สวัสดีครับความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทั้งฝ่ายอิหร่าน อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาต่างตอบโต้กันด้วยมาตรการทางทหารอย่างต่อเนื่อง โดยหลายฝ่ายแสดงความกังวลว่าความไม่ลงรอยนี้จะยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เรายังไม่รู้ว่าการเจรจาจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ความขัดแย้งนี้กำลังค่อยๆ เปลี่ยนจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ไปเป็นสัญญาณที่เตือนถึง “ความเสี่ยงเชิงระบบ” ที่อาจส่งผลกระทบในวงกว้างซึ่งขยายขอบเขตมากกว่าแค่เรื่องการทหาร สะท้อนชัดจากสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุสที่สั่นสะเทือนอุปทานด้านพลังงานไปทั่วโลก
เมื่อเร็วๆ นี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกรายงานถึงการเตรียมความพร้อมรองรับในกรณีที่เกิดสถานการณ์เลวร้ายที่สุด (Worst Case Scenario) นั่นคือการใช้อาวุธนิวเคลียร์ บทวิเคราะห์ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางในมิติเชิงสาธารณสุขในบริเวณพื้นที่พิพาท ซึ่งในความเป็นจริงสถานการณ์นี้อาจเกิดได้ยาก แต่ในมุมมองเชิงการบริหารความเสี่ยง การนำประเด็นนี้มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ธุรกิจเป็นสิ่งที่ควรทำ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริง “ระดับความรุนแรงของผลกระทบ” นั้นสูงมาก และจะส่งผลร้ายแรงในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ล่าสุดรัฐบาลอังกฤษยังเตรียมปรับลดงบช่วยเหลือด้านสภาพภูมิอากาศแก่ประเทศกำลังพัฒนาลงราว 14 % จากแรงกดดันสภาวะเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งนี้ เรียกได้ว่าทั้งเรื่องสงครามและประเด็นโลกร้อน ไม่มีทีท่าว่าจะมีทางออกง่ายๆ
แม้ประเทศไทยจะไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่ความขัดแย้งหรือใกล้เคียงจุดเกิดเหตุโดยตรง
แต่หากเกิดการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในระดับรุนแรง ผลกระทบทางอ้อมต่อสิ่งแวดล้อมย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในกรณีของอุบัติเหตุจากโรงไฟฟ้า เช่น เหตุการณ์เชอร์โนบิลที่สารกัมมันตรังสีที่รั่วไหลสามารถแพร่กระจายผ่านกระแสลมและชั้นบรรยากาศไปได้ไกลนับพันกิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและแหล่งน้ำเป็นบทเรียนชั้นดี อย่างไรก็ตาม หากเปลี่ยนเป็นบริบทของสงครามนิวเคลียร์ ผลกระทบอาจก้าวสู่ความเสียหายระดับโลก เนื่องจากฝุ่นควันจำนวนมหาศาลจะบดบังแสงอาทิตย์จนเกิดภาวะ “ฤดูหนาวนิวเคลียร์” ในปี 2568 คณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (University of Pennsylvania) ได้ทำการศึกษาประเด็นนี้ พบว่าหากเกิดฤดูหนาวนิวเคลียร์ ผลิตผลธัญพืช (ข้าวโพด) ในสหรัฐฯ จะลดลงมากถึง 87 %
เมื่อหันมามองประเทศไทย หากวิกฤตนี้เกิดขึ้นจริง
ภาคการเกษตรจะเป็นภาคส่วนแรกที่ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ อีกหนึ่งภาคส่วนที่จะได้รับผลกระทบนั่นคือภาคการท่องเที่ยว แม้บ้านเราจะปลอดภัยในเชิงภูมิศาสตร์และอยู่ห่างไกลจากพื้นที่ขัดแย้งพอสมควร แต่สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มักกังวลกับสถานการณ์ความไม่สงบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาจมองได้ว่าทั้งภูมิภาคโดยรวมไม่มีความปลอดภัย ทำให้ชะลอการเดินทาง และจะส่งผลต่อรายได้และการจ้างงานในวงกว้างโดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
ในบริบทดังกล่าว ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องยกระดับ “ความพร้อมต่อการรับมือความเสี่ยง” ให้เป็นวาระเชิงกลยุทธ์อย่างจริงจัง สำหรับภาครัฐ ควรเร่งพัฒนาระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขให้มีความแม่นยำและเชื่อมโยงกันมากขึ้น พร้อมทั้งจัดทำแผนรับมือเหตุฉุกเฉินที่ครอบคลุมสถานการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นยากแต่มีผลกระทบสูง (Low Probability, High Impact) หัวใจสำคัญคือการบูรณาการการสื่อสารข้อมูลที่โปร่งใส รวดเร็ว และสอดคล้องกัน เพื่อลดความตื่นตระหนกและสร้างความเชื่อมั่นในสังคม พร้อมเดินหน้าสร้างและกำหนดแผนการซักซ้อมเพื่อรับมือกับภัยรูปแบบใหม่
ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนควรให้ความสำคัญกับการจัดทำและทบทวนแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) อย่างเป็นระบบ โดยต้องสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในภาวะวิกฤต และต้องไม่ใช่เพียงเอกสารเชิงนโยบาย แต่ต้องมีการทดสอบและปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป แผนดังกล่าวควรครอบคลุมตั้งแต่การบริหารห่วงโซ่อุปทาน การสำรองทรัพยากรที่สำคัญ ไปจนถึงการกำหนดแนวทางการตัดสินใจในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างชัดเจน และต้องไม่ลืมเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะการรองรับการทำงานจากระยะไกล เพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ
ท้ายที่สุด แม้เหตุการณ์นิวเคลียร์จะยังเป็นเพียงความเสี่ยงเชิงสมมติฐาน แต่บทเรียนสำคัญคือ โลกในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง เหตุการณ์ในภูมิภาคหนึ่งสามารถส่งผลกระทบต่ออีกภูมิภาคหนึ่งได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด การเตรียมความพร้อมเชิงรุก การสร้างความยืดหยุ่นในทุกภาคส่วน และรวมถึงการมีแผน BCP ที่แข็งแกร่งและนำไปใช้ได้จริง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาเสถียรภาพทั้งด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจในระยะยาว อีกทั้งจะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของภาคประชาชนได้ครับ





