วันน้ำโลก หรือ World Water Day จัดขึ้นทุกปีในวันที่ 22 มีนาคม ตั้งแต่ปี 1993 เป็นวันสำคัญประจำปีขององค์การสหประชาชาติที่เน้นความสำคัญของน้ำจืด
"วันน้ำโลกเป็นการเฉลิมฉลองน้ำและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับประชากร 2.1 พันล้านคนที่ไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้ เป็นการรณรงค์เพื่อแก้ไขวิกฤตน้ำทั่วโลก เป้าหมายหลักของวันน้ำโลกคือการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 6: การเข้าถึงน้ำและสุขอนามัยสำหรับทุกคนภายในปี 2030
ทุกปี UN-Water ซึ่งเป็นกลไกประสานงานด้านน้ำและสุขอนามัยของสหประชาชาติ จะกำหนดหัวข้อสำหรับวันน้ำโลก ในปี 2024 หัวข้อคือการใช้ประโยชน์จากน้ำเพื่อสันติภาพ ในปี 2025 คือการอนุรักษ์ธารน้ำแข็ง และในปี 2026 หัวข้อคือ “Water and Gender” หรือ “น้ำและความเท่าเทียมทางเพศ”
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ปี 2569 สะท้อนบทบาทสตรีและกลุ่มเปราะบางในระบบการบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนส่งเสริมการเข้าถึงทรัพยากรน้ำอย่างเท่าเทียมในทุกมิติของสังคม สำหรับประเทศไทย ภาครัฐตระหนักดีว่าการจะบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืนได้นั้น ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคน ทุกเพศ และทุกช่วงวัย ได้เข้าถึงทรัพยากรน้ำและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
สทนช. จึงได้กำหนดจัดงาน “วันน้ำโลก ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “Water and Gender: Where Water Flows, Equality Grows” เป็นเวทีสำคัญในการยกระดับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและเท่าเทียม ภายในงาน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “Water and Gender in a Changing World: The Integration towards ideal River Basin Management” ซึ่งจะสะท้อนแนวคิดการบริหารจัดการลุ่มน้ำในโลกที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ สทนช. ยังได้ร่วมกับหน่วยงานด้านทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมกว่า 15 หน่วยงาน จัดนิทรรศการภายใต้หัวข้อ “น้ำและความเท่าเทียมทางเพศ” รวมถึงมีการนำเสนอองค์ความรู้จากองค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เครือรัฐออสเตรเลีย ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ สถาบันสิ่งแวดล้อมสตอกโฮล์ม และสาธารณรัฐเกาหลี ในหัวข้อ “Climate Adaptation and Water Governance” เพื่อร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการน้ำ การรับมือภัยแล้ง การปรับตัวต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการทรัพยากรน้ำ
ข้อมูลใหม่จากองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) แสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจนในการเข้าถึงน้ำ สุขอนามัย และสุขลักษณะ (WASH) โดยผู้หญิงและเด็กหญิงได้รับผลกระทบอย่างหนัก
ในขณะ ที่พฤติกรรมการใช้น้ำของคนบางกลุ่มทั้ง การเปิดน้ำทิ้งไว้ขณะแปรงฟัน (เสียน้ำ 9 ลิตร/นาที), การใช้สายยางฉีดล้างรถ (เสียน้ำถึง 120-200 ลิตร/ครั้ง), หรือปล่อยให้น้ำรั่วไหลตามก๊อก/ชักโครก ซึ่งอาจสูญเสียน้ำได้มากกว่า 10,000-30,000ลิตร/เดือน ได้สร้างความสูญเสียทรัพยากรน้ำอย่างมหศาลในแต่นาที ชั่วโมง หรือวัน และ เดือน และปี ที่คู่ขนานไปกับความขาดแคลนของคนอีกลุ่มหนึ่ง





