800,000 ปี มหาสมุทรที่เคยเป็นเกราะกำบังกำลังอ่อนแอลงจากการดูดซับความร้อนส่วนเกินถึง 91% ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นแล้วกว่า 11 เซนติเมตร นับตั้งแต่ปี 2516 

ความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้

1 ล้านชนิดพันธุ์จ่อสูญพันธุ์ วิกฤตินี้ไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่เชื่อมโยงกันเป็นโดมิโน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ระบบนิเวศเสื่อมโทรม นำไปสู่การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอย่างรวดเร็ว รายงานจาก IPBES เผยว่ามีสิ่งมีชีวิตกว่า 1 ล้านชนิดทั่วโลก กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลกระทบย้อนกลับมาทำให้ธรรมชาติไม่สามารถดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้เหมือนเดิม และมีมลพิษทางอากาศเป็นตัวซ้ำเติมที่คร่าชีวิตผู้คนก่อนวัยอันควรถึงปีละ 7 ล้านคนทั่วโลก

 

เศรษฐกิจที่พึ่งพิงธรรมชาติ

เดิมพัน 44 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ รองปลัดปรีญาพรเน้นย้ำว่า "ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมคือความเสี่ยงทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง" โดยข้อมูลจาก World Economic Forum ระบุว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 44 ล้านล้านดอลลาร์ (หรือเกินครึ่งหนึ่งของ GDP โลก) มีความพึ่งพิงกับธรรมชาติในระดับสูงถึงปานกลาง

  • ความมั่นคงทางอาหาร: พืชอาหารโลกกว่า 75% ต้องพึ่งพาการผสมเกสรจากธรรมชาติ
  • บทเรียนจากภัยพิบัติ: ไฟป่าในแคลิฟอร์เนียสร้างความเสียหายกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อุทกภัยในเวียดนามทำลายเศรษฐกิจไปกว่า 1,900 ล้านดอลลาร์
  • ผลกระทบรายอุตสาหกรรม: ภาคเกษตรเผชิญความแปรปรวนของอากาศ ภาคพลังงานต้องเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องรับมือความเสี่ยงจากน้ำท่วมและความร้อน


 

ยุทธศาสตร์ 'Nature Positive' จุดเปลี่ยนธุรกิจไทย

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กำลังเร่งผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero และแนวทาง Nature Positive ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูและใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยมีเครื่องมือสนับสนุนภาคเอกชน ดังนี้

  1. กลไกตลาด: พัฒนาตลาดคาร์บอน (Carbon Market) และศึกษาการใช้ Biodiversity Credit
  2. มาตรฐานสากล: ผลักดันการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนเพื่อให้ธุรกิจไทยแข่งขันได้ในระดับโลก
  3. การลงทุนสีเขียว: สนับสนุน Nature-based Solutions ในด้านพลังงานหมุนเวียนและเศรษฐกิจหมุนเวียน

คำขาดถึงเอกชน ความยั่งยืนไม่ใช่แค่ CSR แต่คือ Core Business ในตอนท้าย นางสาวปรีญาพรได้ส่งสาส์นสำคัญถึงภาคธุรกิจว่า ภาคเอกชนไม่ได้เป็นเพียงผู้ได้รับผลกระทบ แต่ยังเป็นทั้ง "ผู้สร้าง" และ "ผู้กำหนด" ทิศทางของโลก การตัดสินใจลงทุนในวันนี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้หรือไม่ "ความยั่งยืนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการทำดีหรือ CSR แต่ต้องถูกบูรณาการเข้าเป็นกลยุทธ์หลัก (Core Business Strategy) ขององค์กร" เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

"Triple Planetary Crisis ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่มันคือเรื่องของขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เราต้องร่วมมือกันเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นรูปธรรมก่อนที่จะสายเกินไป" ปรีญาพร สรุป

'ความยั่งยืน' ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอดเดียวของเศรษฐกิจไทยในเวทีโลก