วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม 2569

Login
Login

แบงก์กรุงเทพ กางโรดแมป หนุนธุรกิจไทยสู่ “ความยั่งยืน”

แบงก์กรุงเทพ กางโรดแมป หนุนธุรกิจไทยสู่ “ความยั่งยืน”

แบงก์กรุงเทพเร่งเครื่องธุรกิจ สู่ความยั่งยืน ชี้การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนจะต้องใช้เงินลงทุน แต่หากดำเนินการได้อย่างเหมาะสม จะช่วยลดต้นทุนในอนาคต และสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจอย่างมหาศาล

แบงก์กรุงเทพ กางโรดแมป หนุนธุรกิจไทยสู่ “ความยั่งยืน” ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงานที่ผันผวน หรือแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)

ประเด็นด้านความยั่งยืนหรือ ESG ได้ก้าวขึ้นมาเป็น “หัวใจสำคัญ” ของการดำเนินธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ธนาคารกรุงเทพในฐานะสถาบันการเงินขนาดใหญ่ของประเทศกำลังเร่งขับเคลื่อนบทบาทใหม่

ไม่ใช่เพียงผู้ให้บริการทางการเงิน แต่เป็นกลไกสนับสนุนให้ภาคธุรกิจไทยสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ภายใต้กติกาใหม่ของโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้น
ESG จากทางเลือกสู่ “ข้อบังคับ”

ชาติศิริ โสภณพนิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ สะท้อนภาพชัดเจนว่า ปัจจุบันเรื่องความยั่งยืนไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงจริยธรรมหรือความรับผิดชอบต่อสังคมอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น “ข้อกำหนด” ที่ภาคธุรกิจทั่วโลกต้องปฏิบัติตาม

โดยเฉพาะมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมจากประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ที่เริ่มบังคับใช้กฎเกณฑ์ด้าน ESG อย่างเข้มข้นไปแล้ว ทั้งในมิติของการผลิต การรายงาน และการลงทุน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการไทยที่ต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก

หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป ที่เริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้สินค้าที่มีการปล่อยคาร์บอนสูง

เช่น เหล็ก ซีเมนต์ อะลูมิเนียม ปุ๋ย ไฮโดรเจน และไฟฟ้า ต้องเผชิญต้นทุนภาษีที่สูงขึ้น หากไม่สามารถปรับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่
นอกจากนี้ กฎระเบียบด้านการลดการตัดไม้ทำลายป่า(EU Deforestation) และมาตรฐานการเงินเพื่อความยั่งยืนอื่นๆ ยังเป็นอีกปัจจัยที่เข้ามากำหนด “กติกาการค้าโลก” อย่างชัดเจน

ดังนั้น จากสิ่งที่เกิดขึ้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการไทยไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือ SME รวมถึงภาคเกษตร ต้องเร่งปรับตัวในทุกระดับ ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงระบบตรวจสอบย้อนกลับ หากไม่สามารถปฏิบัติตามได้ ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกตัดออกจากห่วงโซ่อุปทานโลก

และเพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ธนาคารกรุงเทพได้ออกแบบเครื่องมือทางการเงิน 3 ประเภทหลัก เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจให้ก้าวสู่ความยั่งยืน ได้แก่ สินเชื่อบัวหลวง Green สินเชื่อบัวหลวง Transformation Loan บัวหลวง Transition Finance

 ทั้งสามผลิตภัณฑ์ถูกวางให้เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยมีเป้าหมายหลักคือการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Decarbonization

“การลดคาร์บอนในภาคธุรกิจไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าถึงตลาดโลก โดยเฉพาะห่วงโซ่อุปทานระดับสากลที่กำลังให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ESG มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธนาคารจึงมุ่งเน้นสนับสนุนให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต การใช้พลังงาน และรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สามารถลด Carbon Emission ได้อย่างเป็นรูปธรรมเร็วที่สุด”

  • Transformation Loan กุญแจสู่ความยั่งยืน

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ สินเชื่อบัวหลวง Transformation Loan ซึ่งเน้นสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ในองค์กร การลงทุนในเทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนในระยะยาว และเปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ได้ ที่ธนาคารหวังให้ผู้ประกอบการนำกระบวนการดิจิทัล (Digitalization) และเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ 

การลงทุนในส่วนนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยในเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้าง Innovation หรือนวัตกรรม และปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ก้าวหน้าขึ้น ซึ่งในท้ายที่สุดจะนำไปสู่การลดค่าใช้จ่ายและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่แข่งขันได้ดีขึ้นในเวทีโลก

“ธนาคารเราได้ตั้งเป้าหมายในแต่ละโครงการไว้อย่างชัดเจน โดยพยายามผลักดันให้ทุกโปรแกรมไปถึงเป้าหมาย แต่ก็ยอมรับว่าการดำเนินการนี้ต้องใช้เวลาในการสร้างความเข้าใจให้กับลูกค้า เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ซึ่งมีต้นทุนในช่วงเริ่มต้น”

โดยสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน-สหรัฐ และราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นในปัจจุบัน เชื่อว่า ได้กลายเป็นบททดสอบสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความจำเป็นของแนวทาง ESG ไม่เพียงเท่านั้น สงครามยังเป็นตัวเร่งที่ทำให้เห็นความสำคัญของการสร้างประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจ เมื่อราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น ธุรกิจที่ปรับตัวสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความเป็นเลิศด้านพลังงานย่อมได้เปรียบ

ที่สำคัญเทคโนโลยียังเป็นเครื่องมือหลักในการบริหารจัดการพลังงาน
ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่ราคาพลังงานมีความผันผวนสูงจากสถานการณ์โลก แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนมุมมองขององค์กรจากการมอง ESG เป็น “ต้นทุน” ไปสู่การมองว่าเป็น “การลงทุน” ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว

“ชาติศิริ” มองว่า แม้การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนจะต้องใช้เงินลงทุน แต่หากดำเนินการได้อย่างเหมาะสม จะช่วยลดต้นทุนในอนาคต และสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจอย่างมหาศาล และองค์กรที่สามารถปรับตัวได้เร็ว จะมีโอกาสเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานใหม่ๆที่กำลังเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ในขณะที่องค์กรที่ปรับตัวช้า อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

  • เร่งเครื่องเศรษฐกิจสีเขียว

นอกจากการสนับสนุนด้านการเงินธนาคารกรุงเทพยังให้ความสำคัญกับ “องค์ความรู้” ผ่านการจัดงานเสวนา “The Great Green Transition” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เวทีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่ออัปเดตแนวโน้มด้านความยั่งยืนของโลก

โดยเน้น 3 ประเด็นหลัก การแปลงนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลกสู่ระดับประเทศ นวัตกรรมด้านพลังงานและความยั่งยืน เส้นทางองค์กรสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ระดับโลกกับภาคธุรกิจไทย เพื่อให้สามารถปรับตัวได้อย่างทันท่วงที

การปรับตัวเข้าสู่ความยั่งยืน เขามองว่าเป็นอีกหนทางในการ “รับมือ”ท่ามกลางความผันผวนของโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่โควิด-19 สงครามยูเครน-รัสเซีย ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ และจีน ไปจนถึงสถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลาง เหล่านี้ล้วนส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานโลกเกิดการปรับตัวและสร้างแรงกดดันต่อภาคธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ

ความไม่แน่นอนเหล่านี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ธุรกิจต้องเร่งปรับตัว และให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น โดยเฉพาะการกระจายความเสี่ยง ผ่านการเปิดตลาดใหม่ และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้เพิ่มขึ้น”

และจากความท้าทายที่สูงขึ้น ธนาคารกรุงเทพได้วางบทบาทของตนเองเป็น “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” ที่ทำงานใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น ไม่เพียงให้สินเชื่อ แต่ยังให้คำแนะนำ สนับสนุนองค์ความรู้ และช่วยติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆอย่างใกล้ชิด 

โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนพลังงานเพิ่มสูงขึ้น ธนาคารได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน(Working Capital) เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถรักษาสภาพคล่อง และดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบ การบริหารต้นทุน และการปรับราคาสินค้าล้วนเป็นประเด็นที่ธนาคารเข้าไปช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ESG ไม่ใช่เพียงกระแส แต่เป็น“โครงสร้างใหม่ของเศรษฐกิจโลก”ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วธุรกิจไทยที่สามารถปรับตัวได้ จะไม่เพียงแค่ “อยู่รอด” แต่ยังสามารถ “เติบโต” ได้อย่างแข็งแกร่งในเวทีโลก ในทางกลับกัน ผู้ที่ไม่สามารถปรับตัว อาจต้องเผชิญกับข้อจำกัดทั้งด้านตลาด ต้นทุน และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

บทบาทของธนาคารกรุงเทพจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การสนับสนุนทางการเงิน แต่เป็นการช่วย “วางรากฐาน” ให้เศรษฐกิจไทยสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น