ในโลกธุรกิจปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวนจากทั้งเงินเฟ้อ และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ "ขยะอาหาร" (Food Waste) ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมหรือการกุศลอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น "Silent Margin Leakage" หรือการรั่วไหลของกำไรที่ธุรกิจมองข้ามและตีตราว่าเป็นเพียง "ต้นทุนปกติของการทำธุรกิจ"
กำไรที่หายไปในถังขยะ เมื่อ Waste คือต้นทุนแฝง
รายงานล่าสุดจาก Avery Dennison ร่วมกับ Center of Economic and Business Research ซึ่งสำรวจผู้นำค้าปลีกกว่า 3,500 ราย ระบุว่ามูลค่าความสูญเสียจากขยะอาหารในซัพพลายเชนทั่วโลกในปี 2569 จะพุ่งสูงถึง 18.6 ล้านล้านบาท ($540 billion) และหากไม่มีการแก้ไข ตัวเลขนี้อาจทะยานไปถึง 117 ล้านล้านบาท ($3.4 trillion) ภายในปี 2573
ความสูญเสียนี้ถูกเรียกว่าเป็น Double Loss หรือความพ่ายแพ้สองต่อ เพราะผู้ประกอบการต้องแบกทั้งค่าวัตถุดิบ แรงงาน และค่าขนส่งที่สูงขึ้น แต่กลับต้องนำสินค้าเหล่านั้นไปทิ้ง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเน่าเสียง่าย (High-value Perishables) เช่น เนื้อสัตว์ที่คาดว่าจะสูญเสียมูลค่าถึง 3.2 ล้านล้านบาท และพืชผักผลไม้สดอีก 3 ล้านล้านบาท ในปี 2569 นี้
กฎเหล็กบีบค้าปลีก จากความสมัครใจสู่ข้อบังคับ
ปัจจุบันทิศทางโลกกำลังเปลี่ยนจาก "ความสมัครใจ" ไปสู่ "ความรับผิดชอบ" โดยเฉพาะในสหภาพยุโรป (EU) ที่มีการตั้งเป้าหมายลดขยะอาหารลง 10% ในภาคการผลิต และ 30% ในภาคค้าปลีกและบริโภคภายในปี 2573 ซึ่งส่งผลให้ 73% ของผู้นำธุรกิจยอมรับว่า "กฎระเบียบและข้อบังคับ" คือแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้พวกเขาต้องหันมาจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม การทำรายงาน (Reporting) เพียงอย่างเดียวไม่ใช่ทางออก เพราะนั่นเป็นเพียงการบอกว่า "เราเสียไปเท่าไหร่" แต่ไม่ได้ช่วยให้ "หยุดเสีย" ได้ หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การออกแบบซัพพลายเชนใหม่ (Supply Chain Design) เพื่อปิดรอยรั่วระหว่างการพยากรณ์ยอดขาย การผลิต และการกระจายสินค้า
ส่องสถานการณ์ "ขยะอาหาร" ในประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย ปัญหาขยะอาหารถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ภาครัฐและเอกชนกำลังให้ความสำคัญ ข้อมูลจาก กรมควบคุมมลพิษ และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุสถานการณ์ที่น่าสนใจดังนี้
- ปริมาณมหาศาล: ในปี 2566 ประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนประมาณ 26.95 ล้านตัน โดยเป็น ขยะอาหารสูงถึง 36% หรือประมาณ 9.68 ล้านตัน (คิดเป็น 146 กิโลกรัมต่อคนต่อปี)
- เป้าหมายระดับชาติ: ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะของประเทศ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2565-2570) รัฐบาลตั้งเป้าลดสัดส่วนขยะอาหารในขยะมูลฝอยชุมชนให้เหลือไม่เกิน 28% ภายในปี 2570
- กฎหมายใหม่: ปัจจุบันประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. จัดการขยะอาหาร เพื่อสร้างมาตรฐานการแยกขยะและระบบการจัดการที่ชัดเจนขึ้น รวมถึงมาตรการทางภาษีเพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนบริจาคอาหารส่วนเกินแทนการทิ้ง
ทางออก เทคโนโลยีและการร่วมมือ
การแก้ปัญหาขยะอาหารที่ยั่งยืนต้องเปลี่ยนจากการเป็น "โปรแกรม CSR" มาเป็น "กลยุทธ์ทางธุรกิจ" โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาจัดการ เช่น
- Digital Identity: การใช้ป้ายอัจฉริยะเพื่อให้เห็นความเคลื่อนไหวของสินค้าแบบเรียลไทม์
- Systemic Collaboration: การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ผลิตและผู้ค้าปลีก เพื่อไม่ให้เกิดการผลิตส่วนเกิน (Overproduction)
- Accountability: การกำหนดดัชนีชี้วัดที่ชัดเจนในงบกำไรขาดทุน (P&L)
โอกาสมูลค่า 18.6 ล้านล้านบาทในปี 2569 ไม่ได้มาจากการ "ผลิตให้มากขึ้น" แต่มาจากการ "รักษาผลผลิตที่มีอยู่ให้ดีที่สุด" ถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจไทยต้องเลิกมองขยะอาหารเป็นเรื่องไกลตัว และหันมามองมันในฐานะ "ขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในถังขยะ" เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในเวทีโลกอย่างแท้จริง
ที่มา : Avery Dennison Corporation





