วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

‘โลมาอิรวดี’ดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ทะเล เปิดแผนอนุรักษ์พ้นภาวะ“ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง”

‘โลมาอิรวดี’ดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ทะเล  เปิดแผนอนุรักษ์พ้นภาวะ“ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง”

“โลมาอิรวดี” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลหายาก และเป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ ปัจจุบันอยู่ในสถานะ“ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง”โดยข้อมูล ณ เดือนก.พ. 2568 จำนวนประชากรเหลือไม่ถึง 14 ตัวเท่านั้น

เมื่อเร็วๆนี้ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.)โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดการปฐมนิเทศแผนงานขับเคลื่อนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในพื้นที่ทะเลสาบสงขลาณ 

ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว.เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยนางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผู้แทนกรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และธนาคารโลก(World Bank)เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับสถานการณ์ ปัญหา และทิศทางการขับเคลื่อนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาในมิติเชิงระบบ

ตลอดจนเป็นเวทีเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานนโยบาย หน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย ภาคประชาชน และชุมชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการอนุรักษ์ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

‘โลมาอิรวดี’ดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ทะเล  เปิดแผนอนุรักษ์พ้นภาวะ“ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง”

ศ.ดร.สมปอง ระบุว่า การปฐมนิเทศครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือสำคัญในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ สอดคล้องกับคณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบกรอบค่าใช้จ่ายสำหรับแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา (พ.ศ. 2567-2571) วงเงิน 402.818 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2568 โดยให้ใช้จ่ายจากเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ และกองทุน ววน. เป็นลำดับแรก สกสว. จึงสนับสนุนงบประมาณวิจัยเพื่ออนุรักษ์โลมาอิรวดีและฟื้นฟูระบบนิเวศของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา พร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนโดยรอบ

“งานวิจัยต้องสามารถเชื่อมโยงไปสู่การกำหนดนโยบายสาธารณะ การบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ การสร้างทางเลือกทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับชุมชน และการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการพัฒนา หากสามารถนำพลังของ ววน. มาผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและพลังความร่วมมือของชุมชนได้อย่างแท้จริง"

     ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าทะเลสาบสงขลาจะเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการระบบนิเวศที่ยั่งยืนของประเทศได้ และเป็นตัวอย่างของการใช้ความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม และที่สำคัญคือ การรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติ และอนาคตของชุมชนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

สำหรับแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีฯ ประกอบด้วย 6 แผนงาน 15 โครงการ 36 กิจกรรม เช่น การลดภัยคุกคามต่อโลมาอิรวดีและแหล่งที่อยู่อาศัยการจัดทำแนวเขตพื้นที่คุ้มครองโลมาอิรวดีที่ชัดเจนการประกาศเขตพื้นที่ห้ามทำการประมงด้วยเครื่องมือประมงที่เป็นอันตรายการฟื้นฟูความสมบูรณ์ของทะเลสาบสงขลาและการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำชายฝั่งบริเวณที่รับผิดชอบของชุมชนประมงท้องถิ่นการศึกษาวิจัยนิเวศวิทยาและชีววิทยาของโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาการสำรวจการแพร่กระจายและ

จำนวนประชากรโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาการศึกษาวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาภาพแวดล้อมในทะเลสาบสงขลา

โดยกองทุน ววน. ได้สนับสนุนงบประมาณวิจัยรวม89.3 ล้านบาทภายใต้แผนงานแก้ปัญหาและตอบสนองภาวะวิกฤติเร่งด่วนของประเทศ ผ่าน วช. เพื่อศึกษาแนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรโลมาอิรวดีและระบบนิเวศทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน ผสานกับการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนโดยรอบให้สอดคล้องและเกื้อหนุนต่อการคุ้มครองทรัพยากร โดยตั้งเป้าจะดำเนินการต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี

แผนงานดังกล่าวดำเนินการควบคู่กับกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้การสนับสนุนเงินให้เปล่าจากกองทุน PROBLUE ของธนาคารโลกรวมทั้งสิ้น 4 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 132.36 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และยับยั้งการลดลงของประชากรโลมาอิรวดี พร้อมทั้งสนับสนุนการเสริมสร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำเพื่อคืนความสมบูรณ์ให้กับทะเลสาบสงขลา ซึ่งจะสร้างความมั่นคงทางอาหารและรายได้ให้แก่ชุมชนประมงในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม 

พร้อมกันนี้ สกสว. ได้แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา เพื่อกำหนดทิศทางและบริหารจัดการแผนอนุรักษ์ผ่านกองทุน ววน. และติดตามประเมินผลการดำเนินงานวิจัยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ด้านนายสันติ นิลวัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล​และชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)ในฐานะหัวหน้าโครงการ“การประเมินประชากรและการกระจายตัวของโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาด้วยการสำรวจ เชิงบูรณาการและระบบรายงานการพบแบบใกล้เวลาจริงเพื่อการอนุรักษ์เชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน” ระบุว่าโครงการวางแผนจะติดตั้งเครื่องมืออะคูสติก 64 ตัว เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของโลมาอิรวดีในแต่ละฤดูกาล 

ขณะเดียวกันจะขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวงดเข้าใกล้เขตที่อยู่อาศัยเพื่อไม่เป็นการรบกวนโลมาอิรวดี เนื่องจากมีอัตราการตายเพิ่มกระโดด 144 ตัว ภายในระยะเวลา 30 ปี (เฉลี่ย 8.4 ตัว/ปี)โดยภัยคุกคามสำคัญ คือ เครื่องมือประมง มลพิษในทะเลสาบสงขลาที่สะสมมานานแต่โลหะหนักยังไม่เกินเกณฑ์ และ ปัญหาที่อยู่อาศัยเป้าหมายสำคัญของโครงการคือ ต้องการให้ภัยคุกคามหายไป 

ขณะที่ชาวบ้านเองก็มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดย ทช. ได้ช่วยเติมผลประโยชน์ให้ชาวบ้านโดยให้ผู้ทำอวนเป็นผู้ดูและโลมาอิรวดี เพื่อเฝ้าระวังตั้งแต่เริ่มต้น