วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

พลิกโฉมการบิน 'สวทช.' ดันมาตรฐานเชื้อเพลิงจากพืชเกษตร รับเกณฑ์ ICAO

พลิกโฉมการบิน 'สวทช.' ดันมาตรฐานเชื้อเพลิงจากพืชเกษตร รับเกณฑ์ ICAO

SAF ทางรอดอุตสาหกรรมการบินและโอกาสใหม่ของเกษตรกรไทย 

ดร. เสกสรร พาป้อง ทีมวิจัยการประเมินความยั่งยืนและเศรษฐกิจและสังคม (SSET) สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. กล่าวในงาน NAC2026 ชูแนวคิด “เศรษฐกิจยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ว่า SAF (Sustainable Aviation Fuel) หรือน้ำมันอากาศยานยั่งยืน คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้การบินเข้าสู่ยุคคาร์บอนต่ำได้จริง ความพิเศษของ SAF คือเป็นเชื้อเพลิงแบบ “Drop-in” ซึ่งผลิตจากวัสดุหมุนเวียนทางการเกษตรที่ปลูกใหม่ได้ และสามารถเติมลงในเครื่องบินเพื่อใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ โดยปัจจุบันสำนักงานการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) รับรองให้ผสมใช้ได้สูงสุดถึง 50 % ของปริมาณน้ำมันที่ใช้

แรงกดดันสำคัญมาจากมาตรการ CORSIA ของ ICAO ที่กำหนดให้สายการบินระหว่างประเทศต้องรายงานและวัดค่าการปล่อยคาร์บอน หากปล่อยเกินเกณฑ์จะต้องชดเชยด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิตหรือเลือกใช้ SAF ซึ่งมาตรการนี้จะเข้าสู่ “ภาคบังคับ” ในปี 2027 สำหรับประเทศไทย ในปีนี้มีการเริ่มใช้แบบสมัครใจที่ 1% และจะขยับเป็น 2% ในปีหน้าสำหรับการบินระหว่างประเทศ ซึ่งหากไทยไม่เริ่มขยับตัวตั้งแต่วันนี้ อาจสูญเสียโอกาสในการเป็นศูนย์กลางการผลิต SAF ของอาเซียน

 

มาตรฐานความยั่งยืนที่เข้มงวด

มากกว่าแค่ลดคาร์บอน การผลิต SAF ไม่ได้ดูเพียงแค่การลดคาร์บอนเท่านั้น แต่ต้องผ่านเกณฑ์ความยั่งยืนระดับสากลที่ครอบคลุมทุกมิติ และต้องมีระบบ Traceability (การตรวจสอบย้อนกลับ)ที่เข้มแข็งเพื่อพิสูจน์ว่า

  1. ไม่มีการบุกรุกพื้นที่ป่า: โดยต้องตรวจสอบย้อนกลับไปถึงพื้นที่เกษตร (อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน) ว่าไม่มีการรุกล้ำพื้นที่ป่าโดยยึดปีฐานคือ พ.ศ. 2551 
  2. ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security): การนำพืชมาทำเชื้อเพลิงต้องไม่ส่งผลกระทบต่อราคาหรือปริมาณอาหารในตลาด,
  3. ธรรมาภิบาลและสิ่งแวดล้อม: ครอบคลุมไปถึงการใช้แรงงาน การใช้น้ำ และสิทธิในการถือครองที่ดินที่ถูกต้อง

 

ผนึกกำลัง Sandbox ตลอดซัพพลายเชน 

สวทช. ได้ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) สมอ. และกระทรวงพลังงาน เพื่อกำหนดมาตรฐานและนโยบายส่งเสริมตลอดวงจรชีวิตของ SAFตั้งแต่ต้นน้ำคือเกษตรกรผู้ปลูกพืช ไปจนถึงโรงงานเอทานอล โรงน้ำตาล และโรงกลั่นน้ำมัน โดยมีการเปิดตัว "โครงการ Sandbox" เพื่อทดลองระบบการตรวจสอบย้อนกลับในกลุ่มอุตสาหกรรมปาล์มและอ้อย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้และตลาดโลก

MOF วัสดุนาโนอัจฉริยะ เปลี่ยน “ขยะ” เป็น “ตัวกักเก็บคาร์บอน” 

นอกเหนือจากเชื้อเพลิง SAF แล้ว ในงานแถลงข่าว NAC 2026 ยังมีการนำเสนอนวัตกรรม MOF (Metal Organic Frameworks) จาก NANOTEC ซึ่งเป็นวัสดุโครงข่ายโลหะอินทรีย์ที่มีรูพรุนระดับนาโนจำนวนมหาศาล ทำให้มีพื้นที่ผิวสูงมากในการดักจับแก๊สและสารเคมี

ทีมวิจัยได้พลิกความท้าทายในกระบวนการผลิตแบบเดิมที่ใช้พลังงานสูงและต้นทุนแพง ด้วยการนำแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ โดยนำของเสียจากอุตสาหกรรมมาเป็นวัตถุดิบ เช่น

  • เปลี่ยน ขวดน้ำพลาสติก ให้เป็นวัสดุกักเก็บแก๊สมีเทน
  • เปลี่ยน ของเสียจากอุตสาหกรรมเหล็ก ให้เป็นวัสดุดูดซับสารพิษและกำจัด NOx ซึ่งเป็นต้นเหตุของฝุ่น PM 2.5
  • เปลี่ยน น้ำยากัดแผงวงจรพิมพ์ ให้เป็นวัสดุที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ
  • ออกแบบวัสดุเพื่อ ดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดปัญหาโลกร้อน

เพื่อผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นจริง สวทช. ได้ร่วมกับพันธมิตรพัฒนา เพื่อทดสอบระบบการตรวจสอบย้อนกลับในอุตสาหกรรมปาล์มและอ้อย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าตลอดกระบวนการผลิตมีความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง