วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'แยกขยะจ่าย 20 ไม่แยก 60' กทม. หวังลดภาระงบ 7,000 ล้านบาท/ปี ในการกำจัดขยะ

กรุงเทพฯ กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการจัดการขยะที่มีปริมาณมหาศาลกว่า 9,200 ตันต่อวัน แม้จะยังไม่พุ่งไปถึง 13,000 ตันเหมือนช่วงก่อนโควิด แต่ภาระงบประมาณในการจัดการนั้นสูงลิบถึง 7,000 ล้านบาทต่อปี

KEY POINTS

  • กทม. เตรียมใช้มาตรการเก็บค่าขยะอัตราใหม่ โดยครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการแยกขยะจะจ่าย 20 บาทต่อเดือน ส่วนครัวเรือนที่ไม่แยกขยะจะถูกเก็บในอัตรา 60 บาทต่อเดือน
  • ประชาชนที่ต้องการจ่าย 20 บาท ต้องลงทะเบียนและส่งภาพถ่ายยืนยันการแยกขยะที่บ้านทุก 6 เดือนเพื่อรักษาสิทธิ์
  • มีการนำเทคโนโลยี GPS มาติดตามรถขยะและใช้แผนที่ข้อมูล (Data Mapping) เพื่อตรวจสอบและป้องกันปัญหา "แยกแล้วเทรวม"
  • มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระงบประมาณในการกำจัดขยะของ กทม. ซึ่งปัจจุบันสูงถึง 7,000 ล้านบาทต่อปี

กรุงเทพฯ กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการจัดการขยะที่มีปริมาณมหาศาลกว่า 9,200 ตันต่อวัน แม้จะยังไม่พุ่งไปถึง 13,000 ตันเหมือนช่วงก่อนโควิด แต่ภาระงบประมาณในการจัดการนั้นสูงลิบถึง 7,000 ล้านบาทต่อปี ในขณะที่จัดเก็บรายได้กลับคืนมาได้เพียง 500 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพียง 7% เท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ กทม. จึงต้องปรับแผนจากการ "ขอความร่วมมือ" มาเป็นการใช้ "มาตรการเชิงเศรษฐศาสตร์" หรือ DBR (Differential and Variable Rate) เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมคนเมืองอย่างถาวร

หมัดเด็ด 20 vs 60 เมื่อการแยกขยะไม่ใช่แค่เรื่อง "ใจ" แต่เป็นเรื่อง "เงิน"

พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนกรุงเทพมหานคร กล่าวในงาน  Climate Care Talk: รู้ทันมาตรการจัดการขยะ "โครงการไม่เทรวม" ของกรุงเทพมหานคร ว่า กทม. เตรียมใช้มาตรการ "จ่ายตามจริง" โดยกำหนดค่าธรรมเนียมพื้นฐาน (Default) ใหม่ที่ 60 บาทต่อเดือน แต่มีเงื่อนไขจูงใจที่รุนแรงคือ

  • สิทธิ์จ่ายราคาเดิม (20 บาท): สำหรับครัวเรือนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ "ไม่เทรวม" และมีการแยกขยะจริง
  • ขั้นตอนการพิสูจน์สิทธิ์: ประชาชนต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันหรือสำนักงานเขต โดยต้อง ถ่ายภาพยืนยัน ว่าในบ้านมีโครงสร้างพื้นฐานการแยกขยะพร้อม ทั้งถังขยะรีไซเคิล ขยะอินทรีย์ ขยะทั่วไป และขยะอันตราย
  • ระบบตรวจสอบความต่อเนื่อง: ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปครั้งเดียวจบ แต่ระบบจะบังคับให้ ส่งภาพอัปเดตทุกๆ 6 เดือน เพื่อรักษาสิทธิ์ราคา 20 บาท หากพบว่าไม่ทำตามหรือเพิกเฉย ระบบจะดีดราคาค่าขยะกลับไปที่ 60 บาททันทีในรอบบิลถัดไป

'แยกขยะจ่าย 20 ไม่แยก 60' กทม. หวังลดภาระงบ  7,000 ล้านบาท/ปี ในการกำจัดขยะ

ระบบ "ตาสับปะรด GPS" จุดเปลี่ยนที่ทำให้ "แยกแล้วไม่เทรวม"

หนึ่งในคำถามที่ค้างใจคนกรุงมาตลอดคือ "แยกไปเขาก็เทรวมอยู่ดี" กทม. จึงแก้เกมด้วยเทคโนโลยี Data Mapping ขั้นสูงไม่ว่าจะเป็น

  • แผนที่พิกัดสีฟ้า-แดง: กทม. จะมีแผนที่แสดงพิกัดบ้านที่ลงทะเบียนแยกขยะ (จุดสีฟ้าและแดง) ซึ่งจะถูกนำมา Cross-check กับระบบ GPS ของรถขยะ
  • การกำกับดูแลรายคัน: เจ้าหน้าที่จะรู้ได้ทันทีว่ารถขยะทะเบียนอะไร ใครเป็นพนักงานขับ วิ่งผ่านบ้านที่แยกขยะแล้วได้จัดเก็บแยกประเภท (ใส่ถังเขียวที่คอรถ) หรือไม่
  • สายตรงถึง ผอ.เขต: หากมีการร้องเรียนผ่าน Traffy Fondue ว่ารถขยะเทรวม ข้อมูลจะถูกส่งตรงไปที่ ผอ.เขต เพื่อใช้มาตรการหักคะแนนหรือลงโทษทางวินัยพนักงานรายนั้นๆ ทันที

โมเดล "หมู่บ้าน-คอนโด" ส่วนต่างราคาหลักหมื่นที่นิติบุคคลต้องฟัง

มาตรการนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อที่อยู่อาศัยแบบนิติบุคคล ซึ่ง กทม. หวังใช้แรงกดดันจากค่าส่วนกลางเป็นตัวขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็น คอนโดมิเนียม ซึ่ง กทม. สนับสนุนถังขยะเศษอาหารให้ 1 ถัง ต่อทุกๆ 20 ห้อง เพื่อให้นิติจัดการพื้นที่แยกขยะให้ได้มาตรฐาน และหมู่บ้านจัดสรร หากนิติบุคคลบริหารจัดการให้ลูกบ้านแยกขยะได้ 100% และมีจุดพักขยะรวมที่รถขยะเข้าถึงง่าย หมู่บ้านที่มี 100 หลัง จากเดิมต้องจ่ายค่าขยะรวมปีละ 72,000 บาท จะลดเหลือเพียง 24,000 บาท ส่วนต่างที่หายไปกว่า 48,000 บาทนี้ สามารถนำกลับไปเป็นงบพัฒนาหมู่บ้านได้ทันที ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้กรรมการหมู่บ้านต้องลุกขึ้นมาเข้มงวดกับลูกบ้าน

กลยุทธ์ "ถุงเขียว 3 เดือน" เพื่อการเปลี่ยนนิสัยถาวร

เพื่อช่วยให้การเริ่มต้นง่ายขึ้น กทม. อยู่ระหว่างการจัดซื้อ "ถุงเขียว" สำหรับใส่เศษอาหารเพื่อแจกจ่ายให้บ้านที่ร่วมโครงการในช่วงแรก โดยเชื่อตามหลักจิตวิทยาว่า หากคนสามารถทำพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งต่อเนื่องได้ครบ 3 เดือน พฤติกรรมนั้นจะกลายเป็นนิสัยถาวรโดยไม่ต้องใช้สิ่งของจูงใจอีกต่อไป

พลิกวิกฤติงบประมาณสู่ทรัพยากรหมุนเวียน

ปัจจุบัน กทม. ต้องจ่ายค่ากำจัดขยะให้เอกชนสูงถึง 900 บาทต่อตันสำหรับเตาเผา และ 600 บาทต่อตันสำหรับฝังกลบ การแยกขยะเปียก (เศษอาหาร) ออกจากขยะแห้ง (รีไซเคิล) จะช่วยให้กลไกเศรษฐศาสตร์ทำงานได้อย่างสมบูรณ์  พรพรหมกล่าว

ขยะแห้งจะกลายเป็นรายได้ของซาเล้งหรือผู้รับซื้อของเก่า ส่วนเศษอาหารจะถูกส่งไปทำปุ๋ยหรืออาหารสัตว์ ซึ่งมาตรการทั้งหมดนี้คือ "เดิมพัน" ครั้งสำคัญที่จะหยุดยั้งงบประมาณ 7,000 ล้านบาท ไม่ให้ละลายไปกับกองขยะอีกต่อไป