สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เผยตัวเลขยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนพุ่งทะยานเกือบ 70% สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงหลั่งไหลเข้าไทยอย่างไม่ขาดสาย แม้โลกจะเผชิญมรสุมเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ แต่ไทยยังคงยืนหนึ่งในฐานะฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของภูมิภาค โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมสีเขียว
เปิดตัวเลขประวัติศาสตร์ เม็ดเงิน FDI ไหลเข้าไม่หยุด
ศุธาคินี สมิตร รองเลขาธิการ BOI ให้สัมภาษณ์ในงาน Thailand-Japan Sustainable Business Forum 2026 ว่า ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปัจจุบันเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยพุ่งสูงขึ้นถึงเกือบ 70% คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.86 แสนล้านบาท หากเจาะลึกไปที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI (Foreign Direct Investment) พบว่ามีมูลค่าสูงถึงประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท
กลุ่มนักลงทุนที่เป็น "เจ้าบุญทุ่ม" หลักในขณะนี้ ได้แก่ สิงคโปร์ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการขยายฐานการผลิตของบริษัทแม่จากประเทศจีน) ตามมาด้วย สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง และจีน ตามลำดับ
Data Center & PCB หัวหอกใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล
อุตสาหกรรมที่กำลังเป็นดาวรุ่งและมีการลงทุนอย่างคึกคักในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คือกลุ่ม Data Center และ Semiconductorโดยเฉพาะในส่วนของแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) ที่ผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลกตบเท้าเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยจำนวนมากนอกจากนี้ BOI ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับระบบนิเวศเทคโนโลยี เช่น
- Energy Storage: ระบบกักเก็บพลังงานเพื่อความมั่นคงทางไฟฟ้า
- Electronics & Power Electronics: ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม
ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และภารกิจมุ่งสู่ Net Zero
ไทยกำลังก้าวสู่การเป็น "ฮับ EV" ของภูมิภาคอย่างเต็มตัว โดยผลจากมาตรการสนับสนุนของรัฐบาลทำให้ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว, ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์โลกที่มุ่งเน้น ธุรกิจสีเขียว (Green Business)โดยประเทศไทยได้กำหนดเป้าหมายชัดเจนในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
นอกจากนี้ BOI ยังมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเดิมให้สามารถปรับตัวได้ (Transformation) โดยให้สิทธิประโยชน์ทางการเงินและภาษีสำหรับผู้ที่ลงทุนเพิ่มเพื่อประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานทดแทน หรือลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
รับมือปัจจัยเสี่ยง วิกฤติตะวันออกกลางและค่าพลังงาน
แม้ภาพรวมการลงทุนจะสดใส แต่ก็ยังมีปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะสถานการณ์ความไม่สงบใน ตะวันออกกลาง ซึ่งแม้จะยังไม่กระทบต่อการตัดสินใจลงทุนโดยตรงในขณะนี้ แต่เริ่มส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและค่าไฟฟ้า
อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบก่อนเพื่อนคือ ปิโตรเคมี ที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบต้นน้ำจากตะวันออกกลาง ทำให้บางส่วนต้องชะลอการผลิตออกไป อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ตระหนักถึงความกังวลเรื่องราคาพลังงานของผู้ประกอบการ และได้จัดตั้งกลุ่มงานเฉพาะกิจเพื่อหามาตรการบรรเทาผลกระทบทั้งต่อภาคประชาชนและภาคธุรกิจอย่างเร่งด่วน,
อนาคตที่มั่นคง นโยบายไม่สะดุด แม้เปลี่ยนรัฐบาล
สำหรับคำถามที่นักลงทุนให้ความสนใจเรื่องการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่ รองเลขาธิการ BOI ยืนยันว่า นโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทยมีความเสถียรและต่อเนื่อง โดยแกนหลักของยุทธศาสตร์จะยังคงมุ่งเน้น 3 ด้านสำคัญ คือ
- Sustainability: การลงทุนเพื่อความยั่งยืน
- Digital & Green Transformation: การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและสีเขียว
- High-Tech Industries: ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ (Bio-Tech) ในภาคเกษตร เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
แม้ความผันผวนจากสถานการณ์โลกและวิกฤติราคาพลังงานจะเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งก้าวผ่าน, แต่ด้วยนโยบายการลงทุนที่มีเสถียรภาพและการเดินหน้าสู่กลยุทธ์ Green & Digital Transformation อย่างชัดเจน จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยยังคงเป็นหมุดหมายที่แข็งแกร่งและยั่งยืนสำหรับนักลงทุนทั่วโลก ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจยุคใหม่ต่อไป





