วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน 2569

Login
Login

การประชุมประจำปี UN ESCAP ครั้งที่82 ชี้ภูมิรัฐศาตร์ระอุปัจจัยท้าการพัฒนายั่งยืน

การประชุมประจำปี  UN ESCAP ครั้งที่82  ชี้ภูมิรัฐศาตร์ระอุปัจจัยท้าการพัฒนายั่งยืน

สหประชาชาติภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประชุมประจำปีครั้งที่ 82 ที่กรุงเทพ ยกตะวันออกกลางเดือด ปัจจัยท้าทายการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมชูประเด็นหลัก ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ประสานทุกช่วงวัยคงคุณค่าในตัวเอง ด้านอนุทิน ชู 3 เสาหลักมุ่งความยั่งยืนเป็นจริง ทั้งเจตนาทางการเงิน แหล่งเงินทุน และความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชน

การประชุมประจำปี สมัยที่ 82 (82nd Session of the Commission: CS82) ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific: ESCAP)เปิดฉากขึ้นที่กรุงเทพฯ โดยมีผู้นำระดับโลกและระดับภูมิภาคร่วมกันเรียกร้องให้มีการดำเนินการที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับการประชุมประจำปีของเอสแคปเป็นการประชุมหลักของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ภายใต้กรอบสหประชาชาติ สำหรับปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 24 เม.ย. 2569 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานเป็นประธาน ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นเวทีให้ประเทศสมาชิกร่วมหารือในประเด็นสถานการณ์ประชากรในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต รวมถึงประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น การส่งเสริมงานที่มีคุณค่า การมีงานทำอย่างทั่วถึงในทุกกลุ่มอายุ คุณภาพชีวิตที่ดี

 

วิกฤตตะวันออกกลางทุบกลุ่มเปราะบาง

นางอามินา เจ. โมฮาเหม็ด รองเลขาธิการสหประชาชาติ  กล่าวว่า เนื่องจากวิกฤตในตะวันออกกลางได้ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆ ทั่วเอเชียและแปซิฟิกในรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่ผลกระทบมักจะตกหนักที่สุดกับกลุ่มที่เปราะบางที่สุด 

“ดังนั้น การพัฒนาอย่างยั่งยืนยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการส่งเสริมความก้าวหน้าสำหรับทุกช่วงวัย และเสริมสร้างความยืดหยุ่นท่ามกลางความไม่แน่นอน”

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ภูมิภาคกำลังเผชิญกับแรงกดดันมากมาย รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ครั้งใหญ่ เช่น ประชากรสูงวัย ความท้าทายด้านการจ้างงานของเยาวชน และความเหลื่อมล้ำระหว่างช่วงวัยที่กว้างขึ้น

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร

ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนี้ มีประชากรกว่า 60%ของประชากรโลกทั้งหมด และกำลังเปลี่ยนผ่านจากครัวเรือนที่มีอัตราการเกิดสูงไปสู่การมีอายุยืนยาวขึ้นและครอบครัวขนาดเล็กลง

 นางอาร์มิดา ซัลเซียห์ อลิสจาห์บานา รองเลขาธิการสหประชาชาติและเลขาธิการบริหารของ ESCAP กล่าวว่าในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่ สำหรับวิกฤตครั้งนี้ได้เข้ามาย้ำถึงสิ่งสำคัญเกี่ยวกับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่มีความพึ่งพาซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้ง

“ความพึ่งพาซึ่งกันและกันนี้ก่อให้เกิดความเปราะบางร่วมกัน นอกจากนี้ยังสร้างความรับผิดชอบร่วมกันจึงขอเรียกร้องให้มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน วิสัยทัศน์ที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา” 

สำหรับหัวข้อของปีนี้คือการพัฒนาสังคมสำหรับทุกช่วงวัย ไม่ใช่เพียงแค่ความปรารถนาเชิงนโยบาย แต่เป็นลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ ซึ่งก่อให้เกิดคำถามสำคัญว่า เราจะสร้างสังคมที่ทุกช่วงวัยมีคุณค่าและทุกคนมีโอกาสที่จะเจริญเติบโตได้อย่างไร 

อนุทินรับห่วงการเร่งตัวของสังคมสูงวัย

      นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมและกล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการประชุม หัวข้อหลัก “Leaving no one behind: advancing a society for all ages in Asia and the Pacific”  ระบุถึงสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่มีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง และสภาวะทางการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในทุกช่วงวัย และทำให้การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น โดยในบริบทเช่นนี้ การพัฒนาจะต้องครอบคลุมทุกกลุ่มและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ด้วยเหตุนี้ หัวข้อหลักของการประชุมในปีนี้ว่าด้วย “การขับเคลื่อนสังคมสำหรับทุกช่วงวัย” จึงไม่ใช่เพียงเป้าหมายเชิงนโยบาย แต่เป็นวาระเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างแท้จริง

ในบริบทที่ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว และเยาวชนหลายล้านคนกำลังก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน นั้นจำเป็นต้องสร้างสังคมที่ให้คุณค่ากับทุกช่วงวัย และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การสนับสนุนผู้สูงวัยให้มีสุขภาพดีและมีส่วนร่วมในสังคม ตลอดจนทำให้คนทุกกลุ่มได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี รวมถึงสามารถเข้าถึงบริการพื้นฐานและระบบคุ้มครองทางสังคมได้อย่างเท่าเทียม

ชูหลักการพัฒนา 3 ข้อปั้นความยั่งยืนเป็นจริง

สำหรับแนวทางของประเทศไทยตั้งอยู่บนหลักการที่เรียบง่าย คือ “การพัฒนาต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง” โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต การส่งเสริมการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ การสนับสนุนงานที่มีคุณค่าในเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง และการเสริมสร้างระบบคุ้มครองทางสังคมที่ทั่วถึง โดยต่อยอดจากระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมั่นคง

นายอนุทิน กล่าวว่า ความก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนหลายประการยังไม่เป็นไปตามแผน จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น โดยเห็นว่ามี 3 ประเด็นหลักที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่1. เจตจำนงทางการเมือง ต้องปรับนโยบายให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว และปฏิบัติตามพันธกรณีที่ให้ไว้อย่างเป็นรูปธรรม2. การจัดหาแหล่งเงินทุน ต้องระดมทรัพยากรเพิ่มเติม รวมถึงการลงทุนจากภาคเอกชน และใช้เครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด3. ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน ต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยเวทีระดับภูมิภาคอย่างเอสแคป (ESCAP) สามารถสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีและขยายผลแนวทางแก้ไขให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

      ไทยมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าภาพเอสแคปมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 และให้ความสำคัญต่อบทบาทของเอสแคป ในฐานะเวทีสำหรับการหารือ สร้างความร่วมมือ และการดำเนินการเชิงปฏิบัติ โดยเฉพาะในโลกที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไทยมุ่งมั่นสนับสนุนเอสแคปให้เป็นเวทีที่เชื่อมโยงความร่วมมือระดับภูมิภาคกับการดำเนินงานในประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และแปลงเป้าหมายร่วมให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

การประชุมประจำปี  UN ESCAP ครั้งที่82  ชี้ภูมิรัฐศาตร์ระอุปัจจัยท้าการพัฒนายั่งยืน