จากการที่ทั่วโลกกำลังมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ประเทศไทยได้โชว์ศักยภาพงานวิจัยที่จับต้องได้จริงกับ "H-FAME" (Hydrogenated Fatty Acid Methyl Ester) หรือ Premium Biodiesel ซึ่งเป็นผลงานการพัฒนาของทีมวิจัยไทยเพื่อลบจุดอ่อนของไบโอดีเซลแบบเดิม และก้าวข้ามข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้าในภาคการขนส่งหนัก
เจาะลึกนวัตกรรม ทำไมต้อง H-FAME?
ดร.ศุภฤกษ์ เห็นประเสริฐแท้ นักวิจัยจากทีมวิจัยเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาดและเคมีขั้นสูง ENTEC สวทช. กล่าวในงานแถลงข่าว NSTDA x Press Interviews เรื่อง “H-FAME เชื้อเพลิงชีวภาพคาร์บอนต่ำ ทางเลือกภาคขนส่งสู่ Net Zero ในวิกฤติพลังงานโลก” ว่า ปัญหาหลักของไบโอดีเซลทั่วไป (FAME) คือความไม่คงตัว ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนได้ง่าย ส่งผลให้เชื้อเพลิงเสื่อมสภาพและอาจกัดกร่อนเครื่องยนต์, ทีมวิจัยจึงใช้กระบวนการ Partial Hydrogenation หรือการเติมไฮโดรเจนเข้าไปในโมเลกุล เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างน้ำมันให้มีความเสถียรสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่า
"H-FAME เป็นเชื้อเพลิงที่เรียกว่า Drop-in Fuel หมายความว่าคุณสามารถนำไปเติมในเครื่องยนต์ดีเซลที่มีอยู่ได้ทันที โดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์แม้แต่นิดเดียว" ดร.ศุภฤกษ์ กล่าวเสริมถึงจุดเด่นที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดทำได้รวดเร็วขึ้น
ประสิทธิภาพเหนือชั้น ลดฝุ่น-ไร้กลิ่น-วิ่งฉิว
จากการทดสอบภาคสนามด้วยรถกระบะยูโร 4 วิ่งจริงเป็นระยะทางกว่า 10,000 กิโลเมตร พบว่าผู้ขับขี่มีความรู้สึกไม่ต่างจากการใช้น้ำมันดีเซลปกติ แต่สิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดคือ ควันดำลดลงอย่างมากและไม่มีกลิ่นเหม็น ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า H-FAME สามารถ ลดการปล่อยฝุ่น PM ได้สูงถึง 86% และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 50% ต่อลิตรเมื่อเทียบกับดีเซลจากปิโตรเลียม
นอกจากรถบรรทุกแล้ว H-FAME สามารถใช้กับเครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยไม่จำเป็นต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นเชื้อเพลิงแบบ "Drop-in Fuel" ที่ใช้งานกับเครื่องยนต์ดีเซลเดิมได้ทันที โดยมีรายละเอียดการใช้งานจริงดังนี้
- เครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรม: มีการนำ H-FAME ไปทดสอบใช้งานจริงกับรถโฟล์คลิฟท์ (Forklift) ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งผลการใช้งานเป็นที่น่าพอใจและช่วยลดมลพิษในพื้นที่ทำงานได้
- เครื่องจักรงานก่อสร้าง: มีการส่งมอบ H-FAME ให้บริษัทเอกชนนำไปใช้ในรถดันดิน และรถอัดดิน ซึ่งเป็นเครื่องจักรหนักที่ต้องใช้กำลังสูง เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพในสภาวะงานหนัก
- ความครอบคลุมของเครื่องยนต์: ทีมวิจัยยืนยันว่าได้มีการทดสอบภาคสนามร่วมกับภาคเอกชนในหลากหลายอุตสาหกรรม และสามารถรองรับการใช้งานในสัดส่วนที่สูงจนถึง B100 (H-FAME 100%) ได้โดยเครื่องยนต์ยังทำงานได้ปกติ
สำหรับเครื่องจักรกลเกษตร แม้ในแหล่งข้อมูลจะไม่ได้ระบุชื่อเครื่องจักรเกษตรรายประเภทไว้อย่างชัดเจน แต่ด้วยคุณสมบัติที่เป็นน้ำมันดีเซลพรีเมียมที่ใช้แทนดีเซลปกติได้ทันทีในเครื่องยนต์ดีเซลทุกชนิด จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะนำไปใช้กับรถไถหรือเครื่องจักรเกษตรที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องการลดปัญหาควันดำและกลิ่นเหม็นจากการเผาไหม้
เสียงสะท้อนจากผู้ใช้จริง คำตอบของภาคธุรกิจ
ในมุมมองของผู้ประกอบการ สยามณัฐ พนัสสรรณ์ CEO บริษัท ซัน-อัพ รีไซคลิง จำกัด ซึ่งนำ H-FAME มาใช้งานจริงในรถบรรทุกขนส่งวัตถุอันตรายมานานกว่า 1 ปี ระบุว่า H-FAME คือจิ๊กซอว์ที่ลงตัวที่สุดสำหรับธุรกิจขนส่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้ในปัจจุบัน เนื่องจากข้อจำกัดด้านความปลอดภัยของการมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในรถขนส่งสารเคมีไวไฟ และงบประมาณการลงทุนสถานีชาร์จที่สูง
"เราใช้ H-FAME โดยไม่ต้องลงทุนเครื่องชาร์จหรือดัดแปลงรถเลย แม้ช่วงแรกราคาอาจสูงกว่าน้ำมันทั่วไปเล็กน้อย แต่คุ้มค่ามากในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) และช่วยลดคาร์บอนใน Scope 3 ให้กับลูกค้าระดับโลกของเราอย่าง Apple หรือ Foxconn ทำให้ห่วงโซ่อุปทานยั่งยืนไปพร้อมกัน" สยามณัฐ กล่าว
นอกจากนี้ ในช่วงวิกฤติการณ์สงครามที่น้ำมันขาดแคลน การใช้ H-FAME ที่ผลิตจากวัตถุดิบในประเทศยังช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับบริษัทได้อีกด้วย
ก้าวต่อไปสู่ระดับอุตสาหกรรม
ปัจจุบันโครงการนี้สามารถผลิตได้ในระดับโรงงานต้นแบบ (Pilot Scale) ประมาณ 500 ลิตรต่อวัน และกำลังอยู่ระหว่างการหารือกับผู้ผลิตไบโอดีเซลเพื่อขยายกำลังการผลิตสู่โรงงานสาธิตขนาด 10,000–30,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรมผ่านนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงในโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่


