ความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในอดีต สู่การพัฒนาระบบตรวจวัดสุขภาพอาคาร (Structural Health - SH) แจ้งเตือนภัยแบบ Real-time แม่นยำสูง นำร่องใช้งานจริงที่เชียงรายได้ผลเกินคาด เตรียมขยายผลสู่โรงพยาบาลและอาคารสูงทั่วกรุงเทพฯ เพื่อลดความตื่นตระหนกและบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ
ย้อนรอยวิกฤติแผ่นดินไหวและการฟื้นฟูอาคารกลุ่มเสี่ยง
ศ. ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้สรุปภาพรวมความคืบหน้าในงาน เปิดตัว “SRI Alert” (ศรีเตือนภัย) บูรณาการ AI-IoT-Digital Twin เปลี่ยนเมืองไทยจาก 'ตั้งรับ' สู่ 'เชิงรุก' ว่าการจัดการอาคารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ปีที่ผ่านมา โดยระบุว่าในขณะนั้นมีอาคารที่ถูกจัดอยู่ในระดับ “สีแดง” หรืออาคารที่มีความเสี่ยงอันตรายประมาณ 7-8 หลัง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายลงมาก อาคารเกือบทุกหลังได้รับการแก้ไขจนพ้นขีดอันตรายแล้ว เหลือเพียงหลังเดียวที่ยังคงสถานะสีแดง ซึ่งไม่ใช่ปัญหาด้านโครงสร้างแต่เป็นเพียงขั้นตอนการจัดการด้านเอกสารที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือน พ.ค. นี้
อย่างไรก็ตาม ศ. ดร.อมร เน้นย้ำว่ากรุงเทพมหานครยังคงมีความเสี่ยง และอาจไม่ปลอดภัย 100% จากแผ่นดินไหวในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นในจุดที่ใกล้เมืองหลวงมากกว่าเดิม ความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวในอดีตเคยสูงถึง 20,000 ล้านบาท และมีการเคลมประกันสูงถึง 48,000 ล้านบาทภายในวันเดียว ซึ่งสร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนอย่างมหาศาลเนื่องจากขาดระบบแจ้งเตือนที่มีประสิทธิภาพ
นวัตกรรม SH ระบบอัจฉริยะฝีมือคนไทย เพื่อคนไทย
จากบทเรียนดังกล่าว สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สคสว.) ใช้เวลาเพียง 1 ปี ในการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยสำหรับผู้อยู่อาศัยในอาคารสูงได้สำเร็จ ความน่าสนใจของนวัตกรรมนี้คือเป็นฝีมือการพัฒนาของคนไทยที่ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าสากล แต่มี "ต้นทุนต่ำกว่าเทคโนโลยีต่างชาติถึง 5 เท่า"
ศ. ดร.อมร อธิบายว่า ความแพงของระบบจากต่างประเทศไม่ได้อยู่ที่ตัวเซ็นเซอร์ แต่อยู่ที่ซอฟต์แวร์การสังเคราะห์ข้อมูลให้เซ็นเซอร์แต่ละจุดสื่อสารกันเพื่อประมวลผลความเสียหายในภาพรวมของทั้งตึก ซึ่งวิศวกรไทยสามารถปลดล็อกเทคโนโลยีส่วนนี้ได้เอง ทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในราคาที่ประหยัดกว่า
หลักการทำงานและการแจ้งเตือนแบบ “Tower Light” ระบบจะทำการติดตั้งเซ็นเซอร์ตามจุดยุทธศาสตร์ของอาคาร ข้อมูลการสั่นสะเทือนจะถูกส่งไปยัง Data Hub เพื่อประมวลผลแบบ Real-time และส่งสัญญาณเตือนผ่าน 2 รูปแบบหลัก Dashboard และ Application แจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ส่งตรงถึงผู้ดูแลอาคาร
Tower Light (ไฟสัญญาณ): ระบบไฟ 3 สีที่ประชาชนเข้าใจได้ทันที ได้แก่
- สีเขียว: อาคารปลอดภัย ไม่ต้องอพยพ
- สีเหลือง: ให้เตรียมพร้อมมองหาที่หลบภัย
- สีแดง: อาคารเสียหายรุนแรง ต้องอพยพออกจากตึกทันที
พิสูจน์ผลงานในสนามจริง และแผนการขยายผล นวัตกรรมนี้ได้รับการติดตั้งและใช้งานจริงแล้วที่โรงเรียนบ้านป่า จังหวัดเชียงราย และโรงพยาบาลสูง 5 ชั้นที่เคยได้รับความเสียหาย, ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา ระบบสามารถตรวจจับและแจ้งเตือนเหตุแผ่นดินไหวขนาด 3.3 ในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ได้อย่างทันท่วงทีผ่านแอปพลิเคชัน Telegram
สำหรับแผนงานในอนาคต ภายในเดือน เม.ย.นี้ สมาคมฯ มีกำหนดการเข้าติดตั้งระบบในอาคารสูงเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง และเตรียมขยายผลไปยังคอนโดมิเนียมอีก 4 แห่ง เป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้ประชาชนกลับสู่สภาวะปกติได้เร็วที่สุดหลังเกิดเหตุ ลดการอพยพที่ไม่จำเป็นในอาคารที่โครงสร้างยังแข็งแรง เพื่อให้การบริหารจัดการภัยพิบัติเป็นไปอย่างตรงเป้าหมายและลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจในระยะยาว





