ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจไทยที่ยังเผชิญความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางการศึกษาและรายได้ “ศูนย์ฝึกวิชาชีพการโรงแรมและงานบริการพิมาลี” (Pimali Hospitality Training Center) ถูกจับตามองในฐานะตัวอย่างของโมเดลการศึกษาที่เชื่อมโยง “โอกาสทางอาชีพ” เข้ากับ “ความยั่งยืน” ได้อย่างเป็นรูปธรรม หลังเพิ่งฉลองครบรอบ 10 ปีของการก่อตั้งเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
"สเตฟานี เดส์ อาร์ตส์-ลูป" ผู้ก่อตั้งศูนย์ฝึกวิชาชีพการโรงแรมและงานบริการพิมาลี ลูกครึ่งไทย-สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเติบโตในยุโรปและใช้ชีวิตที่นั่นก่อนย้ายมาประเทศไทย กล่าวกับ ‘กรุงเทพธุรกิจ’ ว่า จุดเริ่มต้นของโครงการเกิดจากการเดินทางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และได้เห็นข้อจำกัดของเยาวชนด้อยโอกาส ต้องเผชิญหลังจบการศึกษาภาคบังคับ โดยเฉพาะโอกาสในการเข้าถึงงานที่มีรายได้มั่นคงและมีเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน
จึงได้ร่วมกับ อเล็กซองด์ เดส์ อาร์ตส์ สามี ก่อตั้งศูนย์ฯ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนจากครอบครัวรายได้น้อยในภาคอีสานสามารถเข้าถึงการฝึกอาชีพด้านโรงแรมและงานบริการ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญของเศรษฐกิจไทย
ทุนการศึกษาไม่ต้องชำระคืน
รูปแบบของพิมาลี คือ นักเรียนทุกคนได้รับทุนการศึกษามูลค่า 180,000 บาท ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร โดยไม่ต้องชำระคืนในภายหลัง ถือเป็นการลดภาระทางการเงินและเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีข้อจำกัดสามารถเข้าถึงการศึกษาได้
การเรียนรู้จะเป็นการผสมผสานในห้องเรียนกับการฝึกปฏิบัติจริงผ่านการดำเนินธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารที่เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไป โมเดลนี้ไม่เพียงสร้างประสบการณ์จริงให้กับผู้เรียน แต่ยังช่วยสร้างรายได้เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนทางการเงินของโครงการ
“เราต้องการให้การศึกษาไม่ใช่เพียงการให้ความรู้ แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงการเรียนรู้กับโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนในระยะยาว”
90% มีงานทำทันที
“สเตฟานี” ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ศูนย์ฝึกพิมาลีได้เติบโตจากการเริ่มต้นเล็ก ๆ ในเดือนธันวาคม 2015 ที่มีผู้สอนเพียง 1 คน และนักเรียน 6 คน สู่ศูนย์ฝึกวิชาชีพที่มีผู้เชี่ยวชาญ 5 สาขา ได้แก่ ครัว บริการอาหารและเครื่องดื่ม งานแม่บ้าน งานต้อนรับ รวมถึงภาษาอังกฤษและทักษะชีวิต ตั้งแต่ปี 2016 มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการแล้ว 210 คน โดย 140 คนเป็นผู้หญิง และ 70 คนเป็นผู้ชาย
หนึ่งในตัวชี้วัดความสำเร็จที่สำคัญของพิมาลี คืออัตราการมีงานทำหลังจบหลักสูตร ประมาณ 90% ของผู้สำเร็จการศึกษาสามารถหางานทำได้ทันทีหลังจบการฝึกงาน โดยส่วนใหญ่ได้รับการว่าจ้างจากโรงแรมพันธมิตรระดับ 5 ดาว ซึ่งปัจจุบันมี 9 แห่งในกรุงเทพฯ และภูเก็ต
“รายได้เฉลี่ยของศิษย์เก่าอยู่ที่ 25,000–35,000 บาทต่อเดือน และอาจสูงกว่านี้ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว เมื่อเทียบกับรายได้เฉลี่ยในหลายพื้นที่ของภาคอีสานที่อยู่ที่ประมาณ 10,000–12,000 บาทต่อเดือน ซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้น 2–3 เท่าทำให้เยาวชนสามารถดูแลครอบครัว ช่วยลดหนี้สิน และสร้างความมั่นคงในชีวิตได้จริง”
ความท้าทายคือ “การสร้างความเชื่อมั่น”
แม้ผลลัพธ์ของโครงการจะชัดเจน แต่ “สเตฟานี” ยอมรับว่า ความท้าทายสำคัญที่สุดในช่วงเริ่มต้นคือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับครอบครัวของผู้สมัคร
“ในแต่ละปี ทีมงานต้องเดินทางไปยังโรงเรียนและสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในภาคอีสานระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเมษายน เพื่อแนะนำโครงการ พร้อมทั้งเยี่ยมครอบครัวเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการเรียน ในช่วงแรก หลายครอบครัวไม่มั่นใจที่จะส่งบุตรหลานเดินทางไกลเพื่อเรียนในสภาพแวดล้อมใหม่ ทำให้ต้องใช้เวลาเกือบ 10 ปี จนพิมาลีกลายเป็นองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจในพื้นที่”
ปัจจุบัน ศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพ กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับนักเรียนรุ่นใหม่ โดยในปีนี้มีผู้สมัครแล้วกว่า 39 คน และคาดว่าจะรับนักเรียนประมาณ 25 คน
ผลกระทบต่อชุมชน
ผลกระทบของพิมาลีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวผู้เรียน แต่ยังขยายไปสู่ครอบครัวและชุมชน หลายครอบครัวสามารถปรับปรุงบ้านหรือสร้างบ้านใหม่ได้จากรายได้ของบุตรหลาน ขณะที่ระดับหนี้ครัวเรือนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
“สเตฟานี” บอกว่า การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือความมั่นใจในตนเองและความสามารถในการวางแผนอนาคตของเยาวชน
“เราเห็นการเปลี่ยนแปลงในด้านทัศนคติ นักเรียนมีความมั่นใจ มีเป้าหมายชีวิต และสามารถสร้างเสถียรภาพทางอาชีพในระยะยาว”
เชื่อมโยง SDGs ปฏิบัติจริง
ความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานของพิมาลีตั้งแต่วันแรก องค์กรได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าประมาณ 35% ใช้หลอดไฟ LED ทั่วทั้งพื้นที่ ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และปลูกข้าวรวมถึงผักออร์แกนิกเพื่อใช้ในครัวของศูนย์ฝึก
แนวทางดังกล่าวสะท้อนความพยายามในการนำแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนไปสู่การปฏิบัติจริง โดยพิมาลีมีส่วนสนับสนุน 14 จาก 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ (United Nation)
“เราไม่ได้สอนเพียงทักษะอาชีพ แต่ต้องการให้ผู้เรียนเข้าใจว่าธุรกิจสามารถเติบโตไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้”
พัฒนาหลักสูตรใหม่ Spa
ในบริบทที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังฟื้นตัวและเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานทักษะ พิมาลีมีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคลากรที่มีความพร้อมทั้งด้านทักษะวิชาชีพและทักษะชีวิต
“ในปีนี้ องค์กรตั้งเป้าสร้างความร่วมมือกับโรงแรมพันธมิตรเพิ่มอย่างน้อย 2 แห่งในกรุงเทพฯ เพื่อขยายโอกาสการจ้างงาน ขณะเดียวกัน กำลังพัฒนาหลักสูตรใหม่ด้าน Spa Therapist เพื่อตอบสนองความต้องการแรงงานในธุรกิจสปา ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากร เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญไทยจำนวนมากเลือกทำงานต่างประเทศที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า”





