วันพุธ ที่ 22 เมษายน 2569

Login
Login

BCC ผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป สู่ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานไฟฟ้า

BCC ผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป สู่ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานไฟฟ้า

บางกอกเคเบิ้ลผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อปแสนล้าน สู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานไฟฟ้าเต็มตัว

“บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด” หรือ BCC ผู้นำด้านการผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิลของไทยเข้าซื้อกิจการของ บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานสะอาดชั้นนำเข้าเป็นบริษัทในเครือ การขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการปรับเปลี่ยนทิศทางธุรกิจจากผู้ผลิตสายไฟ สู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานไฟฟ้า (Energy Solution Provider) อย่างเต็มตัว เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระดับโลก

ดีลนี้เกิดขึ้น จากการเล็งเห็นโอกาสในช่วงวิกฤติพลังงานที่ราคาแก๊สและค่าไฟฟ้ามีความผันผวนสูง โดยเฉพาะจากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้คนไทยมองหาพลังงานทางเลือก โดยทาง BCC และ ION Energy ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทในรูปแบบสตาร์ทอัพมาตั้งแต่ปี 2021 เพื่อให้มีความคล่องตัวและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เหมาะกับธุรกิจพลังงานยุคใหม่

พงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด ของ BCC และผู้ร่วมก่อตั้ง ION Energy กล่าวว่า “3-5 ปีก่อน ตลาดธุรกิจโซลาร์ ยังถือเป็นตลาดธุรกิจเฉพาะกลุ่มที่ผู้คนยังไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก แต่ในปีนี้ แนวโน้มพลังงานโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างชัดเจน”

สถานการณ์ตลาดโซลาร์เซลล์ในปัจจุบัน กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นมาตรฐานใหม่ โดยเปลี่ยนจากทางเลือกมาเป็นความจำเป็น ปัจจัยหลักมาจากความกดดันทางเศรษฐกิจที่คาดการณ์ว่าค่าไฟฟ้าในไทยอาจพุ่งสูงถึง 4.9 บาทต่อหน่วยภายในสิ้นปี 2569 ประกอบกับมาตรการทางการค้าโลกอย่าง EU CBAM ที่บีบให้ผู้ผลิตต้องลดการปล่อยคาร์บอน

BCC ผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป สู่ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานไฟฟ้า

ในด้านโอกาสทางธุรกิจ ประเทศไทยมีครัวเรือนที่มีศักยภาพในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสูงถึง 1.3 ล้านหลัง ซึ่งหากคิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมจะสูงถึงหลักแสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการติดตั้งสะสมไปเพียงประมาณ 70,000 ครัวเรือน หรือคิดเป็นเพียง 5% ของตลาดศักยภาพทั้งหมด ทำให้ยังเหลือโอกาสเติบโตอีกถึง 95% ที่รอการขยายตัว

มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ตลาดนี้เติบโต โดยเฉพาะนโยบายลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุด 200,000 บาท สำหรับผู้ติดตั้งโซลาร์ นอกจากนี้ยังมีการผ่อนปรนกฎระเบียบ เช่น การยกเลิกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) สำหรับการติดตั้งโซลาร์ทุกขนาด ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในขั้นตอนการดำเนินงานลงได้อย่างมาก

ขณะที่ พีรกานต์ มานะกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ION Energy กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ตั้งใจไม่ให้โซลาร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับภาคครัวเรือนอีกต่อไป ดังนั้นการเข้ามาอยู่ในเครือบางกอกเคเบิ้ลจะช่วยลดต้นทุนได้

“การที่เราเข้ามาเป็นบริษัทในเครือบางกอกเคเบิ้ล จะช่วยให้เรามีต้นทุนในการแข่งขันที่ดียิ่งขึ้น เพราะสายไฟฟ้าถือเป็นต้นทุนอันดับ 3 ของธุรกิจโซลาร์ รองจากตัวแผงโซลาร์และอินเวอร์เตอร์ ขณะเดียวกัน การได้เป็นส่วนหนึ่งของบางกอกเคเบิ้ล ช่วยให้เราขยายตลาดโซลาร์ในภูมิภาค มีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และมีขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีของเราให้โดดเด่นเหนือภาพรวมตลาด” พีรกานต์ กล่าว

BCC ผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป สู่ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานไฟฟ้า

พีรกานต์เสริมถึงความมั่นใจในเชิงวิศวกรรมว่า “สายไฟคือหัวใจสำคัญและเป็นส่วนที่อาจเกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรได้หากคุณภาพไม่ดีพอ การมีบางกอกเคเบิ้ลเป็นผู้ผลิตเองทำให้เรามีความน่าเชื่อถือที่สุดในตลาด” ความเชื่อมั่นนี้เป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากระบบโซลาร์ต้องมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 30 ปี ลูกค้าจึงต้องการพันธมิตรที่มั่นคงและไม่ทอดทิ้งการบริการหลังการขาย

ในแง่ของโมเดลธุรกิจ ION Energy นำเสนอโซลูชันครบวงจร ทั้ง Solar EPC สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนเอง และ Solar PPA ที่บริษัทเป็นผู้ลงทุนติดตั้งให้ฟรีแล้วขายไฟในราคาลดพิเศษ นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการยอมรับจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เช่น แสนสิริ ศุภาลัย เอสซี แอสเสท และเอพี ซึ่งมีการติดตั้งไปแล้วมากกว่า 6,500 หลังทั่วประเทศ

ด้านนวัตกรรม ION Energy ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม “Solar Tech” เทคโนโลยีอัจฉริยะ รองรับทั้ง iOS และ Android เพื่อให้ผู้ใช้ติดตามการผลิตไฟฟ้าและการประหยัดค่าไฟได้แบบเรียลไทม์ แพลตฟอร์มนี้ยังมีความโดดเด่นที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IOT อื่น ๆ เช่น ระบบ SmartThings ของ Samsung เพื่อช่วยบริหารจัดการการใช้พลังงานภายในบ้านให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ เทคโนโลยีใหม่ที่น่าจับตาคือ “โดรนล้างแผงโซลาร์” (Solar Panel Cleaning Drone) ที่ ION Energy เตรียมเปิดตัวเพื่อยกระดับการบำรุงรักษาให้รวดเร็วและคุ้มค่ามากขึ้น นวัตกรรมนี้แสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่ได้หยุดเพียงแค่การขายอุปกรณ์ แต่กำลังสร้างระบบนิเวศการบริการ ที่ยั่งยืนตลอดอายุการใช้งานของแผงโซลาร์

พงศภัคระบุว่า การลงทุนครั้งนี้เป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากผู้ซื้อไฟฟ้ามาเป็นผู้ผลิตและใช้ไฟฟ้าเอง โดยเฉพาะในยุคที่ความต้องการไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นจากการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และศูนย์ข้อมูล ดังนั้นการติดตั้งโซลาร์คือการปกป้องตนเองจากอัตราค่าไฟที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

จากการวิเคราะห์ทางการเงิน การติดตั้งโซลาร์ขนาด 10 กิโลวัตต์ ด้วยเงินลงทุนประมาณ 200,000 บาท สามารถลดค่าไฟได้ถึงเดือนละ 4,000-5,000 บาท หากรวมกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะทำให้ระยะเวลาคืนทุน (ROI) ลดลงเหลือเพียงประมาณ 3 ปีเศษเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นหลายประเภทในปัจจุบัน

เป้าหมายในระยะยาวของกลุ่มบางกอกเคเบิ้ลคือ การก้าวสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี 2045 บริษัทจึงมุ่งสร้างรายได้จากพลังงานสะอาดให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญภายใน 3-5 ปีข้างหน้า เพื่อให้เป็นกระแสรายได้ใหม่ที่ยั่งยืนเคียงคู่ไปกับธุรกิจสายไฟฟ้าที่เป็นรากฐานสำคัญ

การขยายตัวของ ION Energy ภายใต้ร่มเงาของ BCC ยังตั้งเป้าจะขยายกำลังการผลิตติดตั้งเป็น 220 MW ภายในปี 2028 และตั้งเป้าติดตั้งให้ครัวเรือนเพิ่มอีก 1,500 - 2,000 หลังภายในสิ้นปีหน้า โดยเน้นการสร้างศูนย์บริการในหัวเมืองใหญ่เพื่อเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างความมั่นใจในมาตรฐานงานวิศวกรรม

พีรกานต์ยืนยันว่า ความสำเร็จของบริษัทไม่ได้มาจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการปรับตัวให้เข้ากับกระบวนการทำงานของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างมืออาชีพ “เราทำงานประสานกับระบบไฟและระบบน้ำตั้งแต่เริ่มสร้างบ้าน เพื่อให้ได้คุณภาพงานติดตั้งที่ดีที่สุดเทียบเท่าบ้านราคาหลักสิบล้านหรือร้อยล้าน”

นอกจากตลาดในไทยแล้ว BCC ยังมองไกลไปถึงตลาดภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะการสนับสนุนโครงการ ASEAN Power Grid และการขยายธุรกิจ Energy Solution ไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีความต้องการพลังงานสะอาดสูง ดังนั้นการมี ION Energy เป็นแขนขาด้านโซลาร์จะช่วยให้ BCC กลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมพลังงานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างแข็งแกร่ง

พงศภัคทิ้งท้ายถึงวิสัยทัศน์ว่า “เราต้องการเป็นผู้ให้บริการครบวงจรที่ใช้นวัตกรรมมาขับเคลื่อนความยั่งยืน สายไฟเป็นเหมือนเส้นเลือดที่เชื่อมโยงพลังงาน แต่เราต้องทำให้ทั้งระบบทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบนิเวศ การเชื่อมต่อระหว่างโซลาร์เซลล์, แบตเตอรี่, และที่ชาร์จรถอีวี จึงเป็นหัวใจสำคัญที่บริษัทกำลังเร่งดำเนินการ”

ในอนาคตอันใกล้ หากนโยบายการซื้อขายไฟฟ้าเสรีระหว่างประชาชน (Net Billing) เกิดขึ้นจริง ตลาดโซลาร์รูฟท็อปในไทยจะเข้าสู่ยุคทองอย่างแท้จริง ซึ่งทาง ION Energy ได้เตรียมพร้อมแพลตฟอร์มที่รองรับการซื้อขายพลังงานและการคำนวณคาร์บอนเครดิตสำหรับครัวเรือนไว้เรียบร้อยแล้ว

ด้วยความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี ต้นทุน และความเชื่อมั่นที่สั่งสมมานาน การผนึกกำลังของ บางกอกเคเบิ้ล และ ION Energy จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้พลังงานแสงอาทิตย์กลายเป็นความจริงสำหรับทุกหลังคาเรือนไทย และเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศไปอย่างสิ้นเชิง

BCC ผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์รูฟท็อป สู่ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานไฟฟ้า