วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม 2569

Login
Login

Bio-PCM นวัตกรรมอัจฉริยะ เปลี่ยน 'น้ำมันปาล์ม' เป็นผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม

Bio-PCM นวัตกรรมอัจฉริยะ เปลี่ยน 'น้ำมันปาล์ม' เป็นผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม

เมื่อโลกหมุนไปสู่ยุค EV น้ำมันดีเซลอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชาวสวนปาล์มอีกต่อไป EA เปิดกลยุทธ์เหนือชั้น เปลี่ยนน้ำมันปาล์มเป็น "Bio-PCM" และน้ำมันเครื่องบินสีเขียว (SAF) สร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล พร้อมปักธงส่งออกญี่ปุ่น-เกาหลี ชูเป็น Product Champion ใหม่ที่ช่วยทั้งโลกและช่วยทั้งเกษตรกรไทย

ในวันที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มตัว

ฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กล่าวว่า อุตสาหกรรมน้ำมันดีเซลและไบโอดีเซลแบบเดิมกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ เพราะความต้องการใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งมีแนวโน้มลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรชาวสวนปาล์ม แต่ล่าสุด EA (Energy Absolute) ได้เผยหมัดเด็ดในการทรานส์ฟอร์มธุรกิจจากเพียงแค่ "ผู้ผลิตเชื้อเพลิง" สู่การเป็น "ผู้นำนวัตกรรมวัสดุสีเขียว" ด้วยการผลักดัน Bio-PCM (Phase Change Material) หรือวัสดุเปลี่ยนสถานะอัจฉริยะ

Bio-PCM จากน้ำมันปาล์มสู่ "วัสดุอัจฉริยะ" ความน่าสนใจที่เป็นจุด "Wow" คือการที่ EA ไม่ได้มองน้ำมันปาล์มเป็นเพียงเชื้อเพลิงสำหรับเติมเครื่องยนต์อีกต่อไป แต่นำมาพัฒนาเป็น Bio-PCM ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ทำจากปาล์ม 100% ทำให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green) สูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่ทำจากปิโตรเลียม

โดย PCM มีคุณสมบัติในการดูดซับและคายความร้อน นำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายตั้งแต่วัสดุก่อสร้างไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งถือเป็นการสร้าง New S-Curve ที่มี Margin สูงกว่าไบโอดีเซลแบบเดิมที่กำไรค่อนข้างบางและต้องพึ่งพานโยบายรัฐเป็นหลัก

กู้วิกฤติชาวสวนปาล์มในยุค EV

เป้าหมายสำคัญของการผลักดันผลิตภัณฑ์นี้คือการทำให้ประเทศไทยมี Product Champion ใหม่ที่มาจากปาล์ม เพื่อรองรับสถานการณ์ที่รถยนต์หันไปใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ชาวสวนปาล์มไม่ต้องเผชิญกับภาวะราคาผลผลิตตกต่ำจากการที่ความต้องการใช้ดีเซลลดลง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังสามารถทำเรื่อง Carbon Credit Certificate ได้ ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก

บุกตลาดโลก

ญี่ปุ่น-เกาหลี คือเป้าหมายแรก ปัจจุบัน EA เริ่มขยายตลาด Bio-PCM ไปยังต่างประเทศ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ก่อนจะขยายไปสู่ยุโรป แม้ในปัจจุบันรายได้จากส่วนนี้จะยังอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถือว่ายังไม่มากเมื่อเทียบกับรายได้รวมของบริษัท แต่ EA มั่นใจว่านี่คือ "ธุรกิจแห่งอนาคต" ที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยโรงงานของ EA มีกำลังการผลิตรวมสำหรับผลิตภัณฑ์พิเศษกลุ่มนี้ (Bio-PCM, SAF, HVO) อยู่ที่เกือบ 1,000 ตันต่อวัน

ไม่ใช่แค่ PCM แต่คือ "นิเวศพลังงานสะอาด" นอกเหนือจาก Bio-PCM แล้ว EA ยังเตรียมพร้อมสำหรับการผลิต SAF (Sustainable Aviation Fuel) หรือน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน และ HVO (Hydrotreated Vegetable Oil) เพื่อตอบโจทย์ภาคการบินและการขนส่งที่ต้องการลดคาร์บอน ซึ่งการมี พ.ร.บ. โลกร้อนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต จะเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้กลายเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาด

การขยับตัวของ EA ในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการขายน้ำมัน แต่คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้กลายเป็น "วัสดุเชิงยุทธศาสตร์" บนเวทีโลก ซึ่งจะสร้างความยั่งยืนให้กับทั้งธุรกิจและเกษตรกรไทยไปพร้อมๆ กัน