ในวันที่กระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าโลกยานยนต์ แต่คำถามสำคัญที่ยังค้างคาใจคือ "ภาคการขนส่งเชิงพาณิชย์" โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ต้องแบกน้ำหนักมหาศาลและวิ่งระยะไกล จะก้าวข้ามข้อจำกัดด้านแบตเตอรี่และโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างไร? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ทั้งหมด แต่อยู่ที่การ "อัปเกรด" เชื้อเพลิงในถังให้สะอาดและทรงพลังกว่าเดิมด้วยเทคโนโลยีที่ชื่อว่า H-FAME
H-FAME คืออะไร? ทำไมถึงเป็น "ซูเปอร์ไบโอดีเซล"
H-FAME (High-quality Fatty Acid Methyl Ester) คือไบโอดีเซลคุณภาพสูงระดับพรีเมียมที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทลายทุกข้อจำกัดของไบโอดีเซลทั่วไป โดยความพิเศษของมันอยู่ที่การมี เสถียรภาพต่อการเกิดออกซิเดชั่น (Oxidation Stability) ที่ดีเยี่ยม ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพแม้จะถูกกักเก็บไว้ในถังน้ำมันเป็นเวลานาน
ดร.พีรวัฒน์ สายสิริรัตน์ หัวหน้าทีมวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC สวทช. กล่าวในงานแถลงข่าว NSTDA x Press Interviews เรื่อง “H-FAME เชื้อเพลิงชีวภาพคาร์บอนต่ำ ทางเลือกภาคขนส่งสู่ Net Zero ในวิกฤติพลังงานโลก” ว่าจุดอ่อนที่สำคัญของไบโอดีเซลแบบเดิมคือมักเกิดตะกอนอุดตันในระบบเชื้อเพลิงและหัวฉีดเมื่อใช้ไปนานๆ แต่ H-FAME ถูกออกแบบมาให้รักษาค่ากรดให้คงที่ตามมาตรฐาน ลดการเกิดตะกอน และช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญที่สุดคือมันเป็นเชื้อเพลิงประเภท Drop-in Fuel ที่สามารถเติมและใช้งานกับเครื่องยนต์ดีเซลเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์แม้แต่จุดเดียว
สะพานเชื่อมระหว่าง "สันดาป" สู่ "Net Zero"
แม้โลกจะพยายามเปลี่ยนไปใช้ EV แต่สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ แบตเตอรี่กลับกลายเป็นอุปสรรคทั้งในด้านน้ำหนักและระยะเวลาการชาร์จ H-FAME จึงก้าวเข้ามาเป็น "ตัวละครสำคัญ" ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ เพราะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทันทีในวงกว้าง โดยเฉพาะในภาคโลจิสติกส์ที่ยังต้องพึ่งพาเครื่องยนต์สันดาปเป็นหลัก
"นี่คือคำตอบที่ใช้งานได้จริงในปัจจุบัน" ดร.พีรวัฒน์ ยืนยัน พร้อมชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้ไม่ได้เพิ่งเริ่ม แต่เป็นการบ่มเพาะวิจัยร่วมกับพันธมิตรจากญี่ปุ่นมายาวนานเกือบ 20 ปี ตั้งแต่ปี 2552 เพื่อเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลให้สูงขึ้นกว่าระดับ B20 ในปัจจุบัน โดยที่ผู้ใช้งานยังคงมั่นใจในสมรรถนะของเครื่องยนต์
ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจกผ่านกลไกสำคัญหลายด้าน
- ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality): เนื่องจาก H-FAME ผลิตจากพืชผลทางการเกษตรอย่างน้ำมันปาล์ม ก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมาจากการเผาไหม้จึงถือว่าถูกดูดซับกลับไปโดยต้นปาล์มตั้งแต่ในขั้นตอนการเพาะปลูกแล้ว ทำให้วงจรของคาร์บอนมีความสมดุลมากกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิล
- การเพิ่มสัดส่วนการผสมที่สูงขึ้น: H-FAME ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ข้อจำกัดของไบโอดีเซลทั่วไป โดยเฉพาะด้านเสถียรภาพต่อการเกิดออกซิเดชั่น (Oxidation Stability) ทำให้มันไม่เสื่อมสภาพง่ายแม้กักเก็บไว้นาน คุณสมบัตินี้ช่วยให้สามารถผสม H-FAME ในสัดส่วนที่สูงกว่าไบโอดีเซลปกติ (ก้าวข้ามกำแพง B20) เพื่อนำไปทดแทนการใช้น้ำมันดีเซลจากฟอสซิลได้มากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดปริมาณคาร์บอน
- เป็นเชื้อเพลิงแบบ "Drop-in" ที่ใช้งานได้ทันที: จุดเด่นที่สุดคือสามารถนำไปใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ สิ่งนี้ช่วยให้ภาคขนส่งเชิงพาณิชย์ เช่น รถบรรทุกในระบบโลจิสติกส์ สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ทันทีในวงกว้าง โดยไม่ต้องรอการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อย่างรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งยังมีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักแบตเตอรี่และต้นทุนสำหรับรถขนาดใหญ่
- กลไกสู่ Net Zero 2050: H-FAME ถูกวางตัวเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในช่วงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อช่วยให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่ยังต้องพึ่งพาเครื่องยนต์สันดาป
อัปเกรดเศรษฐกิจฐานราก ลดเสี่ยงพลังงานโลกผันผวน
ในมิติของเศรษฐกิจ H-FAME คือการนำ "ปาล์มน้ำมัน" ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของไทยมาเพิ่มมูลค่า การส่งเสริมให้ใช้ H-FAME ในสัดส่วนที่สูงขึ้น ไม่เพียงแต่ช่วยกระจายรายได้สู่เกษตรกรโดยตรง แต่ยังเป็นเกราะป้องกันความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
ยิ่งเราใช้พลังงานที่ผลิตได้เองในประเทศมากเท่าไร ก็ยิ่งลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและสร้างเสถียรภาพทางพลังงานให้แข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้ยังตอบโจทย์มาตรฐานการค้าระดับโลกอย่าง CBAM หรือ ESG ที่เข้มงวดเรื่องคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของสินค้า ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมไทยแข่งขันได้ในเวทีสากล
พร้อมเปิดรับพาร์ทเนอร์ อัปเกรดโรงงานสู่มาตรฐานพรีเมียม
เทคโนโลยีการผลิต H-FAME ในปัจจุบันถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูง โดย ดร.พีรวัฒน์ เปรียบเปรยว่าคล้ายกับการผลิตแบบต่อเนื่องเหมือนการทำ "ข้าวเกรียบปากหม้อ" ซึ่งขณะนี้ ENTEC สวทช. กำลังเปิดประตูรับพันธมิตร ทั้งฝั่งผู้ผลิตน้ำมันและผู้ประกอบการขนส่ง เพื่อร่วมทดสอบการใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรม
"บทบาทของเราคือการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเป็นเครื่องมือให้ประเทศเดินไปสู่พลังงานสะอาดได้จริง"
ผู้ประกอบการที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทยสู่ความยั่งยืน สามารถติดต่อเข้าร่วมทดสอบเทคโนโลยี H-FAME ได้ที่ ENTEC สวทช. เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ Net Zero ไปด้วยกัน





